การ “ดูหนังคนเดียว” กลายเป็นเรื่องยากไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

7
46
views
ภาพประกอบจาก www.chacha.com

A: นี่เธอ รู้มั้ยเมื่อวันฉันไปทำอะไรมา
B: อะไร
A: ฉันไปดูหนังคนเดียวมาด้วยละ ตื่นเต้นมากเลย
B: แล้วไง
A: นี่เธอตื่นเต้นกับฉันหน่อยสิ ดูหนังคนเดียวเชียวนะ
B: มันน่าตื่นเต้นตรงไหนวะ
A: (-_-)
B: ….

 
อาจเพราะตัวเองเป็นคนที่ชอบดูหนังคนเดียวบ่อย เพราะรู้สึกอิสระดี สามารถเลือกโปรแกรมได้ตามใจชอบ (แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดูกับคนอื่นเลยนะ) ก็เลยอดรู้สึกประหลาดใจปนสงสัยไม่น้อยเวลาที่เห็นผู้คนต่างๆ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์อย่าง Pantip ตั้งกระทู้ถามว่า “ใครเคยดูหนังคนเดียวบ้าง” แล้วแสดงความเห็นว่าการดูหนังคนเดียวเป็นอะไรที่พิเศษแบบที่คนอื่นไม่ทำกัน กล้าไปดูหนังคนเดียวได้ไง แม้แต่ในชีวิตจริง เวลาบอกใครว่าไปดูคนเดียว คนฟังก็มักแสดงอาการตาโต ประหลาดใจ แกทำได้ยังไงกัน หนักหน่อยก็มีบอก “น่าสงสารจัง ต้องดูคนเดียว” เอ่อ…การดูหนังคนเดียวมันเป็นเรื่องยาก แปลกประหลาดขนาดนั้นเลยเหรอ

ส่วนตัวก็เห็นว่า “การดูหนัง” ก็คือกิจกรรมอย่างหนึ่ง ที่เหมือนกับกิจกรรมอื่นๆ ทั่วๆ ไป จะทำคนเดียวก็ได้ ทำร่วมกับคนอื่นก็ได้ และมันก็ไม่ได้มีข้อกำหนดสักหน่อยว่าจะไปโรงภาพยนตร์ต้องมีอย่างน้อย 2 คน การที่จะไปดูคนเดียวก็ไม่น่าจะแปลกประหลาดอะไร อีกอย่างการที่คนๆ หนึ่งจะเลือกดูคนเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนมีปัญหาอะไร เขาอาจจะเลือกแบบนี้เพราะเวลาว่างไม่ตรงกับคนอื่นๆ แนวหนังที่ชอบไม่เหมือนเพื่อน หรือแค่อยากดูคนเดียวเพื่อรับความรู้สึกของหนังอย่างเต็มที่ก็เท่านั้น

แต่ข้อสงสัยเหล่านี้ ก็ทำให้ลองมานั่งคิดดูเล่นๆ ว่าอะไรกันที่ทำให้คนเราเชื่อว่า “การดูหนังคนเดียว” จึงดูกลายเป็นเรื่องยากที่คนเขาไม่ทำกัน ก็ได้ความว่าบางทีมันอาจเป็นผลมาจาก “ทัศนคติ” ของคนไทยที่มองการดูหนังเป็น “กิจกรรมการสังสรรค์” มากกว่าเข้าโรงไปเพื่อที่จะ “ดูหนังจริงๆ” ซึ่งทัศนคติแบบนี้ถูกเสริมย้ำด้วย “การตลาดของโรงภาพยนตร์” โดยเฉพาะเครือใหญ่อย่าง Major และ SF ถ้าจะเรียกให้มันเท่ห์ๆ แบบวิชาการหน่อยๆ ก็คงบอกว่า เป็นการสร้าง “มายาคติ” อย่างหนึ่ง

ที่ว่าเป็นผลมาจากทัศนคติ ก็คือ ปัจจุบันการไปโรงภาพยนตร์มันมีอะไรที่มากกว่าแค่การดูหนัง แต่พื้นที่โรงภาพยนตร์กลายเป็นพื้นที่ในการพบปะสังสรรค์กันในหมู่เพื่อน การกระชับความสัมพันธ์กันในครอบครัว หรือแม้แต่การจีบกันของคู่รักใหม่ๆ ซึ่งมักจะเลือกการดูหนังเป็นกิจกรรมยอดฮิตเพื่อเสริมสร้างความโรแมนติก นอกเหนือจากการพาไปกินข้าวด้วยกัน หรือไปเที่ยวด้วยกันซึ่งใช้ค่าใช้จ่ายเยอะกว่า จริงๆ ความสำคัญของโรงภาพยนตร์ในฐานะพื้นที่การพบปะสังสรรค์มีมานานแล้ว แต่ปัจจุบันความสำคัญในฐานะพื้นที่พบปะกลับเพิ่มขึ้นอีก ด้วยการตลาดและแนวทางของโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน

จะเห็นว่าปัจจุบันนอกจากฉายหนังแล้ว โรงภาพยนตร์ปัจจุบันพยายามนำบริการอื่นเข้ามาไว้ในบริเวณโรงภาพยนตร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ลานโบว์ลิ่ง ลานเกมส์ คาราโอเกะ โดยเฉพาะเครือ Major ที่ปรับโรงภาพยนตร์บางแห่งให้กลายเป็น Entertainment Complex แบบครบวงจรไม่ง้อห้างสรรพสินค้า การจัดวางที่นั่งในโรงภาพยนตร์ก็ให้ความสำคัญกับคนที่มาเป็นกลุ่มเป็นคู่มากกว่า พนักงานก็ชอบมองหน้าเราเวลาซื้อที่เดียว แล้วก็ชอบถามย้ำด้วยหน้าตาใสซื่ออยู่เสมอว่า “ที่เดียวเหรอคะ” ประหนึ่งว่าเราทำอะไรผิด แถมบางโรงนี่แทบจะจัดที่นั่งแบบ Honeymoon ไปเสียครึ่งโรงเพื่อจับกลุ่มจีบกันหรือคู่รักโดยเฉพาะ ซึ่งการรวมเอาความบันเทิงต่างๆ เข้ามาร่วมกับการดูหนัง ยังเป็นอีกข้ออ้างที่ทำให้โรงภาพยนตร์กล้าขึ้นค่าตั๋วแบบไม่แคร์สื่อ ก็ในเมื่อคิดจะมาสังสรรค์ มาจีบกันในโรงภาพยนตร์ แพงแค่ไหนก็ต้องยอมจ่าย (-_-‘)

ทัศนคติคนไทยที่มองการดูหนังเป็นเรื่องการสังสรรค์ จึงไม่แปลกที่แนวหนังที่ได้รับความนิยมคือ หนังรักหรือหนัง Action ที่ไม่สลับซับซ้อนนัก เพราะสามารถดูสนุกไปด้วยกันได้ทั้งหมด ถ้าหนังเครียดไปก็พาลจะทำให้การสังสรรค์หรือจีบกันเครียดไปป่าวๆ ลักษณะทัศนคติและแนวทางของโรงภาพยนตร์ที่มุ่งมาทางนี้เรื่อยๆ ค่อยๆ กล่อมเกลาให้เราพลอยเชื่อไปในที่สุดว่า ถ้าจะไปดูหนังต้องไปเป็นกลุ่มเป็นคู่เท่านั้น และการดูหนังคนเดียวก็เริ่มกลายเป็นความแปลกประหลาดตั้งแต่บัดนั้น

ที่จริงการดูหนังคนเดียวมันจึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากหรือน่าตื่นเต้นอะไรเลย เพียงแต่เราถูกทำให้เชื่อไปเองว่ามันเป็นเรื่องยาก ถ้าเราหลุดจากความเชื่อนั้นได้ ไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะมองยังไง ก็จะเห็นการดูหนังคนเดียวเป็นเรื่องง่ายมากๆ แถมยังซึมซับตัวหนังได้เต็มที่อีก ค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่า ไม่ต้องรอเพื่อน รอแฟน ก็ไปดูได้เลย บางทียังเป็นโอกาสให้พบคนใหม่ๆ ได้ด้วย แต่ถ้าใครยังกลัวอยู่ก็ลองเริ่มจากพวกโรงในเครือ Apex ก็ได้ เพราะโรงนี้ปกติคนไปดูคนเดียวเยอะอยู่ แต่ทั้งนี้ ก็ไม่หมายความจะให้เลิกดูกับเพื่อนเลยนะ เพียงแค่ให้ลองเปลี่ยนความคิดว่าการดูหนังคนเดียวไม่ใช่เรื่องประหลาดหรือน่ากลัวอีกต่อไป

7 COMMENTS

  1. เราว่าดูหนังคนเดียวสนุกกว่าไปดูกลับเพื่อน อยากดูเรื่องอะไรก็เลือกเองเลย บางทีชอบไม่ตรงกับเพื่อนก็มานั่งเถียงกันอีก บางทีก็ต้องยอมเสียเงินดูเรื่องที่ไม่ชอบเพราะตามใจเพื่อน (เเต่เพื่อนไม่เคยตามใจเรา) เวลาคนถามเราเหมือนกับว่าการดูหนังคนเดียวเป็นเรื่องเเปลก เราจะงงมาก มันเเปลกตรงไหน? ไม่เข้าใจ

  2. ‘ที่จริงการดูหนังคนเดียวมันจึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากหรือน่าตื่นเต้นอะไรเลย เพียงแต่เราถูกทำให้เชื่อไปเองว่ามันเป็นเรื่องยาก’ เห็นด้วยกับประโยคนี้คะ จริงๆแล้วก็ชอบดูหนังกับเพื่อนนะค่ะ แต่แค่สามารถไปดูหนังคนเดียวได้ เลยถูกมองว่าเป็นคนแปลกไปซะงั้น – -;;

  3. ไม่เข้าใจเหมือนกัน มีแต่คนบอกเก่งเนอะไปดูหนังคนเดียว (-_-;) คือ ไม่มีแฟนไง แล้วแนวหนังผี ก้อไม่มีเพื่อนชอบดู ก้อไปดูคนเดียว แบบเข้าโรงไปก้อต่างคนต่างดูหนังป่าวอ่า ตั้งใจไปดูหนัง concentrate อยู่กะหนังไม่ได้คุยไรกันซะหน่อย จะไปดูคนเดียว หรือดูหลายคนต่างกันตรงไหนเนี่ย ไม่เข้าใจ

  4. ผมว่าถูกทำให้เชื่อแบบนั้นจริงแหละครับ ส่วนตัวดูคนเดียวก็ยิ่งชอบ ปกติไปไหนไปคนเดียวอยู่แล้ว 555 เพราะเวลาดูเป็นคนเลือกหนัง ถ้าไปกับแฟนกับเพื่อนก็ดีไปอย่าง คือได้ดูหนังที่คนทั่วไปชอบดู บางเรื่องไม่คิดจะดูก็เลยได้ดูและพบว่ามันดีกว่าหนังตลาดๆ แต่ยังชอบดูคนเดียวอยู่ดีนะ =D

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here