My Top 10 Movies of 2014

1
57
views

เช่นเดียวกับทุกปี พอครบปีหลายคนก็จะมีการมาสรุปอันดับหนังที่ชอบสุดในปีที่ผ่านมาของตัวเอง ส่วนตัวก็ไม่พลาด โดยปีนี้ขอจัด TOP10 ของตัวเองเช่นเคย แต่ก่อนจะไปถึง TOP10 ของสรุปประสบการณ์และข้อสังเกตการดูหนังในรอบปีที่ผ่านมาสักหน่อย

 

  • ดูหนังในโรงไปทั้งสิ้น 77 เรื่อง แต่รวมทั้งหมด 79 รอบ เพราะมีเรื่องนึงดูไป 3 รอบ
  • เป็นหนังไทย 13 เรื่อง หนังอเมริกา (และแคนาดา)55 เรื่อง หนังยุโรป 5 เรื่อง หนังออสเตรเลีย 2 เรื่อง หนังอินเดีย 1 เรื่อง และหนังฮ่องกง 1 เรื่อง
  • The Master และ The Good Lie เป็น 2 เรื่องที่อยากดูในโรง แต่เสียดายที่ไม่ได้ไปดู เนื่องจากเหตุผลโรงอยู่ไกล รอบไม่ได้ และกว่าจะว่างก็ถูกถอดรอบแล้ว (เรื่องหลัง)
  • จ่ายตังค์เองทุกเรื่อง ทุกรอบ ทำให้เป็นปีที่ค่อนข้างยากลำบากนิดนึง เพราะปีนี้โรงหนังแต่ละเครือพาเหรดกันขึ้นราคากันเกือบทั้งหมด ขนาดว่าใช้โปรแล้ว ยังรู้สึกว่าแพงกว่าปีก่อนเลย
  • ราคาโรง IMAX แพงกว่าโรงธรรมดา แต่เพราะโรงธรรมดามันขึ้นราคาเรื่อยๆ จึงทำให้ในแง่ความรู้สึก ไม่รู้สึกว่า IMAX แพงอีกต่อไป
  • เนื่องจากจ่ายตังค์เอง จึงค่อนข้างเลือกหนังที่จะดู ผลก็คือทำให้ค่อนข้างพอใจและสนุกกับหนังแต่ละเรื่องที่ได้ดู หนังเรื่องไหนที่ดูท่าไม่น่าจะสนุกก็เลือกที่จะไม่ดูตั้งแต่แรก คะแนนเฉลี่ยปีนี้จึงอยู่ในระดับ 7-8 และมีหนังที่ส่วนตัวให้ 10 เต็มถึง 8 เรื่อง แต่ก็มีบางเรื่องที่แอบเสียดายตังค์เหมือนกัน เพียงแต่จำนวนไม่มาก
  • การให้คะแนนหนังแต่ละเรื่อง โดยส่วนตัวนอกจากจะใช้เกณฑ์เรื่องความรู้สึกและความคิดที่ได้จากตัวหนังแล้ว ยังให้น้ำหนักเกี่ยวกับประสบการณ์ในภาพยนตร์ด้วย ดังนั้น บางเรื่องเนื้อเรื่องเห่ยมาก แต่ดูในโรงแล้วมันสนุก มันมันส์ และมีองค์ประกอบบางอย่างที่ยอดเยี่ยม ก็พร้อมให้คะแนนสูงๆ ได้
  • อย่างไรก็ตาม พบว่ามีหลายเรื่องเช่นกัน ที่พอเวลาผ่านไปอยากกลับไปเปลี่ยนคะแนนที่เคยให้ ทั้งแบบให้มากขึ้น และให้น้อยลง อย่างบางเรื่องดูในโรงสนุกมาก แต่ผ่านไปสักพักก็เริ่มลืมๆ แต่บางเรื่องดูในโรงเฉยๆ แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มตกผลึก กลับทำให้คิดถึงตลอดซะงั้น
  • เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่ชอบดูหนังตลาดและ Mass สังเกตจากการให้คะแนนของตัวเอง ที่ว่า Mass ในทีนี้คือในแง่วิธีการเล่าเรื่อง ไม่ใช่แบบหนัง action ตลกทั่วๆ ไป ประเภทตีหัวเข้าบ้าน อันนั้นก็ไม่ไหวเหมือนกัน ชอบหนังที่มีความเนื้อหาซับซ้อน มีรายละเอียดเยอะ แต่สามารถเล่าออกมาได้อย่างพอดีๆ ดึงให้คนดูเข้าไปมีส่วนร่วมคิด แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องปีนบันไดดูได้ ส่วนตัวคิดว่าการทำหนังแบบนี้ มันยากเสียยิ่งกว่า การทำหนังแบบอินดี้สุดๆ สัญลักษณ์เยอะๆ เสียอีก
  • ในแง่อุตสาหกรรมหนังบ้าง ค่อนข้างน่าเป็นห่วง อย่างหนังจากฝั่ง Hollywood เห็นได้ชัดว่าเริ่มเน้นไปที่หนังซุปเปอร์ฮีโร่ หนังจากวรรณกรรมเยาวชน หนังภาคต่อ รีบูท รีเมค เป็นหลัก จะหาหนังที่เป็น Original แท้ๆ ยากแล้ว ส่วนฝั่งหนังไทย เข้าสู่ภาวะมีค่ายเดียวผูกขาดตลาดโดยสมบูรณ์
  • เป็นปีแรกที่เริ่มทำ Fanpage วัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อเป็นช่องทางเสริมงานเขียนใน Blog และใช้เขียนเรื่องต่างๆ ที่ไม่ยาวมาก และไม่ถึงขนาดต้องเอาลงใน Blog ส่วนตัวถือว่าพึงพอใจกับผลตอบรับมาก ขอบพระคุณที่ติดตามกันนะครับ
  • อย่างหนึ่งที่ทำสำเร็จในปีนี้คือ เขียน Review หนังทุกเรื่องที่ได้ดู จริงๆ ก็ไม่ทุกเรื่อง ยังขาดอยู่อีก 1 เรื่อง เพราะดูไปตอนสิ้นปี จึงขอยกยอดไปเขียนปีหน้าเลยละกัน แต่ก็ถือว่าดีกว่าปีก่อนที่มีประมาณ 4-5 เรื่องที่ไม่ได้เขียน เพราะขี้เกียจ 555
  • การตั้งเป้าหมายให้ตัวเองต้องเขียน Review ทุกเรื่อง เป็นการฝึกวินัย และช่วยฝึกการเขียนไปในตัว แม้หลายครั้งจะประสบปัญหาตัน ไม่รู้จะเขียนอะไรก็ตาม
  • สิ่งหนึ่งที่ตั้งเป้าจะปรับปรุงให้ดีขึ้นในปีหน้าเกี่ยวกับการเขียน Review ก็คือ ใส่ใจกับพวกคำผิดต่างๆ มากขึ้น เป็นปัญหาหลักของตัวเองเลยละ ไม่ค่อยได้ตรวจสอบคำผิดเวลาเขียนเท่าไหร่ (ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)
  • ยังคงเน้นเขียนสไตล์วิเคราะห์ วิพากษ์ และยาวๆ อยู่ แม้หลายครั้งจะอยากลองเขียนแนวเกรียนๆ แรงๆ ตามสมัยนิยมบ้างก็ตาม 555

 

คราวนี้ก็มาถึง 10 หนังที่ชอบสุดในรอบปี 2014 ที่ผ่านมา มีดังนี้ครับ

 

10. The Maze Runner

the_maze_runner-wide

 

