[Review] Coco – อยู่ให้คนรัก จากไปให้คนคิดถึง

0
355
views

เด็กชายชาวเม็กซิกันใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี แต่กลับพบอุปสรรคใหญ่เมื่อครอบครัวของเขาเกลียดดนตรีเข้าไส้ เนื่องจากตาทวดของเขาทิ้งครอบครัวไปเพื่อดนตรี เรื่องยิ่งยุ่งหนักเมื่อเด็กหนุ่มคนนี้หลุดเข้าไปในโลกวิญญาณ ทางเดียวที่จะกลับบ้านได้คือ ขอให้วิญญาณบรรพบุรุษอวยพรให้ แต่จะทำยังไงให้ละในเมื่อพวกเขาก็ยื่นเงื่อนไขเช่นกันว่า ถ้าอยากกลับโลก ต้องเลิกเล่นดนตรีเด็ดขาด!!!

ฟังดูเป็น Plot เกี่ยวกับการตามหาความฝัน ฝ่าฟันอุปสรรค แล้วสุดท้ายความฝันอันยิ่งใหญ่ก็จะเป็นฝ่ายชนะ ครอบครัวจะยอมรับเราในที่สุด ไชโย… ถ้าเป็นแค่นี้ “Coco” ก็คงไม่มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้ว Coco ใช้เรื่องดนตรีเป็นเพียงแค่ใบเบิกทางเท่านั้น ในขณะที่ประเด็นหลักจริงๆ คือเรื่อง “การจดจำ” โดยประสานเข้ากับความเชื่อของชาวเม็กซิกันที่ว่า ในวันแห่งความตาย คนตายจะเดินทางกลับบ้าน แต่เฉพาะคนตายที่ครอบครัวยังระลึกถึงเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสได้กลับ กลายเป็นธรรมเนียมของชาวเม็กซิกันที่จะตั้งรูปบรรพบุรุษไว้ เพื่อให้วิญญาณสามารถกลับบ้านได้ถูก และหากวิญญาณตนใดที่ไม่มีใครในโลกเป็นจดจำแล้ว วิญญาณนั้นก็จะสลายไปในที่สุด

Coco หยิบเอาประเด็นนี้มาขยี้ต่อ โดยในขณะที่หนังพยายามหลอกล่อเราด้วยเรื่องราวของเด็กชายกับดนตรีของเขา ในระหว่างนั้นหนังค่อยๆ หยอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างวิญญาณพ่อกับลูกสาว ทั้งๆ ที่เราก็พอจะเดาๆ เรื่องได้อยู่แล้ว แต่พอถึงบทเฉลยจริงๆ ก็เล่นเอาน้ำตาซึมได้เช่นกัน ดูจบแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงใช้ชื่อว่า “Coco”

ในส่วนของดนตรี หนังไม่ได้ดูถูกกว่าการวิ่งตามฝันเป็นนักดนตรีคือเรื่องไร้สาระ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ให้ค่าว่าดนตรีคือทุกสิ่งคือชีวิต สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ครอบครัว” ดนตรีอาจเป็นเป้าหมายของเรา แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าในหนทางที่ไปถึงเป้าหมายนั้นเราต้องสูญเสียคนที่เรารักไป พลังของดนตรีไม่ได้อยู่ที่การทำให้เรามีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จัก แต่อยู่ที่ความสามารถเป็นตัวเชื่อมประสานผู้คนเข้าด้วยกัน และพาเราหวนระลึกถึงความทรงจำที่ผ่านมา ก็คงเหมือนกับที่เราชอบเพลงบางเพลงเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะว่าแค่มันเพราะ แต่เพราะมันมีความทรงจำแฝงอยู่ในบทเพลงนั้น ดังนั้น ก่อนจะบอกว่าพร้อมทิ้งทุกอย่างเพื่อไล่ตามความฝันนั้น เราเข้าใจสิ่งที่ต้องสูญเสียดีแล้วหรือยัง

Coco เป็นหนังที่ดีและซาบซึ้งโดยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่บริบทภายนอกเหตุการณ์สังคมโลกกลับยิ่งทำ Coco น่าสนใจมากขึ้นไปอีก ซึ่งมองแบบ GAT เชื่อมโยงหรือรัฐศาสตร์ให้สุด Coco ก็สามารถจัดเป็นหนังการเมืองได้เหมือนกันอยู่นะ เพราะการที่หนังอเมริกันเรื่องหนึ่งจะมีตัวเอกและเรื่องราวทั้งหมดเป็น “เม็กซิโก” ในยุคที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน “Donald Trump” มองเม็กซิโกเป็นพวกป่าเถื่อน ต้นตอของสารพัดปัญหา ไปถึงขั้นจะสร้างกำแพงตามแนวชายแดนกั้นพวกเม็กซิโกด้วยซ้ำ

การแสดงความรักต่อเม็กซิโกของ Pixar ครั้งนี้จึงอาจถือเป็นการเป็นหักหน้า Trump ได้อย่างหนึ่ง แล้วยิ่งหนังเล่นประเด็นเกี่ยวกับการจดจำด้วย มันเหมือนจะตั้งคำถามกลับไปยัง Trump เช่นกันว่า เฮ้ You ตายไปแล้วอยากให้คนจดจำแบบไหนละ ประธานาธิบดี ตัวตลก หรืออันธพาล

สำหรับใครหลายคนสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตอาจจะขอแค่ ตอนอยู่ขอให้มีแต่คนรัก และตอนจากก็ยังมีคนคิดถึงอาลัยอาวรณ์อยู่ ไม่ใช่จดจำด้วยความเกลียดชัง หรือไม่มีใครจดจำเลย

เอาเข้าจริงคนสร้าง Coco อาจจะไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นก็ได้ แต่การมองหนังในมิติของบริบทสังคมและการเมืองก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกดีเหมือนกัน แล้วก็หลายครั้งเช่นกันที่บางทีคนสร้างหนังก็มักใส่อะไรลงโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเช่นกัน ซึ่งนั่นน่าสนใจกว่าสิ่งที่พวกเขาใส่ไปอย่างรู้ตัวเสียอีก เพราะเท่ากับว่ามันฝังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเขาแล้ว แต่ที่แน่เรื่อง Coco กับ Trump อย่างน้อยก็คงไม่ใช่แค่เราที่คิดคนเดียว 555

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.