[Review] Animal Farm – สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางตัวเท่าเทียมกว่า (Spoil)

0
188
views

 

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ

“Animal Farm” เป็นหนึ่งในนวนิยายการเมืองยอดฮิตของ “George Orwell” (ผู้แต่งเดียวกับ 1984 ที่บางประเทศมองเป็นภัยคุกคาม) เนื้อเรื่องพูดถึงเหล่าสรรพสัตว์ในฟาร์มของ “Mr. Jones” ที่ลุกขึ้นมาปฏิวัติโค่นล้มมนุษย์ที่กดขี่เขา แต่กลายเป็นว่า แทนที่จะได้อิสระอย่างแท้จริง พวกเขากลับได้ระบบเผด็จการแบบใหม่ที่นำโดย “พวกหมู” ซึ่งเคยร่วมต่อสู้กับพวกเขามาแทน

“George Orwell” นิยามนิยายเล่มนี้ของเขาว่าเป็น “โจมตีฝ่ายขวา แต่ก็ไม่ได้ยกย่องฝ่ายซ้าย” ซึ่งเมื่อพิจารณาจากประวัติศาสตร์การเมืองแล้ว เห็นได้ชัดว่านิยายเล่มนี้ต้องการเสียดสีระบบการเมืองเผด็จการคอมมิวนิสต์ของ “สหภาพโซเวียต” การลุกฮือของเหล่าสัตว์เพื่อต่อต้าน Mr. Jones ไม่ต่างอะไรกับการปฏิวัติล้มล้างระบอบสมบูรญาณาสิทธิราชย์ของสมเด็จพระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 ซึ่งประชาชนในขณะนั้นมองว่า เป็นระบอบที่กดขี่ประชาชน และไร้ศักยภาพในการปกครองประเทศ เมื่อการปฏิวัติประสบผลสำเร็จ เหล่าสัตว์ (นำโดยพวกหมู) ได้เสนอ “บัญญัติ 7 ประการ” เพื่อเป็นหลักการในการใช้ชีวิตร่วมกัน โดยประการที่ 7 นั้นสำคัญที่สุดเรียกว่า “สัตว์ทุกตัวมีความเท่าเทียมกัน”

แต่สิ่งที่่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับไม่ค่อยเป็นไปตามอุดมคติสักเท่าไหร่ พวกหมูที่รับอาสา (โดยไม่มีใครขอ) เป็นผู้นำ เกิดความขัดแย้งกัน ซึ่งเป็นการเสียดสีเหตุการณ์จริงของพรรคบอลเชวิคที่ภายหลังได้รับชัยชนะ ก็เกิดการแก่งแย่งอำนาจกันเอง และจบลงด้วยการขึ้นสู่อำนาจของ “Napoleon” หมูที่เชื่อในแนวทางการควบคุมและความแข็งกร้าว ดูเหมือนเหล่าสัตว์จะไม่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นเลยในระบอบนี้ ยกเว้นศักดิ์ศรีในความรู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระจากมนุษย์ บัญญัติ 7 ประการถูกปรับเปลี่ยน ตีความใหม่ เพื่อรองรับอำนาจของ Napolean โดยเฉพาะในบัญญัติประการที่ 7 ที่ตอนนี้กลายเป็น “สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางตัวเท่าเทียมกว่า” 

แม้สัตว์บางตัวอาจรูสึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ก็ต้องเงียบลง เมื่อเจอกับเสียงเห่าของสุนัข ที่เป็นผู้พิทักษ์ของเหล่าหมู

