[Criticism] Sicario -โลกสวยไม่มีจริง (Spoil)

0
174
views

1280x720-VkX

 

สหรัฐอเมริกากับเม็กซิโก เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกันยาว แต่ความเป็นเพื่อนบ้านไม่ได้ทำให้ทั้ง 2 รักกันเท่าไหร่ แตกต่างจากสหรัฐฯ กับแคนาดา อาจเพราะด้วยความที่มีเชื้อชาติ สังคม ประวัติศาสตร์ และระดับเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ทำให้สหรัฐฯ มักมองเม็กซิโกเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน และมักนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ให้สหรัฐฯ อยู่เสมอ ทั้งเรื่องยาเสพติด อาชญากรรม การลักลอบเข้าเมือง ฯลฯ หลายๆ ครั้ง สหรัฐฯ เองก็คงคิดอยากเข้าไปยุ่มย่ามในเม็กซิโกไม่น้อย แต่ด้วยภาพลักษณ์ ความดีงาม กฎหมายที่ยุติธรรมซึ่งสหรัฐฯ พยายามเชิดชูเพื่อให้แตกต่างจากประเทศอื่น (แน่นอนเป็นภาพลักษณ์ที่สหรัฐฯ ใช้แสดงความเหนือกว่าเม็กซิโกด้วย) ทำให้สหรัฐฯ ไม่กล้าออกหน้าโดยตรงนัก แต่จะไม่ทำไรเลยก็ไม่ได้ จึงต้องพึ่งพาปฏิบัติการลับและเหล่า Sicario ที่เป็นภาษาสเปนแปลว่า “นักฆ่า”

“Sicario” เป็นเรื่องของKate Macer (Emily Blunt) FBI หญิงเหล็ก ที่ได้รับข้อเสนอให้ร่วมทีมพิเศษที่นำโดย “Matt Graver” (Josh Brolin) ในปฏิบัติการตามล่าเจ้าพ่อค้ายาเสพติด ที่มีเครือข่ายเกี่ยวพันกับการลักพาตัวเรียกค่าไถ่ซึ่ง Kate กำลังรับผิดชอบอยู่ Kate อาสารับงานนี้โดยไม่ลังเล เพราะเชื่อมั่นว่ามันจะทำให้เธอเข้าใกล้ตัวการใหญ่ได้สักที โดยที่ Kate เองก็ยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่า Matt ต้องการให้เธอไปในทำอะไรในภารกิจนี้

คนดูเองก็มีสภาพไม่ต่างจาก Kate ที่ไม่รู้เหมือนกันว่า ภารกิจ เป้าหมายที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่ แต่เพราะความไม่รู้นี่เองที่กลายเป็นข้อดี หนังใช้ความสงสัยใคร่รู้ของเรา ดึงเราให้ไปติดตามภารกิจครั้งนี้ว่าสุดท้ายจะไปจบที่ไหน หลายครั้งหนังทำให้ทั้งเราดนดูและ Kate หลงคิดไปว่า ฉันต้องเป็นคนสำคัญ เป็นกุญแจของภารกิจนี้แน่ๆ ไม่งั้นเขาไม่พามาร่วมทีมหรอก ทั้งที่ในทีมนั้นก็มีคนเก่งๆ อยู่ตั้งเยอะ แต่เจาะจงเลือกเรามาแบบนี้ มันต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ สถานการณ์สร้างความหวังให้ Kate ก่อนจะหักหลังทั้ง Kate และคนดูว่า เรามันก็แค่เบี้ยตัวหนึ่งในกระดานเท่านั้น ทั้งในแง่เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องที่สุดท้ายคนที่โดดเด่นของเรื่องจริงๆ กลับเป็น Alejandro Gillick (Benicio del Toro) หนึ่งในทีมปฏิบัติการที่ดูเหมือนจะมีความแค้นใหญ่หลวงกับเหล่าแก๊งค์ค้ายาในเม็กซิโก ไม่ใช่ Kate ที่เหมือนจะมีบทสำคัญในช่วงแรก

