[Criticism] TAG – อุทิศแด่..ขาขาวและคาวเลือด (Spoil)

0
277
views

 

ท่ามกลางบรรยากาศอันสดใสของสายวันหนึ่ง “มิตซูโกะ” (เรนะ ทรินเดิล) และเพื่อนๆ วัยใสร่วมชั้นเรียนของเธอ กำลังเดินทางไปทัศนศึกษาที่แห่งหนึ่ง แต่แล้วอยู่ๆ “สายลมมรณะ” ก็จู่โจมพวกเธออย่างมิได้นัดหมาย จนเพื่อนๆ เธอพากันขาดเป็น 2 ท่อน (2 ท่อนจริงๆ) ทั้งหมด มิตซูโกะกลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว แต่นั่นยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเมื่อเทียบกับโลกบ้าคลั่งและงงงวยที่มิตซูโกะจะต้องเจอหลังจากนั้น…

ไม่เพียงแค่มิตซูโกะที่เกิดคำถามมากมายกับสิ่งที่เธอเจอ คนดูเองก็มีสภาพไม่แตกต่างกัน เพราะในเรื่องเต็มไปด้วยเรื่องราวที่อธิบายไม่ได้ด้วยตรรกะแบบโลกมนุษย์ การดำเนินเรื่องที่ไม่เป็นไปตามขนบทั่วไป ฉากความรุนแรง (ที่ทั้งสยองและทึ่งกับความครีเอทในการตาย) หรือฉากเซอร์วิสคนดูโดยนักแสดงสาวๆ ที่อยู่ๆ ก็มาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และยิ่งซับซ้อนงุนงนยิ่งขึ้น เมื่อมิตซุโกะเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “เคโกะ” (มาริโกะ ชิโนดะ) สาววัยเบญจเพศที่กำลังเข้าพิธีแต่งงาน และ “อิซูมิ” (เอรินะ มาโนะ) สาวนักวิ่งที่กำลังแข่งขัน ขณะที่ไอ้อะไรก็ไม่รู้ก็ยังตามฆ่าพวกเธอติดๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงจะเต็มไปด้วยพลอตที่แปลกประหลาดที่คาดไม่ถึง แต่ “TAG” ก็ไม่ใช่หนังที่เข้าใจยากหรือต้องปีนบันไดดู ที่จะมีงงก็คือเหตุผลเบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องต่างหาก ซึ่งต่อให้งงก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะช่วงท้ายในหนังก็มีการเฉลยเรื่องราวให้เห็น และเป็นการเฉลยที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่ต้นเรื่องที่เคยงงๆ เคลียร์ไปด้วย ถ้าจะมีปัญหาหน่อยก็คือ ช่วงระยะเวลาก่อนจะไปถึงบทเคลียร์ตรงนั้น เราทนกับกลิ่นคาวเลือดที่หนังประเคนมาให้เรามากน้อยแค่ไหน เพราะเรื่องนี้มีลาบเลือดให้รับประทานเยอะเหมือนกัน กระนั้นมองในแง่ดีมันก็เป็นลาบเลือดที่ดูดีไม่ชวนพะอืดพะอมแบบหนังโหดเรื่องอื่นๆ เท่าไหร่ ช่วงแรกๆ อาจสยองบ้าง แต่ถัดจากนั้นความครีเอทวิธีการตายของมัน ทำให้เราเผลอตลกและสนุกกับการตายของเหล่าสาวๆ ไปด้วยเลย…รู้สึกผิดนะ…แต่นี่แหละคือสิ่งที่ TAG ต้องการ

เราอาจจัด “TAG” เป็นหนังประเภทเดียวกับ “Funny Games” ของ “Michael Haneke” คือเป็นหนังแบบวิพากษ์คนดูด้วยการใช้วิธีการแบบสุดโต่ง ในกรณีของ Funny Games คือวิพากษ์รสนิยมการเสพความรุนแรงของคนดูด้วยการนำเสนอภาพความรุนแรงเสียเอง คล้ายๆ กัน TAG เองก็พยายามวิพากษ์รสนิยมการกดขี่ทางเพศของ “คนดู” ด้วยการนำเสนอภาพการกระทำความรุนแรงต่อเพศหญิงเพื่อสนองอารมณ์ของเหล่าคนดู ก่อนจะพลิกกลับมาตบหน้าคนดูอย่างแสนสาหัส

