[Review] All is Lost – ไม่เหลืออะไรเลย

1
25
views
All-is-Lost-poster (1)

-1-

All is Lost เป็นหนังแนวเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันในทำนองเดียวกับ Gravity, Cast Away หรือ 127 Hours โดยครั้งนี้กำหนดฉากหลังเป็นอุบัติเหตุเรือใบกลางมหาสมุทร และเช่นเดียวกับหนังสไตล์นี้เรื่องอื่น All is Lost เป็นหนังที่เน้นโชว์การแสดงของตัวเอกเป็นหลัก แถมเรื่องนี้ยัง “เล่นคนเดียว” จริงๆ เพราะทั้งเรื่องมีแค่ตัวละครของ Robert Redford เท่านั้น

-2-

ในขณะที่เรื่องอื่นอาจมีการบอกภูมิหลังของตัวละครไว้บ้าง แต่กับ All is Lost เราแทบไม่รู้เลยว่าตัวละครของ Robert Redford คือใคร แม้กระทั่งชื่อจนจบเรื่องก็ยังไม่รู้เลย และเหตุใดตัวละครนี้ถึงมาแล่นเรือเล่นเราก็ไม่ทราบอีกเช่นกัน แถมยังไม่มีการ Flashback เรื่องราวในอดีตแบบที่หนังเรื่องอื่นชอบทำด้วย เปิดเรื่องมาก็เรือแตกและทั้งเรื่องก็อยู่ในทะเลนั่นแหละ

-3-

All is Lost ยังเป็นหนังที่บทพูดน้อยมากถึงมากที่สุด เรียกว่าแทบจะนับประโยคได้ การสื่ออารมณ์ทุกอย่างจึงแสดงออกผ่านทางสีหน้าและแววตาเป็นหลัก ซึ่ง Robert Redford ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งที่เราแทบไม่รู้อะไรกับตัวละครนี้เลย แต่เขากลับทำให้ตัวละครนี้มีชีวิต ชวนให้เอาใจช่วย และรู้สึกถึงความหวังและสิ้นหวังไปพร้อมๆ กัน

-4-

ที่น่าสนใจคือตัวละครของ Robert ในเรื่อง ไม่ใช่คนที่ต้องเริ่มนับหนึ่งในการเรียนรู้ที่จะมีชีวิตรอด ตรงกันข้ามตัวละครนี้มีความรู้และอุปกรณ์เครื่องมือในการเอาตัวรอดอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้แหละที่ยิ่งทำให้หนังดู “สิ้นหวัง” เข้าไปอีก เพราะขนาดเตรียมพร้อมขนาดนี้แล้ว กลับไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อสิ่งที่เจอมันร้ายแรงกว่าที่เตรียมการไว้ เป็นหนังที่แม้จะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับตัวละคร และเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไร แต่ก็ทำให้เราสามารถลุ้นและรู้สึกร่วมไปกับตัวหนังได้ตลอด

-5-

ว่าแล้วก็น่าเสียดายไม่น้อย All is Lost มีคุณค่าพอที่จะได้เข้าชิง Oscar มากกว่าแค่สาขา Sound Editing โดยเฉพาะสาขาอย่างนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่ All is Lost ดูน่าจะได้เข้าชิงมากกว่าบางชื่อเสียอีก

ความชอบส่วนตัว: 8/10

all-is-lost-clip-05222013-170437

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here