[Review] A Fantastic Woman – ฉันคนนี้ก็คน

0
160
views

“A Fantastic Woman” เป็นหนังจากประเทศชิลี ซึ่งก้าวไปคว้ารางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเวที Oscars ปีล่าสุด (2018) บอกเล่าเรื่องราวของ “Marina Vidal” (Daniela Vega) ผู้หญิงข้ามเพศที่คบหากันอยู่กับชายแก่คราวพ่อ และในคืนหนึ่งผู้ชายคนนั้นก็เกิดเสียชีวิตลง Marina ต้องเผชิญกับความสงสัยของตำรวจว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายหรือไม่ รวมถึงความเกลียดชังจากครอบครัวฝ่ายชาย ที่มองว่าเธอคือคนที่ทำลายชีวิตครอบครัวอันแสนสุขของพวกเขา จนแม้แต่ Marina เองก็ไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เธอได้รับมันเป็นเพราะ “เพศสภาพ” ของเธอหรือเปล่า

เท่าที่ค้นข้อมูลเจอ ชิลีเป็นประเทศหนึ่งที่พยายามส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของกลุ่ม LGBT อย่างน้อยก็ในแง่ของกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ผลักดันร่างกฎหมายการสมรสของเพศเดียวกัน รวมถึงก่อนหน้านี้ในปี 2015 รัฐสภาชิลีก็เห็นชอบให้สามารถจัดตั้งกลุ่มหรือสมาคมของกลุ่ม LGBT ขึ้นได้อย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าสังคมจะยอมรับคนกลุ่มนี้ได้อย่างสนิทใจ และมันก็คือสิ่งที่ A Fantastic Woman พยายามสะท้อนออกมา

จริงอยู่ที่การถูกมองว่าเป็นมือที่ 3 ในชีวิตคู่ รวมถึงช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันราวพ่อกับลูก ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็คงถูกมองในแง่ลบอยู่แล้ว แต่การเป็นผู้หญิงข้ามเพศของ Marrina นั้นทำให้เธอต้องเผชิญกับปฏิกิริยาตอบกลับจากครอบครัวผู้ชายที่รุนแรงกว่าผู้หญิงจริงๆ หรือไม่ ซึ่งมันก็เป็นไปได้ ในมุมของเมียเก่าผู้ชาย Marrina ไม่ได้แค่เข้ามาแทนที่เธอ แต่ยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอด้วย ในสังคมหรือกับคนที่มีคติการจำแนกเพศชัดเจน มักจะพบความคิดที่ว่า แพ้ให้เพศเดียวกันยังพอว่า แต่แพ้ให้เห็นเพศอื่น มันเหมือนเสียหน้า เหมือนตัวเองโดนแย่งพื้นที่ไป (อารมณ์เดียวกับพวกผู้ชายบางส่วนที่เกลียดทอมนั่นแหละ)

ไม่แค่อคติของคนในครอบครัวฝ่ายชายที่มีต่อ Marrina แม้แต่กับตำรวจหรือหมอก็เช่นกัน ถึงภายนอกจะพยายามให้เกียรติ Marrina แต่หนังก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่า พวกเขามีภาพจำอย่างไรเกี่ยวกับ LGBT มันเป็นภาพจำของความไม่ไว้วางใจ สิ่งแรกๆ ที่พวกเขาพยายามถาม Marrina คือชื่อจริงของเธอ ซึ่งมันก็สะท้อนความไม่ไว้วางใจและมองว่าเธอเป็นหลอกลวง หรือไม่ก็ขายบริการทางเพศ พูดง่ายๆ คือพวกเขาไม่เชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกัน ว่าจะสามารถเป็นเรื่องของความรักได้จริงๆ

ผลกระทบที่ร้ายแรงสุดของอคติในสังคม ก็คือ มันทำให้เจ้าตัวก็เกิดความไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าจะยอมรับตัวเอง ซึ่งอันนี้จะว่าเป็นการต่อสู้ที่หนักกว่าก็ได้ ด้านหนึ่ง Marina มองว่าเธอก็เป็นคนๆ หนึ่งที่ควรได้รับปฏิบัติเหมือนเช่นทุกคนทั่วไป แต่อีกด้านหนึ่งเธอก็คงคิดว่าเพศสภาพของเธอนั้นเป็นปัญหาหรือเปล่า เห็นได้จากตอนหนึ่งที่เธอเลิกเดินหนีออกจากโรงพยาบาลเมื่อทราบข่าวการตายของคนรัก เราเชื่อว่าลึกๆ น่าจะเพราะเธอรู้ดีว่าคนอื่นจะมองเธอในแง่ใด อุปสรรคที่ยากที่สุดของการเรียกร้องสิทธิของ LGBT ก็คือการที่คนในยังคิดว่าตัวเองไม่เท่ากับคนอื่นนี่แหละ

ชอบที่สุดท้ายหนังพยายามชวนให้เราเห็นว่า ไม่สำคัญเลยว่าเราจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย กระเทย เกย์ ทอม แค่ให้รู้ว่า “เราเป็นเรา” ก็พอ

“A Fantastic Woman” เป็นหนังที่เหมือนจะเนิบๆ เรื่อยๆ แต่ยิ่งดูก็จะยิ่งรู้สึกหดหู่ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีฉากโหดๆ อะไรมากมาย แต่มันหดหู่ในอคติของคนที่มีต่อกัน แล้วอคติที่แฝงเร้นอยุ่ภายในหน้ากากของการทำเป็นว่ายอมรับ นี่บางทีมันเจ็บปวดยิ่งกว่าการด่าตรงๆ เสียอีก รอบอาจจะน้อยไปหน่อย โรงฉายอาจจะหายากไปหน่อย แต่ก็อยากสนับสนุนให้ได้ไปดูกัน เป็นหนัง LGBT ที่ดีงามแบบไม่ต้องพึ่งพิงการจิ้นฟินอะไร

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here