เรื่องย่อ: เด็กหนุ่มวัยรุ่น ตื่นขึ้นมาบนที่ที่ตัวเองไม่รู้จัก รู้แต่ว่าล้อมรอบด้วยเขาวงกต เขาและกลุ่มวัยรุ่นคนอื่นที่เผชิญชะตากรรมเดียวกัน จึงต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกจากเขาวงกตแห่งนี้ และค้นหาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่

เหตุผล: ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจตั้งแต่ฉบับหนังสือ หรือเป็นเพราะเราคิดเกินไปเองก็ตาม แต่การวางเรื่องราวของวัยรุ่นที่ตกอยู่ในวงล้อมของเขาวงกต มันช่างบรรยายสภาพจิตวิทยาวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี วัยที่ยังสับสนกับอนาคต ใจหนึ่งอยากตะลุยฝ่าวงกตออกไป แต่อีกใจก็กังวลในความปลอดภัยจนอยากจะขออยู่เฉยๆ ดีกว่า อาจไม่ใช่หนังที่มีความแปลกใหม่มากมาย แต่ก็เล่าเรื่องและใช้มุมกล้องที่ชวนให้เราตื่นเต้นไปกับเนื้อเรื่องได้ตลอด ดูสนุก ดูมันส์ และสำหรับผู้หญิงน่าจะดูฟินไปด้วย

[REVIEW] THE MAZE RUNNER – จิตวิทยาวัยรุ่นในโลกดิสโทเปีย (SPOIL)

 

9. Stand by Me Doraemon

Stand-By-Me-Doraemon-Poster-Movie-HD-Wallpaper

 

เรื่องย่อ: เพราะความเหลวแหลกและไม่เอาไหนของโนบิตะ ทำให้ลูกหลานของโนบิตะ ตัดสินใจย้อนเวลาจากอนาคตและส่งโดเรมอนให้อยู่เป็นเพื่อนโนบิตะ เพื่อให้เขาพัฒนาตัวเองเป็นคนที่ดูมีอนาคตขึ้น และหนึ่งในนั้นคือการทำให้โนบิตะได้แต่งงานกับชิซูกะ

เหตุผล: เป็นโดเรมอนที่เด็กอาจดูไม่สนุก แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็ก และครั้งหนึ่งในวัยเด็กเคยมีความทรงจำร่วมกับโดเรมอนและผองเพื่อน นี่เป็นหนังที่เหมือนพาเราย้อนความทรงจำไปในวันวาน ผ่านเรื่องราวเก่าๆ เนื้อหาที่คุ้นชิน และเหล่าของวิเศษที่คุ้นตา ซึ่งประสานเข้าด้วยกันได้อย่างแนบเนียน และทำให้เราได้เข้าใจว่า เรารักโดเรมอนและผองเพื่อนเพราะเหตุใด แม้ในปัจจุบันด้วยวัยที่มากขึ้น จะทำให้เราเหินห่างจากเจ้าหุ่นแมวสีฟ้านี้มากขึ้นเรื่อย แต่อย่างน้อยก็ยัง Stand by Me ในความทรงจำตลอดไป

 

8. Her

her-movie-poster-horiz-review-980x500

 

เรื่องย่อ: ในโลกอนาคตที่เทคโนโลยีก้าวหน้าแต่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและคนเหงา ชายคนหนึ่งได้ซื้อระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดมาใช้ และในเวลาไม่นาน เขาก็ได้เริ่มตกหลุมรัก OS ของตัวเองเสียแล้ว

เหตุผล: อีกเรื่องที่สร้างขึ้นมาสำหรับ “คนเหงา” ที่ดูแล้วจะ “เหงา” ยิ่งกว่าเดิม แต่ทั้งที่รู้ว่ามันเหงา และรู้ดีว่าถ้าไม่อยากเหงาต้องทำไง แต่สุดท้ายเราอาจเลือกที่จะอยู่กับความเหงาต่อไป เพราะบางทีการเสี่ยงที่จะรัก มันอาจเจ็บปวดกว่าความเหงาที่ต้องเผชิญเสียอีก ก็เหมือนกับชายหนุ่มใน Her การตกหลุมรัก OS ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนประหลาด หรือเข้ากับสังคมไม่ได้ เขากระตือรือร้นที่จะเข้าสังคมเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ความรักของเขากับ OS มันคือพื้นที่ปลอดภัยที่จะรักใครคนหนึ่งได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเสียใจภายหลัง

