[Review] บุปผาอาริกาโตะ – เก้าสวย เก้าน่ารัก เก้าคือใช่

0
53
views

buppha-arigato-2

 

เก้า…สวย
เก้า…น่ารัก
เก้า…คือใช่อะ

จริงๆ Review นี้จะจบลงแค่นี้ก็ได้ เพราะมันแทบพูดความรู้สึกที่เรามีต่อหนังเรื่องนี้ได้หมดแล้ว น้องเก้า – สุภัสสรา ธนชาต เป็นทั้งเหตุผล จุดดี และจุดที่น่าจดจำสุดของเรื่อง การเลือกเก้ามาสานต่อตำนานบุปผาราตรีถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เรารู้มานานแล้วว่าเก้านั้นน่ารัก แต่การเล่นแบบน้อยๆ แต่ได้มากของเก้า ในบุปผาอาริกาโตะ ทำให้ยิ่งน่าหลงไหลเข้าไปอีก ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังดูมีแรงดึงดูดบางอย่างให้น่าค้นหา…รักอะ

แต่จะพูดถึงเก้าอย่างเดียวก็ดูลำเอียงไปหน่อย ก็ขอพูดถึงส่วนอื่นๆ ไปด้วยละกัน หลายคนอาจทราบว่าก่อนหนังฉายไม่นาน ผู้กำกับ “ยุทธเลิศ สิปปภาค” ได้ก่อหวอดดราม่ากับเพจวิจารณ์หนังชื่อดัง ซึ่งก็ต่างแรงมาแรงไปด้วยกันทั้งคู่ แต่ว่าไปก็เฉยๆ กับดราม่านะ คือถ้านักวิจารณ์บางกลุ่มถือสิทธิว่าตัวเองสามารถด่าคนทำหนังแรงๆ ได้ ก็ไม่แปลกอะไรถ้าคนทำหนังบางคนจะด่าแรงๆ นักวิจารณ์เช่นกัน (แต่อย่ามาด่าผมละกัน ผมมันแค่ตัวกิ๊กก๊อก) ข้ามเรื่องดราม่าไปที่ตัวหนังละกัน “บุปผาอาริกาโตะ” เป็นการเริ่มตำนานบทใหม่ในจักรวาล “บุปผาราตรี” ที่เคยสร้างชื่อให้ยุทธเลิสและมีภาคต่อรวมกัน 4 ภาค ทั้งนี้ แม้บุปผาอาริกาโตะจะอยู่ในจักวาลเดียวกันกับบุปผาราตรี แต่เนื้อเรื่องก็เป็นเอกเทศ ไม่ต้องดูบุปผาราตรีมาก่อนก็รู้เรื่อง เพียงแต่ถ้าเคยดู เราก็พอจะรู้สไตล์หนังแบบบุปผา ซึ่งน่าจะช่วยให้เรารับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบุปผาอาริกาโตะได้

แรงบันดาลใจของบุปผาราตรีนั้นมาจากการ์ตูนผีเล่มละไม่กี่บาท ที่ผูกโครงเรื่องง่ายๆ แต่ก็อ่านสนุกอยู่ ยุทธเลิศนำแรงบันดาลใจเหล่านั้นถ่ายทอดจนกลายเป็นสเน่ห์ของหนังบุปผาราตรี ที่มีความหลอนสุดๆ ปนตลกสุดๆ เพิ่มเข้าไปอีกด้วยเรื่องความรัก ความผิดหวัง และการหักหลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยุทธเลิศก็ยังคงใส่เข้าไปในบุปผาอาริกาโตะ เพื่อรักษาเอกลักษณ์แบบเดิมๆ ไว้ แต่ที่ต่างไปคือการเปลี่ยนโลเคชั่นจากอพาร์ทเมนท์ในกรุงเทพฯ ไปยังบ้านเช่าในญี่ปุ่น และใส่ “แก๊งค์แฟนฉัน” เข้าไปเป็นตัวสีสันของเรื่อง ในทำนองเดียวกับที่เคยใส่เหล่าตลกเข้าไปในบุปผาราตรี

 

buppha-arigato-9

 

การยกพลมาญี่ปุ่น ก็ต้องมาเจอกับผีญี่ปุ่น ซึ่งด้วยความต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ทำให้เราไม่รู้ ไม่เข้าใจ ว่าผีญี่ปุ่นในเรื่องมันหลอกหลอนไปเพื่ออะไรกัน ทำได้เพียงแค่ “อาริกาโตะ” ใส่มัน (นั่นแหละที่มาของชื่อเรื่อง) ซึ่งมันอาจดูยุ่งยากกว่าผีไทย ที่เราอาจพอคุยกันรู้เรื่อง จนทำให้พอเดาได้ว่าผีมันมีปัญหาอะไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บุปผาอาริกาโตะ ก็ใช้ประโยชน์จากความเป็นญี่ปุ่นเสียไม่คุ้มเลย พอๆ กับบรรดาแก๊งค์แฟนฉันที่ใช้ไม่คุ้มเช่นกัน มีเด่นๆ หน่อยก็แค่ “แน็ค” กับ “แจ๊ค” ขณะที่คนอื่นๆ เหมือนตัวประกอบ ทั่งที่มันอุตส่าห์เป็นการรวมตัวบนจอเงินครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่จบหนังแฟนฉันไปนะ

ยุทธเลิศยังคงสไตล์การเล่าเรื่องแบบเมาๆ หยาบๆ เอาไว้ ซึ่งในแง่ดีคือมันทำให้เราไม่รู้เลยว่าจะเจอกับอะไรต่อไปบ้าง เรื่องนี้ลดความหยาบลงจากเรื่องก่อนๆ ของผู้กำกับคนนี้ แต่ไปเพิ่มในแง่ความเมาให้มากขึ้นแทน โดยรวมแล้ว บุปผาอาริกาโตะ จึงเหมือนการนั่งสนทนาเรื่องผีในวงเหล้า มันไม่สมบูรณ์ ไม่สวยงาม โดยเฉพาะในแง่โปรดักส์ชั่น ที่เรื่องนี้คุณภาพการถ่ายทำเรียกว่าทุนต่ำอย่างแรง เสียงไม่ Smooth แสงไม่สวย ภาพเสียบางฉาก ถ่ายแบบถือกล้องไปมา การเล่าเรื่องหลายทีก็มึนๆ ว่าจะเอายังไงกันแน่ แต่ก็นั่นแหละ วงเหล้า มันก็มีสเน่ห์ในแบบวงเหล้าอยู่ ถ้าคุณรับได้ มันก็พร้อมจะฮาเฮกับวงเหล้านี้ได้ แม้จะเป็นวงเหล้าที่ค่อนข้าง “เมาหนัก” กันไปนิดนึงก็ตาม

ที่สำคัญดันมี น้องเก้า มานั่งในวงเหล้านี้ด้วย…แค่นี้ก็คุ้มละ

 

Scale-5

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here