[Review] Dark Places – ที่นี่มีคนตาย

0
67
views

Dark-Places-Movie-Scene

 

“Dark Places” โปรโมตด้วยการชูว่าเป็นสร้างจากผลงานนิยายของ “Gillian Flynn” ผู้เขียนเดียวกับ “Gone Girl” ที่โด่งดังทั้งฉบับหนังและหนังสือ เสริมทัพด้วยบรรดานักแสดงชื่อดังไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่อย่าง “Charlize Theron” รุ่นหนุ่มกำลังดี “Nicholas Hoult” และรุ่นเล็กกำลังมาแรง “Chloe Grace Moretz” อย่างไรก็ตาม ส่วนผสมเหล่านี้ อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ “Dark Places” ประสบความสำเร็จเหมือน “Gone Girl”

“Dark Places” เล่าเรื่องของ “Libby” (Charlize Theron) ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวจากเหตุฆาตกรรมยกครัว แม่ และพี่สาวอีก 2 คน เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน โดยน้ำมือพี่ชายแท้ๆ ของเธอเอง “Ben” (Corey Stoll) ซึ่ง Ben ก็โดนตัดสินจำคุก จากการให้ปากคำของ Libby เองว่าเห็นเขาเป็นคนทำ ณ ปัจจุบัน Libby ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ได้รับข้อเสนอของ “Lyle” (Nicholas Hoult) ประธาน “คลับฆ่า” (Kill Club) แหล่งรวมของผู้คลั่งไคล้คดีฆาตกรรม ที่เสนอให้ Libby ไปพบคนที่คลับ เพราะพวกเขากำลังสงสัยว่า Ben อาจไม่ใช่ฆาตกรอย่างแท้จริง จนทำให้ Libby เริ่มหันมาตั้งข้อสงสัยว่าตกลงเกิดเหตุกาณ์อะไรขึ้นที่บ้านคืนนั้นกันแน่ แต่ที่เครียดไปกว่านั้น หาก Ben ไม่ใช่ฆาตกรจริง นั่นเท่ากับว่า Libby เป็นคนทำให้ชีวิตพี่ชายพัง แต่ถ้า Ben ยังเป็นฆาตกรเหมือนเดิม มันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร และ Libby ก็ยังคงรู้สึกแย่เช่นเดิมจากการคนในครอบครัวคือคนทำลายครอบครัวเธอเอง

ส่วนตัวไม่เคยอ่าน “Dark Places” ฉบับนิยาย แต่เท่าที่พอทราบข้อมูลมาจากคนที่เคยอ่านนิยายส่วนใหญ่มักบอกว่า Dark Places แทบจะถอดจากนิยายมาเลย สึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ก็พอจะสัมผัสได้ว่าฉบับนิยายน่าจะเป็นแนวสืบสวนสอบสวนฆาตกรรมที่สนุกพอควร เพราะมีการวางโครงเรื่องที่ล่อหลอก ชวนให้ขบคิดว่าใครคือผู้ร้ายที่แท้จริง สอดแทรกไปด้วยดราม่าความรู้สึกผิดในวัยเด็ก ที่ส่งผลต่อเนื่องมาถึงตอนเป็นผู้ใหญ่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คือรู้เลยว่าถ้าเป็นหนังสือน่าจะสนุกมาก แต่บังเอิญนี่เป็น “หนัง” ไม่ใช่ “หนังสือ”

ความสนุกของการอ่านหนังสือ คือการมีช่องว่างให้คนอ่านได้เติมจินตนาการของตัวเองเข้าไปได้ และยังมีสามารถมีระยะเวลาในการรับสื่อที่ผู้อ่านสามารถกำหนดเองได้ คือ เราสามารถหยุดอ่านสักพัก เพื่อทบทวนและคิดวิเคราะห์สักพัก ซึ่งหลายครั้งข้อความในหนังสืออาจไม่มีอะไรมาก แต่พอเราหยุดคิดตกผลึกจะทำให้อารมณ์ร่วมกับเรื่องราวอย่างมาก ประหนึ่งว่าเราคือหนึ่งในนักสืบที่กำลังไขคดี แต่หนังนั้นต่างออกไป จินตนาการของหนังนั้นจำกัดกว่าหนังสือ เพราะมีการกำหนดภาพและเสียงมาให้แล้ว และด้วยช่วงระยะเวลาที่จำกัดเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง ทำให้หนังต้องตัดทอนรายละเอียดบางอย่างลง การฉายอย่างต่อเนื่องโดยที่คนรับสือไม่สามารถหยุดได้ (กรณีถ้าเป็น DVD อาจได้) ทำให้หนังต้องหาอะไรที่มาดึงคนดูให้ได้ตลอด ไม่งั้นถ้าคนดูหลุดหรือเบื่อขึ้นมา ก็จะทำให้พาลไม่สนหนังนั้นไปเลยก็ได้

“Dark Places” มีโครงเรื่องและเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมาก ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการมีต้นฉบับที่ดี แต่ปัญหาคือเมื่อนำมาปรับเป็นหนัง กลับขาดอารมณ์ความสนุกแบบหนังไป Dark Places ไม่สามารถดึงดูดเราให้ใจจดใจจ่อกับหนังได้ตลอด แม้ช่วงเปิดเรื่องจะเปิดได้ดี แต่ยิ่งเล่า ยิ่งเนิบ ทำให้ยิ่งหมดความน่าสนใจลง เมื่อถึงช่วงคลายปม แทนที่จะตื่นเต้นดีใจที่ได้รู้ความจริง จึงกลับเป็นความรู้สึกเฉยๆ ไปเลย สำหรับหนังแนวสืบสวนฆาตกรรมที่มักมีทีเด็ดตรงจุดหักมุมแบบนี้ เมื่อคลายปมได้ไม่ดี ก็จะทำให้ความรู้สึกต่อหนังลดลงไปพอควร

สิ่งที่น่าเสียดายอย่างมากของ Dark Places คือทั้งที่หนังมีการใช้ดาราที่มีชื่อเสียงหลายคนมาแสดง แต่หนังกลับไม่สามารถดึงเอาจุดเด่นของแต่ละคนมาได้เลย ทั้งที่เอาเข้าจริงเนื้อเรื่องนั้นเอื้อกับความดราม่าไว้เยอะมาก อย่าง Nicholas Hoult นี่บทเจือจางกว่าที่คิดมาก ทั้งที่เปิดได้อย่างน่าสนใจในฐานะประธาน “คลับฆ่า” แหล่งรวมคนชอบไขคดี แต่หลังจากนั้นบทก็ค่อยๆ หายลงไป หรือประเด็นดราม่าพี่น้องของ Libby กับ Ben ที่น่าลงรายละเอียดมาก แต่ก็ไม่ได้ลง

ลองเทียบกับ Gone Girl เพราะไหนๆ หนังก็พยายามโปรโมตโดยอิงกับ Gone Girl อยู่แล้ว สิ่งที่ Gone Girl มี แต่ Dark Places ไม่มี ก็คืออารมณ์จังหวะความตื่นเต้น ซึ่งอาศัยการตัดต่อและดนตรีประกอบมาทำให้ลุ้นไปได้โดยตลอด และการใช้พลังการแสดงยองนักแสดงในเรื่องได้อย่างคุ้มค่า เราไม่ได้อินกับแค่เนื้อเรื่องเท่านั้น แต่อินกับความร้ายและน่าหมั่นไส้ของ Amy ไปด้วย Dark Places จึงเป็นอะไรที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก 

 

ความชอบส่วนตัว: 5/10

 

_DSC5216.NEF

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here