 

7. ตุ๊กแกรักแป้งมาก

x3

 

เรื่องย่อ: เด็กชายคนหนึ่งใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้กำกับ เพราะเด็กผู้หญิงที่เขาทั้งรักและชื่นชมใฝ่ฝันจะเป็นนางเอกหนัง เวลาผ่านไป ความฝั่นเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น แต่ติดปัญหาก็ตรงที่เด็กหญิงคนนั้นจำเด็กชายคนนี้ไม่ได้เสียแล้ว

เหตุผล: ท่ามกลางบรรยากาศและเรื่องราวที่น่ารักของเรื่อง การดูตุ๊กแกรักแป้งมาก ยังไม่ต่างอะไรกับการนั่งดูนั่งอ่าน “จดหมายรัก” ที่ต้อม ยุทธเลิศ เขียนถึงวงการหนังไทย เป็นจดหมายรักที่ค่อนข้างตกผลึก ไม่ได้มองโลกอย่างสวยงามมากเกินไป หรือมองทุกอย่างว่าเลวร้ายไปหมด ตุ๊กแกรักแป้งมากไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ไปถึงขั้นแตกหักหรือก่นด่าระบบทุนนิยมอย่างเดียว หนังเข้าใจว่านายทุนเองก็มีเหตุผลของเขา แต่ในขณะเดียวกันก็อยากให้เข้าใจและเปิดพื้นที่สำหรับผู้กำกับที่อยากเล่าเรื่องของตัวเอง ไม่ใช่แค่ทำงานตามใบสั่งให้เสร็จๆ ไปเท่านั้นด้วยเช่นกัน

 

6. The Raid 2

theraid2

 

เรื่องย่อ: หลังจากเพิ่งเอาตัวรอดจากภาคก่อนมาได้ พระเอกตำรวจนักบู๊ของเราก็ได้รับงานใหม่ทันที ด้วยการแฝงตัวเข้าไปในแก๊งค์อาชญากรรมใหญ่ของเมือง ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะครุกกรุ่นของการแย่งชิงอำนาจระหว่างมาเฟียเจ้าถิ่น มาเฟียต่างถิ่น และมาเฟียรุ่นใหม่

เหตุผล: The Raid ภาคแรกประสบความสำเร็จ เพราะเป็น Action ที่ทั้งโหดทั้งเรียลได้แบบสะใจ ภาค 2 ก้าวขึ้นไปอีกขั้น หนังมี Action ที่สเกลใหญ่ขึ้น หลากหลายขึ้น และโหดมากขึ้น แต่จุดเด่นจริงๆ ของภาคนี้คือการพิสูจน์ว่า Action ที่ดีกับบทที่ดีนั้นสามารถรวมอยู่ด้วยกันได้ แนวเรื่องแบบเจ้าพ่อปะทะกันหรือตำรวจปลอมตัวเป็นสายอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เมื่อมารวมกับฉาก Action ในเรื่องที่ถูกจัดวางได้อย่างถูกจุด ถูกเวลา ประกอบการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ที่น่าจดจำทุกตัวละคร ทำให้ไม่มีอะไรจะบอกกับหนังจากเพื่อนร่วม AEC ของเรา นอกเหนือจากคำว่า “โหดสัส”

 

5. Gone Girl

GoneGirlPoster

 

