[Review] A Quiet Place – กรุณางดใช้โทรศัพท์และคุยกันระหว่างชมภาพยนตร์

0
254
views

ไม่แน่ใจว่า “John Krasinski” เคยเจอประสบการณ์อันแสนน่ารำคาญ จำพวกคนเล่นโทรศัพท์หรือคุยกันระหว่างดูหนังในโรงหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ “A Quiet Place” ผลงานที่เขาทั้งกำกับ ร่วมเขียนบท และแสดงเอง (แถมดึงภรรเมีย “Emily Blunt” มาแสดงเป็นเมียในเรื่องด้วย) ถึงได้ออกมาในลักษณะนี้

พวกเมิงคุยกันเสียงดังนักใช้มั้ย เดี๋ยวกรุส่งเอเลี่ยนจับกินเสียเลย

“A Quiet Place” ไม่ใช่หนังผี เพราะไม่มีผี แต่ก็มีสิ่งที่น่ากลัวกว่าผี นั่นคือเอเลี่ยนกินคนที่แม้จะตาบอด แต่มีประสาทการได้ยินเป็นเลิศ แค่เสียงกระซิบเบาๆ มันก็สามารถได้ยิน และกระโจนมาฆ่าคุณอย่างรวดเร็ว แบบแทบไม่ทันตั้งตัว โลกพ่ายแพ้ต่อมัน และชาวเมืองที่เหลือรอดต้องปรับวิถีชีวิตด้วยการทำตัวให้เงียบเชียบที่สุด งดคุย งดเสียงดัง ของที่ก่อให้เกิดเสียงดังกลายเป็นสิ่งต้องห้าม ทางเดินต้องโรยด้วยทรายเพราะเดินแล้วมีเสียงเบาที่สุด โดยที่หนังจะโฟกัสไปที่เรื่องราวของครอบครัว Abbott ที่ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูกอีก 2 คน (บวกอีก 1 ที่ยังอยู่ในท้อง) 

เงื่อนไขเหล่านี้ที่หนังวางไว้ จริงๆ ก็เพียงพอที่จะสร้างความเขย่าขวัญสั่นประสาทให้กับคนดูแล้ว แต่ A Quiet Place ยังเติมเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นภรรยาที่กำลังท้องแก่ใกล้คลอด (แม้จะยังสงสัยนิดนึงว่าตอนทำลูก ทำกันท่าไหน เสียงเลยเงียบจนเอเลี่ยนไม่ได้ยิน) หรือความรู้สึกของคนในครอบครัว ที่เต็มไปด้วยความอึดอัด เพราะไม่สามารถใช้คำพูดออกมาได้ตรงๆ ที่สำคัญก็ต้องชมฝีมือในการกำกับของ John Krasinski ที่รังสรรค์จังหวะได้อย่างพอเหมาะ (ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นงานกำกับเรื่องที่ 2 ของเขาเท่านั้น) สร้างอารมณ์การบีบคั้น ที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งเราก็เกร็งแทบไม่กล้าจะหายใจเลยทีเดียว

ชอบเอเลี่ยนในเรื่อง ที่แม้จะ CG แค่ไหนก็ตาม แต่จังหวะการออกมาของมันแต่ละครั้งนั้นน่ากลัวมาก มันรู้สึกได้เลยว่าทำไมคนในเรื่องถึงทั้งเครียดทั้งประสาทกินแบบนี้

มีคนดูบางส่วนวิเคราะห์ว่า A Quiet Place น่าจะเป็น Side Story เรื่องหนึ่งในจักรวาล Cloverfield หรือเปล่า เพราะนอกจากจะจัดทำโดยค่ายเดียวกันแล้ว (Paramount) ฟีลของหนังก็ให้อารมณ์ความกดดันคล้ายๆ 10 Cloverfield Lane อยู่ ตัวจักรวาล Cloverfield นั้นก็ค่อนข้างเปิดกว้างและการตลาดของจักรวาลนี้ก็สามารถทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าสุดท้ายจะมีการประกาศว่าเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Cloverfield ก็ไม่แปลกใจ แม้จะไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เพราะอยากให้หนังมีความเป็น Stand Alone ของตัวเองมากกว่า (หรือจริงๆ ที่คนคิดว่า A Quiet Place เป็น Cloverfield เพราะภาคล่าสุด The Cloverfield Paradox มันน่าผิดหวังจนอยากลืมมันก็เป็นได้)

A Quiet Place ยังทำให้นึกถึง “Don’t Breath” ที่ว่าด้วยชายตาบอดตามล่าโจรกระจอกที่มาปล้นบ้าน เรื่องนั้นก็ทำเอาแทบหยุดหายใจเหมือนกัน ส่วนตัวชอบ Don’t Breath มากกว่านิดนึง เพราะมันมีเรื่องการชิงไหวชิงพริบระหว่าง 2 ฝ่ายอยู่ด้วย ขณะที่ A Quiet Place นี่ดูเป็นการตั้งรับของฝ่ายมนุษย์เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพลาดทั้ง 2 เรื่องนั่นแหละครับ

สุดท้ายแล้ว ถ้าระหว่างดู A Quiet Place ยังจะมีใครกล้าคุยกันเสียงดังอีก ก่อนที่เอเลี่ยนจะมากินหัว คงโดนคนในโรงรุมสกรัมเสียก่อน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.