[Review] Cinema Paradiso – โรงภาพยนตร์แห่งความทรงจำ

1
167
views

Nuovo_Cinema_Paradiso_by_Evaty

ภาพยนตร์อาจเป็นสื่อบันเทิงที่สร้างความสนุกสนานให้กับเรา แต่ในยุคปัจจุบันที่โทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำหน้าที่นั้นได้ไม่แพ้กัน ทำให้การเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงลดจำนวนลงไป ซึ่งเจ้าของโรงก็ดูเหมือนจะเข้าใจจุดนั้น เลยพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโรงหนังไม่ว่าจะเป็นการปรับจากโรงแบบ Stand Alone มาเป็น Multiplex รวมไปทำให้โรงภาพยนตร์กลายเป็นแหล่งความบันเทิงครบวงจรที่ไม่ใช่แค่ฉายภาพยนตร์เท่าันั้น การปรับตัวเหล่านี้นำมาสู่ราคาตั๋วเข้าชมที่ถีบตัวขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แม้ว่ารายได้ที่ได้จะสร้างกำไรและทำให้อยู่รอดในธุรกิจต่อไปได้ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้โรงภาพยนตร์ถอยห่างจาก “ชุมชน” ไปเรื่อยๆ เช่นกัน

ปกติจะรีวิวหนังชนโรง แต่ปีนี้ขอเปลี่ยนมารีวิวหนังเก่าๆ ดูบ้าง ซึ่งเรื่องนั้นก็คือ “Cinema Paradiso” หนังอิตาลีที่จะพาเราย้อนกลับเข้าไปทำความรู้จักกับ “โรงภาพยนตร์สมัยก่อน” ในยุคที่ดิจิตอลยังไม่ถือกำเนิด ฉายเพียงแค่ในระบบฟิล์ม และหนังคือความบันเทิงหลักของชุมชน ซึ่งภาพแบบนี้ได้ลดลงและแทบจะหายไปแล้วในปัจจุบัน ตัวหนัง “Cinema Paradiso” นั้นสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1988 ความยอดเยี่ยมของเรื่องนี้ส่งผลให้ได้รับรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมบนเวที Oscar ในปีถัดมา

“Cinema Paradiso” เ็ล่าเรื่องราวของ “Salvatore Toto Di Vita” ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงานใน 3 ช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็ก (Salvatore Cascio) ที่เขาเริ่มรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า “ภาพยนตร์” และได้เข้ามาทำงานเป็นคนฉายหนังในโรงภาพยนตร์ที่ชื่อว่า “Cinema Paradiso” โดยมีเพื่อนสนิทต่างวัย “Adelfio” (Leopoldo Trieste) เป็นคนชักนำและให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะชีวิต การงาน หรือความรัก เรื่อยมาจนเมื่อ Toto โตเป็นหนุ่ม (Marco Leonardi) เขาได้พบรักกับ “Elena” (Agnese Nano) ที่ทำให้เขาได้เริ่มเรียนรู้ว่า ชีวิตจริงอาจไม่ได้เหมือนกับในหนังเสมอไป สุดท้ายในวัยกลางคน (Jacques Perrin) เมื่อ Toto เดินทางกลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และโรงภาพยนตร์ Paradiso กำลังจะถูกทำลายลง

cinemaparadiso

เทียบกับโรงภาพยนตร์ปัจจุบันที่ถือเอาความสะอาด สะดวกสบาย รวมถึงมารยาทในการดูหนังไม่ส่งเสียงวุ่นวายเป็นสำคัญ ภาพของ Cinema Paradiso ดูจะตรงกันข้าม โรงหนังแห่งนี้เป็นแบบ Stand Alone ที่ฉายด้วยระบบฟิล์ม การดูหนังของที่นี่เหมือนจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีผู้คนมากหน้าหลายตาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาตั้งแต่เด็กยันคนแก่หลากหลายอาชีพ และก็เหมือนจะไม่ได้ดูกันแบบเงียบๆ ด้วย บ้างดูไปคุยไป บ้างต้องยืนดูเพราะไม่มีที่นั่ง บ้างสูบบุหรี่ไป กินขนมไป และถ้าขนมหมดก็มีคนมาขายถึงในโรงด้วย บ้างก็นอนหลับแบบไม่สนใจใคร เรื่อยไปจนถึงบ้างก็ได้กันในโรงก็มี นี่คือฉากชีวิตของสังคมๆ หนึ่งในสมัยก่อนที่ถูกเรียงร้อยด้วยกันภายใต้สถานที่ที่ชื่อว่า Cinema Paradiso ขณะเดียวกันเราก็เห้นถึงความผูกพันที่ชุมชนมีต่อโรงภาพยนตร์แห่งนี้ แม้แต่ในช่วงที่ Cinema Paradiso โดนไฟไหม้จนไม่สามารถฉายหนังได้อีก ก็เป็นชาวบ้านนี่แหละที่สละเงินรางวัลลอตตารี่ของตัวเองมาฟื้นฟูสถานที่นี้ เพื่อให้เป็นโรงภาพยนตร์สำหรับทุกๆ คนอีกครั้งนึง

โรงภาพยนตร์ปัจจุบันอาจจะเป็นเพียงแค่แหล่งบันเทิงแห่งหนึ่ง แต่สมัยก่อนมันคือแหล่งที่คนในชุมชนจะได้มาพบกัน พูดคุยกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน การแจ้งข่าวหรือประกาศต่างๆ ก็ทำในที่แห่งนี้ ซึ่งแน่นอนบทบาทเหล่านี้ของโรงภาพยนตร์ได้หายไปเกือบหมดแล้วในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะชี้ให้เห็นสเน่ห์ของโรงภาพยนตร์ยุคเก่าตั้งแต่ยุค 40’s – 50’s แต่ Cinema Paradiso ก็ไม่ได้ดำเนินเรื่องแบบคร่ำครวญถึงแต่อดีต และมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งชั่วร้ายไปเสียหมด ตรงกันข้ามหนังเรื่องกลับมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ เราไม่สามารถที่จะเกาะเกี่ยวอดีตให้อยู่กับตัวเราได้ตลอด แต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องลืมเลือนอดีตไปทั้งหมด อดีตบางเรื่องเราก็ยังสามารถเก็บไว้เป็น “ภาพความทรงจำ” ที่สวยงาม เพื่อเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวหน้าต่อไป เป็นสิ่งดีๆ ที่เมื่อเรามองย้อนกลับไปจะมีแต่รอยยิ้มและความรู้สึกดีๆ ไม่ใช่มีเพียงความโศกเศร้าเท่านั้น

Cinema Paradiso จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังที่ชวนหวนระลึกถึงบรรยากาศโรงภาพยนตร์ในสมัยก่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นหนังแนวก้าวพ้นช่วงวัยที่ชวนเราให้ทำความเข้าใจกับคำว่า “อดีต” มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้โรงภาพยนตร์ในปัจจุบันกลับไปเป็นสมัยก่อน แต่อย่างน้อยเราก็ยังเลือกที่จะจดภาพความสุขเมื่อครั้งเก่าก่อนไว้ในใจได้เช่นกัน เหมือนที่ Adelfio ช่วยให้ Toto คลี่คลายปมในใจทั้งเรื่องชีวิตและความรัก เป็นอีกหนังดีๆ ที่แม้จะเก่าและยาวแต่ก็สร้างความประทับใจให้กับเราได้ตลอดทั้งเรื่อง ยิ่งใครรักหนัง ยิ่งไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

 

ความชอบส่วนตัว: 8/10

 

Cinema-1

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here