เรื่องย่อ: วันหนึ่งชายหนุ่มกลับมาบ้านและพบว่าเมียแสนสวยได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จนนำมาสู่ความพยายามในการค้นหาเมีย ไปพร้อมๆ กับการแก้ข้อกล่าวหาที่สังคมมีต่อตัวเขาว่า เขานั่นแหละที่เป็นคนร้าย ที่เป็นต้นเหตุการหายตัวไปของเมีย

เหตุผล: เบื้องหน้านี่คือหนัง Thriller ที่เต็มไปด้วยการหลอกล่อกันไปมา ปสานเข้ากับวิธีการเล่าเรื่องและบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยความอึดอัด สงสัย แต่ไม่สามารถละสายตาได้ และยังสนุกมาก จนไม่อยากให้จบลง ในเบื้องลึกนี่คือหนังที่พาเราไปพบกับปัญหาของชีวิตคู่ เมื่อต่างคนต่างเผยด้านที่แท้จริงต่อกันเรื่อยๆ และเมื่ออีกฝ่ายเริ่มรับไม่ได้ สิ่งที่ตามมาจึงไม่ต่างจากโศกนาฏกรรม จึงขึ้นอยู่กับเราว่าจะยังใส่หน้ากากเพื่อประคับประคองให้อยู่รอด หรือเลือกจะแตกหักไปเลย ดูจบแล้วล้มเลิกความตั้งใจที่จะมีเมียไปชั่วคราว

 

4. Dawn of the Planet of the Apes

dawn-planet-apes-posters-thumb

 

เรื่องย่อ: ภาคต่อของกำเนิดใหม่พิภพวานร เรารู้ว่าสุดท้ายวานรจะครองโลก และมนุษย์จะตกเป็นทาส แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น นี่คือเรื่องราวที่พาเราไปสำรวจว่า เหล่าวานรมีวิวัฒนาการและรวมกลุ่มกันอย่างไหร่ และอะไรคือชนวนจุดไฟสงครามระหว่างวานรกับมนุษย์

เหตุผล: หนังอาจมีแกนหลักอยู่ที่ “ลิง” ก็จริง แต่เรื่องราวและวิวัฒนาการสังคมลิงในภาคนี้ กลับทำให้เราเข้าใจ “ความเป็นมนุษย์” ได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น “สติปัญญา” อาจทำให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แต่เมื่อสมองพัฒนาไปจนถึงขั้นการคิดแบบตรรกะ สัญชาตญาณถูกกดทับด้วยความคิด ผลข้างเคียงก็ตามมา เราจะไม่ได้ล่าเพียงแค่เพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ อีกต่อไปแต่จะล่าเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองและประกันความอยู่รอดของลูกหลายในอนาคต รุ่งอรุณของความยิ่งใหญ่จึงมักจะมาพร้อมกับรุ่งอรุณของสงครามเสมอ ดู “ลิง” แล้วอย่าลืมย้อนดู “คน”

 

3. The Lego Movie

The-LEGO-Movie-Poster-Wide

 

เรื่องย่อ: ในโลกเลโก้ ตัวต่อธรรมดาตัวหนึ่ง ที่แทบไม่มีใครสนใจและจำหน้าได้ เกิดถูกยกให้เป็น “คนพิเศษ” ที่จะกลายเป็นความหวังในการป้องกันโลกของเลโก้จากวายร้าย

เหตุผล: ไม่แปลกถ้าคนที่เป็นแฟน Lego จะชอบเรื่องนี้ เพราะดึงเสน่ห์ของตัวต่อ Lego มาได้เต็มเปี่ยม แต่ที่น่าทึ่งกว่าคือขนาดเราที่ไม่ได้เติบโตมากับ Lego ยังรู้สึกสนุกและซาบซึ้งไปกับมันได้ เพราะ The Lego Movie มีอีกจุดเด่นก็คือ “บท” ที่ดี แม้ประเด็นต่างๆ ในเรื่องจะดูเดิมๆ ไปบ้าง แต่หนังก็สามารถเล่าออกมาให้รู้สึกถึงความแตกต่างได้ การส่งต่อประเด็นหนึ่งไปอีกประเด็นหนึ่งทำได้อย่างไหลลื่น โดยเฉพาะช่วงพลิกผันท้ายเรื่อง ที่ทำให้เราเข้าใจทันทีว่าทำไม Lego จึงได้รับความนิยมอย่างมากมายมาจนถึงปัจจุบัน ว่าแล้วก็อยากไปซื้อ Lego มาต่อเล่นบ้าง แม้ว่าเห็นราคาแล้วจะเหงื่อตกก็ตาม