“เด็กสาว” “ชุดนักเรียน” และ “โมเอะ” คือสิ่งที่ TAG ชูเป็นจุดขายดึงดูดคนดู โดยเฉพาะเพศชาย เจาะตรงๆ กว่านั้นก็คงเป็นกลุ่มโอตาคุที่ชื่นชอบแนวโมเอะเป็นพิเศษ เพราะชุดนักเรียนของเด็กสาวญี่ปุ่นไม่ได้มีสถานะเป็นแค่เครื่องแต่งกาย หากแต่ยังเป็นสิ่งที่ไปช่วยเพิ่มความสนใจไปจนถึงความกำหนัดให้กับเพศชายบางกลุ่มด้วย และไม่ใช่เพียงญี่ปุ่นเท่านั้น ในไทยเองเราก็เห็นว่ามีบางกลุ่มที่ชื่นชอบหรือมีอารมณ์กับกลุ่มเด็กนักเรียนเป็นพิเศษ นั่นเพราะชุดนักเรียนคือเครื่องหมายว่าเด็กคนนั้นยังอยู่ในกรอบที่มีสังคมควบคุมอยู่ ยังไม่มีอิสระหรือเจอกับโลกแห่งความเป็นจริงอะไรมากนัก ทำให้เด็กมีภาพลักษณ์ของความบริสุทธิ์และควบคุมได้

สิ่งที่ TAG กำลังนำเสนอจึงเป็นเรื่องราวของเด็กนักเรียนสาวที่ถูกทำให้กลายเป็น “วัตถุทางเพศ” และ “ของเล่น” ของผู้ชาย ที่พวกเขาจะทำอะไรก็ได้ การเป็นวัตถุในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การกระทำโดยตรงต่อผู้หญิง แต่ยังรวมไปถึงการคิดหรือจินตนาการถึงเด็กผู้หญิงเหล่านี้ไปในทางนั้นด้วย เพราะถึงจะอ้างว่าแค่คิดไม่ได้ทำ แต่พอคิดมากๆ เข้ามันก็มีสิทธิที่จะพัฒนาไปสู่การกระทำได้ ขอแค่มีโอกาสได้กระทำ และจากเพียงเด็กสาว คนเหล่านี้ก็มีสิทธิจะมองผู้หญิงกลุ่มอื่นๆ นอกจากเด็กนักเรียน เป็นวัตถุทางเพศหรือของเล่นตามไปด้วยเช่นกัน TAG จึงเหมือนการประกาศสงครามกับเหล่าผู้นิยมโมเอะโดยตรง

ในสถานการณ์เช่นนี้ เหล่าเด็กสาวจะทำอะไรได้บ้างละ คำตอบก็น่าจะเป็นการพยายามไม่เล่นตามเกมของผู้ชาย หันกลับมาต่อสู้แทนที่จะได้แต่ยอมรับว่าโลกมันก็เป็นแบบนี้ แม้ว่าบางครั้งการต่อสู้กับโลกของผู้ชายนั้นอาจจะต้องแลกมากับความสูญเสียบ้างก็ตาม

 

 

 

วิเคราะห์ท้ายเรื่อง (Spoil เต็มพิกัด)

 

ถ้าใครเคยดู The Matrix มา จะเห็นได้ว่าโลกใน TAG ก็จะคล้ายๆ กัน และใน TAG ก็มีฉากที่คารวะ The Matrix อยู่ด้วย ความคล้ายคลึงก็คือ สุดท้ายแล้วโลกที่เราเห็นมาตลอดตั้งแต่ต้นเรื่องนั้นเป็นโลกเสมือน ใน TAG นำเสนอในรูปแบบของเกม ที่มิตซูโกะเป็นเพียง 1 ในตัวละครที่ “ผู้ชาย” ที่กำลังเล่นเกมนี้อยู่เลือกมาใช้เล่น และสามารถเปลี่ยนเป็นตัวละครอื่นๆ อย่าง “เคโกะ” หรือ “อิซูมิ” ได้ด้วย สิ่งที่มิตซูโกะทำคือการ Break จากโลกของเกมมาสู่โลกความเป็นจริง และพบว่ามันเป็นโลกของผู้ชายที่ผู้หญิงอย่างเธอเพื่อนๆ เป็นได้แค่เกมของเล่นเท่านั้น และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้เล่นเธอแค่ในเกม แต่ต้องการเล่นเธอในชีวิตจริงด้วย มันจึงเป็นการตบหน้าอีกครั้งว่า อย่าแถว่าแค่คิดไม่เห็นผิด เพราะสุดท้ายจากความคิด พอมีโอกาสเอื้ออำนวย (ในเรื่องคือเทคโนโลยีดึงตัวเองในวัยหนุ่มมาเพื่อที่จะได้มีอะไรกับเด็กสาวได้) ก็จะทำจริง โนโลกแบบนี้สิ่งที่มิตซูโกะจะทำได้ก็คงเป็นความตายของตัวเองเท่านั้น เพราะมันคือการหลุดพ้นจากการควบคุมของคนเล่น คล้ายๆ ตัวละครในเกมเกิดแฮงค์ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ความตายในที่นี้เป็นความตายจากโลกของผู้ชาย เพราะสุดท้ายเธอก็จะได้เกิดใหม่ในโลกใบใหม่ที่ไม่มีใครมาควบคุมอีกต่อไป

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here