[Review] American Hustle – ล้างบางคนโกง ด้วยคนลวง

3
66
views
AmericanHustlePoster

American Hustle เป็นหนังที่ดูมาตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน แต่ไม่มีเวลาเขียนถึงสักที จนเกือบจะข้ามไม่เขียนถึงไปแล้ว แต่ไหนๆ หนังก็คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสาขาภาพยนตร์ตลก/เพลง จากเวทีลูกโลกทองคำ 2013 มาครองไปแล้ว ก็ขอเกาะกระแสเขียนถึงสักหน่อย

American Hustle เป็นผลงานของผู้กำกับ David O. Russell ซึ่งปีก่อนมีผลงานเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากๆ และเป็นอันดับ 4 หนังที่ชอบที่สุดในปี 2013 ก็คือ Silver Linking Playbook จุดเด่นการทำหนังของ Russell คือหนังของเขาเป็นหนังที่ดูง่าย เนื้อหาไม่ซับซ้อน เข้าถึงไม่ยาก แต่โดดเด่นด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่ทำให้ความธรรมดากลายเป็นไม่ธรรมดา รวมถึงยังเด่นในการกระจายบทและผลักดันตัวละครในเรื่องให้โดดเด่นขึ้นมา อย่าง Silver Linking Playbook นี่เข้าชิงสาขานักแสดงยกกลุ่มกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้จะชอบ Silver Linking Playbook แค่ไหน แต่กลับ American Hustle กลับไม่ใช่ แม้ว่าตัวหนังจะมีดีในระดับหนึ่ง และความสามารถในการผลักดันตัวละครของ Russell ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน แต่โดยรวมหนังกลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจ (อย่างน้อยก็ผม) ได้ หลายช่วงออกแนวน่าเบื่อ บางช่วงก็ออกสับสนว่าควรจะจริงจังหรือตลกดี แตกต่างจาก Silver Linking Playbook ที่เด่นทั้งตัวละคร เนื้อหา และการเล่าเรื่อง

เนื้อเรื่องของ American Hustle พูดถึง 2 ชู้รัก 18 มงกุฎ “Irving Rosenfeld” (Christian Bale) และ “Sydney Prosser” (Amy Adams) ที่โดน FBI “Richie DiMaso” (Bradley Cooper) ซ้อนแผนจับกุมได้ แต่ยื่นข้อเสนอให้ทั้ง 2 คนใช้ความสามารถในการลวงโลกของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ด้วยการล่อจับนักการเมืองหนุ่มไฟแรง นายกเทศมนตรี “Carmine Polito” (Jeremy Renner) ทีมีแผนจะรับสินบนใต้โต๊ะเพื่อแลกกับการผลักดันโครงการพัฒนาเมืองที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม แผนการนี้อาจไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมีอุปสรรคใหญ่เป็น “Rosalyn Rosenfeld” (Jennifer Lawrence) ภรรยาตัวจริงผู้ไม่ค่อยปกติของ Irving

เนื้อหาของ American Hustle ฟังดูค่อนข้างซับซ้อน แม้จะไม่ถึงกับต้องปีนบันไดดู แต่ถ้าพลาดไปสักฉากก็อาจพาลทำให้ไม่รู้เรื่องได้ ตัวเนื้อเรื่องทำให้เหมือนกับว่าหนังจะออกแนวหักเหลี่ยม หรือสืบสวนสอบสวน ซึ่งก็มีอยู่บ้างแต่อาจไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะโดยแท้ American Hustle คือหนังดราม่าที่เน้นการจิกกัดสังคมโดยเฉพาะการแบ่งแยกสังคมออกเป็นขาวและดำ ซึ่งตัวหนังพยายามแย้งผ่านตัว Irving ว่ามันไม่มีหรอก โลกนี้มันเทาล้วนๆ และในโลกมัวๆ นี้นี่เอง สิ่งสำคัญสุดก็คือเอาตัวเองให้รอดไว้ก่อน ซึ่งบางครั้งคำโกหกและคำลวงก็อาจไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ ถ้ามันจะช่วยให้รอดได้ และโดยไม่รู้ตัว แต่ละคนล้วนใช้คำลวงเพื่อเอาตัวรอดกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกคนอื่น เรื่อยมาจนถึงหลอกตัวเอง การเล่นกับ “เรื่องโกหก” ใน American Hustle สะท้อนผ่านหลากหลายตัวละครในเรื่อง ทั้ง Irving ที่ยึดถืออาชีพ 18 มงกุฎเป็นงานหลักในการเลี้ยงชีพ Sydney ที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริงเพื่อต้องการเริ่มชีวิตใหม่ Richie ที่กำลังหลอกตัวเองว่าเขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ Carmine ที่ต้องยอมเล่นใต้โต๊ะเพื่อเป้าหมายที่ต้องการแม้จะเป็นเป้าหมายที่ดีก็ตาม รวมไปถึง Rosalyn ที่ก็หลอกตัวเองว่าเธอปกติ

