[Criticism] 5 Centimeters Per Second – ระยะห่างของความสัมพันธ์ (Spoil)

0
173
views

“5 Centimeters per Second” เป็นหนังอนิเมะญี่ปุ่นที่ได้ยินชื่อเสียงมานาน แต่ก็ไม่ได้ดูสักที จนกระทั่งปีก่อนที่มีกระแส “Your Name” ขึ้นมา ซึ่งส่วนตัวประทับใจอารมณ์ความรู้สึกที่ได้จาก Your Name มาก ก็เลยตั้งเป้าว่าจะหาผลงานเก่าๆ ของ “มาโกโตะ ชินไค” มาดูต่อ ซึ่ง “5 Centimeters per Second” ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะหลายคนยกย่องว่านี่คือเรื่องเยี่ยมที่สุดของชินไค เหนือกว่า Your Name เสียอีก จนกระทั่งไม่นานนี้จึงมีเวลาได้ดูสักที แล้วก็เช่นที่หลายคนพูดไว้ …หลงรักหนังเรื่องนี้เข้าให้แล้ว

เทียบกับ Your Name แล้ว 5 Centimeters per Second เป็นงานที่ดูเฉพาะตัวมากกว่า ซึ่งนั่นทำให้หนังอาจดูเข้าถึง เข้าใจยากกว่า Your Name เพราะไม่ได้ดำเนินเรื่องอิงตามขนบที่คุ้นเคยมากนัก แถมตอนจบที่บางคนอาจรู้สึกว่ารวบรัดและปวดตับเกินไปด้วย แต่หากเราสามารถคลิกกับหนังได้เมื่อไหร่ มันจะมีพลังทำลายล้างต่อจิตใจเราเสียยิ่งกว่า Your Name อีก ผมเคยเขียนบทวิเคราะห์ Your Name ว่า ส่วนที่ชอบที่สุดในเรื่องนั้น คืออารมณ์หลังจากดูหนังจบ ที่เมื่อใคร่ครวญกับมันสักพัก จะรู้สึกว่ามันเป็นหนังที่ “เหงา” มากเลยทีเดียว แต่กับ 5 Centimeters per Second นั้นไม่ต้องรอให้ถึงหนังจบ เพียงไม่กี่นาทีหลังจากเปิดเรื่อง ความเหงาจากหนังมันก็เข้ามาหาเราแล้ว

“นี่… เค้าว่ากันว่า ความเร็วที่ดอกซากุระร่วงน่ะ อยู่ที่ 5 เซนติเมตรต่อวินาทีนะ”

นั่นคือประโยคที่ “อาคาริ” บอกกับ “ทาคากิ” ทั้ง 2 เป็นเด็กที่มีอะไรหลายอย่างคล้ายกัน ทั้งความขี้โรค มักแยกตัวจากสังคม และย้ายโรงเรียนบ่อยๆ ความคล้ายคลึงนี่เองทำให้ทาคากิกับอาคาริสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว จนใครๆ ก็มองว่า 2 คนนี้เป็นแฟนกันแน่ๆ แต่แล้ววันหนึ่งอาคาริก็มีเหตุให้ต้องย้ายโรงเรียนอีกครั้ง ไปยังที่ไกลขึ้น ทำให้ไม่ง่ายเลยที่จะเดินทางไปเจอกัน ซึ่งนั่นทำให้ทาคากิต้องมานั่งคิดว่า เขาจะทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ต่อดี

หนังแบ่งออกเป็น 3 ตอนย่อย 3 ช่วงเวลา โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตัวทาคากิ หนึ่ง คือ ทาคากิในวัย 13 ขวบ ซึ่งกำลังเดินทางไปยังต่างเมืองเพื่อพบกับอาคาริ สอง คือ ทาคากิตอน ม.6 ที่ย้ายมาอยู่อีกเมืองซึ่งห่างไกล ในตอนนี้ ตัวหนังพลิกมาเล่ามุมมองของ “สึมิดะ” เพื่อนร่วมชั้นที่แอบหลงรักทาคากิ และ สาม คือ เรื่องราวของทาคากิในวัยทำงาน ที่เหมือนชีวิตเขาจะยังยึดติดอยู่กับอดีต

“มาโกโตะ ชินไค” เป็นผู้กำกับและผู้เขียนบทที่ดูจะโดดเด่นในการสร้างความบรรยากาศของความเหงามากที่เดียว ซึ่งความเหงาในแบบชินไค คือความรู้สึกว่าเราผูกเกี่ยวอยู่กับใครบางคน แต่โดนบางสิ่งบางอย่างแยกพวกเขาออกจากกัน ใน “Your Name” สิ่งนั้นคือ “ความทรงจำ” และ “เวลา” ส่วนใน “5 Centimeters per Second” สิ่งนั้นคือ “ระยะทาง”

เราอาจมองว่า ก็แค่นั่งรถไฟไปหา โทรไปหา ก็ไม่น่าใช้เรื่องลำบากอะไร แต่ต้องไม่ลืมว่า ณ ขณะนั้น ทาคากิกับอาคาริยังเป็นเพียงเด็กวัย 13 ขวบเท่านั้น สำหรับเด็กวัยนั้น ระยะทางเป็นเรื่องใหญ่พอควร ยิ่งช่วงสมัยนั้นที่เป็นประมาณยุค 90’s Smartphone ยังไม่ถือกำเนิด การติดต่อหลักๆ มีเพียงจดหมายและโทรศัพท์บ้าน/สาธารณะเท่านั้น จริงๆ ทาคากิก็เหมือนรู้ตัวอยู่แล้วว่ายังไงเขาคงสู้ระยะทางไม่ไหว ซึ่งมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการโดยสารรถไฟไปหาอาคาริของเขา เต็มไปด้วยอุปสรรค บางช่วงรถไฟหยุดนิ่งกลางทางกว่า 2 ชั่วโมง เพราะหิมะตกหนัก ด้วยวัยอย่างเขาคงไม่ใช่เรื่องง่ายหากต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ตลอด และที่สำคัญทาคากิก็ไม่อยากให้อาคาริต้องมารอเขาด้วยเช่นกัน