 

2. The Lunchbox

the_lunchbox_2013-1024x576

 

เรื่องย่อ: แม่บ้านฮินดูที่ต้องการมัดใจสามีให้กลับมาหวานชื่นเหมือนเดิม ผ่านเสน่ห์ปลายจวักของเธอ กับชายวัยใกล้เกษียณที่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมาเป็นเวลานาน ทั้ง 2 คือคนที่ไม่น่าจะมาพบกันได้ แต่ก็ได้รู้จักกัน เมื่อมีการส่งปิ่นโตอาหารกลางวันผิดคนขึ้น

เหตุผล: นึกถึงอินเดียนึกถืออะไร… กลิ่นเหม็น ความสกปรก ความวุ่นวาย ฯลฯ ทุกอย่างที่คิดมีอยู่ใน The Lunchbox ยกเว้นเรื่องเดียวคือหนังเรื่องนี้ไม่มีเต้น ไม่มีร้องเพลง เพราะนี่คือหนังรักโรแมนติกระหว่างชายวัยใกล้เกษียณกับหญิงสาวแม่บ้านชาวฮินดู ที่บังเอิญรู้จักกันผ่านการส่ง “ปิ่นโต” ผิดคน เป็นมุมมองความรัก ความโรแมนติก และความเหงา ที่ถ่ายทอดมาอย่างเนิบๆ แต่ซึมลึก ซึ่งช่างตัดกับภาพความวุ่นวายของสังคมอินเดียที่รายล้อม และนี่แหละคือเสน่ห์ของ The Lunchbox หนังอินเดียที่ทำให้อินเดียช่างน่า “ค้นหา” และน่า “ลิ้มลอง” ไม่แพ้อาหารอินเดียในเรื่อง

 

1. Interstellar

2014-Interstellar-HD-Wide-Wallpaper

 

เรื่องย่อ: เมื่อโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤตอาหาร พ่อจึงต้องจากลูกเพื่อกู้โลก ด้วยการออกไปค้นหาดาวที่เหมาะสมแก่อนาคตของมนุษยชาติมากที่สุด กับการเดินทางที่ว่ากันว่าผสานเอาทฤษฎีและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อวกาศเข้ากันได้อย่างสมจริงที่สุด

เหตุผล: ถ้าชอบ Nolan ในฐานะนักทำหนังที่เจาะลึกเข้าไปในจิตใจของมนุษย์..คุณจะผิดหวังและอาจเกลียดหนังเรื่องนี้ แต่ถ้าชอบ Nolan ในฐานะนักบริหารข้อมูลที่ย่อยเรื่องยากๆ ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นแต่ก็ไม่ตื้นเขินเกินไป …คุณจะชอบหนังเรื่องนี้ ยิ่งถ้าสนใจเรื่องดาราศาสตร์อยู่บ้างแล้วละก็…จะรักเลยละ หนังอาจมีเนื้อเรื่องที่ไม่ซับซ้อนเท่าเรื่องก่อนๆ ของ Nolan แต่ก็โดดเด่นด้วยการประสานเอาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาใส่อย่างลงตัวและดูจริงมาก ที่สำคัญประสบการณ์การชม Interstellar ในโรงภาพยนตร์ เป็นอีกหนึ่งสิ่งยืนยันว่าทำไมการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์จึงแตกต่างจากการนั่งดู DVD อยู่ที่บ้าน

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here