อย่างไรก็ตาม แม้การเล่นกับประเด็นเรื่องโลกเทาๆ จะดูน่าสนใจ แต่แก่นของเรื่องก็ถูกทับไว้ความซับซ้อนของตัวบทและการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างเร็ว รวมไปถึงการแสดงของบรรดานักแสดงนำที่ประกอบด้วย Christian, Amy, Bradley, Jeremy และ Jenifer ที่ใส่เต็มจัดเต็มไม่ยั้งกันแบบ Over Acting ที่ไม่ดูประหลาดหรือทำให้หนังเสียเพราะมัน Over กันทุกคนทั้งเรื่องจนกลายเป็นเรื่องปกติไป แถม David ก็รังสรรค์ให้แต่ละคนได้มีฉากปล่อยของตัวเองได้เต็มที่ ซึ่งในจำนวนนี้หลายคนอาจประทับใจฉากขโมยซีนของ Jennifer หรือความทุ่มเทในการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นหัวล้านพุงพลุ้ยของ Christian (ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่กลับการทำให้ตัวเองเป็นคนอ้วน) แต่ส่วนตัวกลับประทับใจบทบาท Carmine ของ Jeremy มากที่สุด แม้จะไม่โดดเด่นเท่าคนอื่น แต่อาจเพราะเราไม่ค่อยเห็นบทแบบนี้จาก Jeremy นัก และเขาก็ทำได้ดี ทำให้เราสามารถเชื่อได้ว่านี่คือนักการเมืองที่มีความหวังดีต่อเมืองของเขาจริงๆ

เชื่อได้เลยว่าหลังจากนี้ David คงเป็นที่ต้องการร่วมงานด้วยของนักแสดงระดับแถวหน้าหลายคน เพราะสิ่งที่ David จัดให้กับแต่ละคนได้ก็คือการส่งเสริมพลังการแสดง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถส่งไปให้ถึงเวทีรางวัลได้ง่ายๆ ใน American Hustle เราก็ยังคงเห็นพลังการแสดงที่ออกมาจากตัวละครในเรื่องเช่นเดิม มันเหมือนจะดีถ้าส่วนตัวไม่รู้สึกว่ามันทรงพลัง (เกินไป) จนทำให้กลบตัวประเด็นเรื่องหลักๆ ไปเสียหมด กลายเป็นว่าพอออกจากโรงแล้ว เราอาจจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่า เรื่องมันพูดถึงอะไร แต่จะจำได้แค่ บทบาทการแสดงภายในเรื่อง…

ความชอบส่วนตัว: 7/10

american-hustle

3 COMMENTS

  1. แอบรู้สึกว่าผกก.จะเน้นเรื่องพุงของ Irving ไปหน่อย ละบางฉากมันล้นไปแบบไม่ขำ แต่โดยรวมแล้วหนังสนุกทุกคนเล่นได้เต็มที่มาก

    ชอบคาแร็คดตอร์ของเจเรมี่ที่สุดเหมือนกัน ดูปกติเป็นธรรมชาติสุด และฉากที่ประทับใจที่สุด คือฉาก Irving เข้าไปสารภาพผิดกับ Carmine ดูละรู้สึกว่าเป็นคนดีที่โดนหลอกจริงๆ สงสาร

  2. ที่คุณรู้สึกว่ามันทรงพลังเกินไป เป็นเพราะคุณรู้จักตัวละครทุกตัวเป็นอย่างดีไงครับ แต่ยังไงก็ชอบบทวิจารณ์ของคุณนะครับ อ่านแล้วเคลียร์ครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here