“Animal Farm” เป็นนวนิยายการเมืองขนาดไม่ยาว อ่านสนุก มีสาระแง่คิดมากมาย ยิ่งใครสนใจประวัติศาสตร์น่าจะยิ่งชอบ เพราะ Animal Farm เป็นการเสียดสีระบอบการปกครองของสหภาพโซเวียต สัตว์หลายตัวในเรื่องก็ใช้ต้นแบบจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ อาทิ Napolean ก็คือ “Joseph Stalin” ผู้นำเผด็จการของสหภาพโซเวียต หรือ “Old Major” หมูชราที่ปลุกอุดมการณ์ให้เหล่าสัตว์ก็มีที่มาจาก “Karl Marx” ผู้เสนอแนวคิดคอมมิวนิสต์ ซึ่งทั้ง Old Major และ Karl Marx ต่างก็เหมือนกันตรงที่ตายตั้งแต่การปฏิวัติยังไม่เริ่ม และเมื่อปฏิวัติแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาคิดไว้เลย

“Animal Farm” ถูกดัดแปลงเป็นหนัง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือหนังแอนิเมชั่น เมื่อปี 1954 และครั้งที่สองเป็นหนังสำหรับฉายทางเคเบิลทีวี ในปี 1999 โดยฉบับที่ได้ดูในที่นี้จะเป็นฉบับปี 1999 ซึ่งเป็นฉบับคนและสัตว์แสดงจริง (ผสมด้วยหุ่นสัตว์) แต่อาจเพราะเราค่อนข้างชอบฉบับนวนิยาย เลยค่อนข้างผิดหวังกับฉบับหนังพอควร ทั้งในแง่การเดินเรื่องที่ค่อนข้างราบเรียบไปหน่อย หรือเทคนิคการถ่ายทำที่ดูทุนต่ำไปนิด สัตว์หลายตัวนี่รู้เลยว่าเป็นหุ่น แต่ก็พอเข้าใจแหละ เพราะทุนหนังค่อนข้างต่ำจริง เนื่องจากทำฉายทางทีวี ไม่ได้ฉายโรงใหญ่

 

 

แต่จุดที่น่าผิดหวังสุด น่าจะเป็นการที่หนังขาดจิตวิญญาณของหนังสือ เหมือนหนังแค่เล่าตามเรื่องไปเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของการโดนกดขี่ทั้งจากระบอบเก่าและระบอบใหม่ของเหล่าสัตว์ไว้แบบตอนในหนังสือได้เลย การเพิ่มตัวละครบางตัวเข้าไปจากหนังสือไม่ได้ช่วยทำให้เรื่องดีขึ้น หลายๆ อย่างในหนังสือถูกรวบรัดตัดสอนในฉบับหนัง และสิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดคือตอนจบ ในขณะที่หนังสือจบลงแค่ว่า พวกหมูทำการค้าขายกับพวกมนุษย์ที่พวกเขาเคยต่อต้าน ขณะที่ในฉบับหนังปี 1999 พวกสัตว์บางส่วนได้หลบหนีออกจากฟาร์ม และต่อมาระบบของ Napoleon ก็ล่มสลายด้วยตัวเอง พวกเหล่าสัตว์ต่างดีใจ และตอนนี้พร้อมจะต้อนรับเจ้านายคนใหม่ ที่พวกเขาเชื่อว่าดีกว่า Mr. Jones และ Napoleon

ในขณะที่ฉบับหนังสือ ดูจะมีความเป็น “อนาธิปไตย” คือไม่เชื่อในบทบาทของรัฐ ระบอบไหน แนวคิดจะดีแค่ไหน ก็มีแนวโน้มจะกดขี่ได้ แต่ในฉบับหนังปี 1999 ทางออกของเรื่องเหมือนจะบอกแค่ว่า “ก็หาเจ้านายใหม่ที่ใจดีกว่าสิ” ส่วนอันไหนไม่ดี รอหน่อยเดี๋ยวระบบนั้นก็ล่มเอง ดูจะค่อนข้างผิดไปจากแก่นหนังสือพอควร

Animal Farm เวอร์ชั่น 1999 จึงเหมาะกับคนที่อยากรู้แค่ว่า จากหนังสือมาทำเป็นหนังจะออกมาแนวไหน อย่าไปคาดหวังว่ามันจะดีเทียบเท่าฉบับหนังสือเลย

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here