แต่การได้พบอาคาริที่ยังรอเขาที่สถานีรถไฟ และจุมพิตใต้ต้นซากุระในช่วงวัยเด็กครั้งนั้น ทำให้การตัดขาดครั้งนี้กลายเป็นตัดไม่ขาดสักที มันคงง่ายกว่าถ้าพวกเขาร่ำลากันอย่างเป็นทางการ และยอมรับว่าแต่ละคนต่างก็ต้องเติบโตไปมีเส้นทางของตัวเอง ซึ่งก็จริงเพราะหลังการเจอกันครั้งนั้น พวกเขาก็ห่างกันเรื่อยๆ จนไม่ได้ติดต่อกันอีก อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกว่าอีกฝ่ายยังรออยู่หรือเปล่านะ กลายเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งไม่ให้ทาคากิก้าวหน้าไปไหน และขณะเดียวกัน ความหวาดกลัวว่าคำตอบอาจจะเป็นอีกฝ่ายไม่ได้รอเราแล้ว ก็ทำให้ทาคากิหวาดกลัวไม่กล้าจะติดต่อกลับไปหาอาคาริเช่นกัน เลยกลายเป็นความค้างๆ คาๆ ในของทาคากิเรื่อยมา และมันได้ทำร้ายคนรอบข้างคนอื่นๆ ของทาคากิไปด้วย

“สึมิดะ” เป็นเพื่อนร่วมชั้นที่หลงรักทาคากิ แต่แม้จะอยู่ใกล้ทาคากิแค่ไหน แต่ก็เธอก็รู้ดีว่าแทบจะไม่ได้เข้าใกล้ทาคากิเลย เพราะเหมือนทาคากิยังติดอยู่ในที่ไหนสักแห่ง และอีกคนคือ ผู้หญิงที่คบกับทาคากิในวัยทำงาน ที่แม้จะเคยใช้ชีวิตร่วมกันอยู่เกือบ 3 ปี แต่ก็เพื่อพบกับบทสรุปว่าหัวใจพวกเขาไม่เคยเข้าใกล้กันเลยแม้แต่เซนติเมตรเดียว

ดอกซากุระเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 5 เซนติเมตรต่อวินาที ถ้าแรงโน้มถ่วงไม่ได้หายไป หรือมีลมมาพัดให้ดอกซากุระลอยอีกครั้ง ยังไงสุดท้ายดอกซากุระก็ต้องร่วงหล่นบนพื้นอยู่ดี แล้วทาคากิละ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าไหร่กันแน่ หรืออันที่จริงแล้ว เขากำลังเคลื่อนที่ทิศทางไหนกันแน่ แต่ไม่ว่าทิศทางไหน เข้าใกล้หรือออกห่างจากอาคาริ ทุกทิศทางล้วนมีแรงมาปะทะหน่วงเขาไว้ไม่ให้ไปไม่ถึงสักที

ชอบตอนจบที่มันอาจไม่ Happy Ending ไม่โรแมนติก แต่มัน “จริง” การเจอกันโดยมันบังเอิญในตอนท้ายเรื่องที่อาคาริไม่หันกลับมา สำหรับทาคากิมันคือการปลดเปลื้องสิ่งในใจ ว่าอาคาริไม่ได้รอเขาแล้ว และเขาก็ควรเดินไปในเส้นทางของตัวเองได้แล้ว หลังจากเอาตัวเองไปผูกกับอดีตไว้นานเกินไป ถ้ามองด้วยสายตาแบบ Your Name ปัญหาของคู่ทาคากิกับอาคาริ ก็คือ เชือกผูกพวกเขาด้วยกัน “เร็วเกินไป” มันทำให้แทนที่จะเป็นเชื่อมโยงคนสองคนเข้าหากัน กลายเป็นการผูกมัดแทน ถ้าตอนที่รู้จักกันทาคากิกับอาคาริแก่กว่านั้นสัก 3-4 ปี ระยะทางอาจไม่ใช่อุปสรรค และพวกเขาอาจตามหาซึ่งกันและกันแบบคู่ใน Your Name ก็เป็นได้

งานด้านภาพของ 5 Centimeters per Second อาจไม่ได้สดใสหรือพีคสุดเท่า Your Name ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะ Your Name นั้นมาทีหลง แต่ที่ชอบในสไตล์ภาพของ 5 Centimeters per Second คือรู้สึกถึงความหม่น ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศความเหงาของเรื่องราวได้ดียิ่งขึ้น และเมื่อนำมารวมกับ “เพลง” ที่เรื่องนี้มีเพลงหลักแค่เพลงเดียวคือ “One More Time, One More Chance” แต่เป็นเพลงเดียวที่ทรงพลัง เหมือนทั้งเรื่องค่อยๆ บิวท์มา เพื่อเพลงนี้โดยเฉพาะ ยิ่งอ่านความหมายของเพลงไปด้วย ยิ่งอินกับเรื่องเข้าไปใหญ่

ผมชอบ Your Name มาก แต่สำหรับ 5 Centimeters per Second นี่เรียกว่ารักเลย อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่มี Your Name ส่วนตัวอาจไม่ได้สนใจอยากดู 5 Centimeters per Second มากเท่านี้ก็เป็นได้

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here