[Review] A Good Day to Die Hard – วันมหาประลัยที่ผ่านเลยมา แล้วก็ผ่านเลยไป

1
23
views

8S4X_a_good_day_to_die_hard_movie_poster

เรื่องนี้ดองไว้นานกว่าจะได้ลงมือเขียนจริงจัง เพราะไม่มีค่อยมีเวลาเท่าไหร่ และจะว่าไป A Good Day to Die Hard ก็ไม่ได้มีอะไรน่าจดจำขนาดนั้นด้วย (ตรงๆ กันอย่างนี้แหละ) สำหรับผมที่ไม่ใช่แฟน Die Hard เท่าไหร่ ภาคก่อนๆ ก็แทบจะไม่เคยได้ดู เพราะเราเกิดไม่ทันยุคของเขา ความรู้สึก ความผูกพันที่มีต่อ Die Hard จึงอาจไม่ได้เหนียวแน่นหรือตั้งหน้าตั้งตารอภาคนี้เหมือนดั่งแฟน Die Hard คนอื่นๆ แต่เอานะ ขึ้นชื่อว่า “Die Hard” ก็คงมีอะไรบ้างแหละ ไม่งั้นคงไม่ถือเป็น 1 ในตำนานหนัง Action ที่ทำให้ชื่อ “คนอึด” ติดตัว Bruce Willis มาจนถึงทุกวันนี้หรอก
 
ปัญหา คือสำหรับแฟนหนังรุ่นใหม่ A Good Day to Die Hard ไม่ได้ชวนให้รู้สึกถึงเสน่ห์ของ Die Hard เอาเสียเลย ไม่แน่ใจเพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป หรือเพราะตัวหนังภาคนี้มันไม่ได้มาตรฐานเอง แต่เดาว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะได้ยินแฟน Die Hard บ่นมาเยอะเหมือนเกัน สำหรับผม A Good Day to Die Hard แทบไม่ต่างอะไรจากหนัง Action เรื่องอื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด หนังให้ความมันส์ในขณะชมได้ในระดับหนึ่ง แต่พอดูจบก็จบกัน ไม่เหลืออะไรติดออกมาให้คิด ให้ประทับใจ ให้ชื่นชอบอะไรมากมาย เป็นหนังที่ดูแล้วผ่านเลยมาแล้วก็ผ่านเลยไป

จุด อ่อนสำคัญของ A Good Day to Die Hard น่าจะเป็นการที่หนังปล่อยวางเนื้อเรื่องทั้งหมด แล้วมุ่งความสนใจไปที่ฉาก Action แบบวินาศสันตะโรลูกเดียว ตัวหนังยาวประมาณ 90 นาที ประมาณว่าเป็นฉาก Action เสียสัก 70 นาทีเห็นจะได้ หลายๆ ฉากนั้นดูในโรงแล้วยอมรับว่ามันส์จริง แต่ก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่แต่อย่างไรเมื่อเทียบกับหนัง Action ขึ้นหิ้งเรื่องอื่น ขณะที่ในส่วนของเนื้อเรื่อง หนังมีประเด็นพ่อลูกให้เล่น ไม่ว่าจะเป็นการไม่มีเวลาให้ลูก หรือแม้แต่ความต่างระหว่างคุณพ่อจอมระห่ำกับคุณลูกจอมแผนการ แต่สุดท้ายก็… เนื้อเรื่องไม่สนละ หันมายิงกันลูกเดียวสะใจกว่า นี่ยังไม่นับว่าหลายช่วงหลายตอนของหนังดูไร้เหตุผลสิ้นดี เอาง่ายแค่ขับรถเข้าไปในเมือง Chernobyl ได้แบบง่ายๆ ก็ออกจะเว่อร์เกินไปหน่อยละ

โดย สรุป A Good Day to Die Hard ก็คงเป็นได้แค่หนังดูเอามันส์เฉยๆ จะสร้างปรากฎการณ์ให้เหมือนกับ Die Hard นั้นคงจะยากเต็มที แต่อย่างน้อยถึงจะโดนวิจารณ์ติดลบเสียเยอะ รายได้ก็ยังจัดว่าดีอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับหนังของดารานักบู๊รุ่นเก่าด้วยกันช่วงนี้อย่าง The Last Stand หรือ Bullet to the Head (ส่วนตัวแอบเสียดาย The Last Stand เพราะคิดว่าหนังสนุกกว่าเยอะทีเดียว) ก็ได้แต่หวังว่าถ้าเกิดจะมีภาค 6 มาอีก ผู้สร้างจะใส่ใจเนื้อเรื่องและสามารถทำให้แฟนหนังรุ่นใหม่ๆ สัมผัสได้ถึงเสน่ห์แบบ Die Hard ด้วยแล้วกัน

ความชอบส่วนตัว: 5/10

A GOOD DAY TO DIE HARD

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here