Kate กลายเป็นเพียงเครื่องประดับให้กับทีมของ Matt และ Alejandro ทั้ง 2 คนต้องการเธอมาร่วมทีมเพียงเพราะเธอเป็น FBI หรือหน่วยงานตำรวจกลางของประเทศ ไม่เกี่ยวกับว่าเธอจะมีความสามารถแค่ไหน แต่แค่เป็น FBI ก็เพียงพอแล้ว เพราะ FBI คือหน่วยงานที่ปฏิบัติการในประเทศ ขณะที่ตัว Matt และ Alejandro นั้นเป็น CIA หรือหน่วยสืบราชการลับ ซึ่งปฏิบัติการในต่างประเทศได้เท่านั้น หากต้องการปฏิบัติการในประเทศต้องมีหน่วยงานภายในร่วมด้วย และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเลือก Kate แห่ง FBI

หากเป็นคนอื่น ได้งานแบบ ได้ตังค์แบบไม่ต้องออกแรงแบบนี้ น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ไม่ใช่สำหรับ Kate การที่ Matt และ Alejandro ทำแบบนี้มันเป็นการดูถูกความสามารถเธอเป็นอย่างมาก ยิ่งสิ่งที่พวกเขาเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงกับการผิดกฎหมายสหรัฐฯ แม้ว่ามันจะมุ่งไปที่เป้าหมายเพื่อขจัดความชั่วร้ายก็ตาม แต่กับคนที่ยึดถือกฎเป็นหลักอย่าง Kate ผิดยังไงก็คือผิด เราจะกำจัดนักฆ่า ด้วยการเป็นนักฆ่าเสียเองไม่ได้ ยิ่งพวกเขาทำเป็นไม่สนใจความถูกต้องเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ Kate รู้สึกถึงความไร้ค่าของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

ที่เด็ดกว่านั้นคือการที่ Sicario วางบทให้ Kate เป็นผู้หญิง ขณะที่ Reggie Wayne (Daniel Kaluuya) คู่หูของเธอ ที่เธอพยายามดึงมาร่วมงานด้วย แม้ Matt จะไม่เห็นชอบ ก็เป็นคนอเมริกันผิวสี มันอาจดูไม่มีอะไร แต่พอลองคิดว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มักชูเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมกันของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงและกลุ่มคนผิวสี ที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรียกว่าใครมาสะกิดเรื่องนี้หน่อยไม่ได้ สหรัฐฯ จะหันขวับทันที นัยหนึ่งว่าเป็นการลบล้างความอับอายจากการเหยียดสีผิวในอดีตของสหรัฐฯ ไปด้วย

เมื่อสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับผู้หญิงกับคนผิวสีมากขึ้น ก็มีการคาดหวังว่าพวกเขาและเธอจะได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกับคนอื่นๆ นั่นรวมไปถึงการได้รับความเคารพยกย่องในความสามารถของพวกเขา มองพวกเขาด้วยสายตาที่เท่าเทียมกัน ทั้งหมดเป็นภาพอุดมคติที่วางไว้ แต่ใน Sicario ได้ฆ่าภาพนั้นลงอย่างสิ้นเชิง เพราะสุดท้ายแล้วผู้หญิงและคนผิวสีก็เป็นได้เพียงไม้ประดับจำเป็นในการทำงานเท่านั้น

เทียบกับ Enemy และ Prisoners ซึ่งเป็นผลงานจากผู้กำกับเดียวกัน Sicario น่าจะอยู่กึ่งกลางระหว่างทั้ง 2 เรื่อง คือไม่ได้ดูยาก ต้องตีความหนักๆ แบบตอน Enemy แต่ก็ไม่ได้ถึงกับ Mass เข้าใจง่ายแบบตอน Prisoners แต่ไม่ว่าจะเรื่องไหน่ สิ่งหนึ่งที่Denis Villeneuve พิสูจน์ให้เห็นคือความสามารถในการสร้างบรรยากาศอันอึมครึมของเรื่อง แต่ก็เป็นความอึมครึ่มที่เชื้อเชิญให้เราเกาะติดเรื่องราวไปตลอด เพราะอยากรู้ว่าเบื้องหลังความอึมครึมนั้นมันจะเป็นอะไรกันแน่ ทั้งที่แทบทุกเรื่องของเขาออกจะแนวนิ่งๆ ไม่ตูมตาม แต่กลับทำให้เราติดกับได้ตลอด

 

ความชอบส่วนตัว: 8/10

 

Sicario-2015-Movie-Poster-Wallpaper

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here