[Review] Deadpool 2 – บทอ่อนไม่ใช่ปัญหา ถ้ามันเอามาใช้เป็นมุขได้

0
95
views

ข้อดีของการเป็นหนัง Deadpool คือการวางตัวเองเป็นหนังตลกล้อเลียนซุปเปอร์ฮีโร่ รวมไปถึงการ “Break the 4th Wall” ด้วยการให้ Deadpool หันมาคุยกับคนดูได้ เหล่านี้ทำให้ Deadpool ไม่ถูกจำกัดกรอบด้วยขนบหนังฮีโร่ และต่อให้บทหรือเรื่องราวของตัวหนังจะธรรมดาหรือแย่แค่ไหน แต่ Deadpool ก็สามารถทำให้คนดูมองข้ามและให้อภัย ด้วยการหยิบเอาความอ่อนด้อยของบทมาเป็นมุขล้อตัวเองได้อีก

“Deadpool 2” ในช่วงแรกมาพร้อมกับเนื้อหาที่ดูอยากจะจริงจังขึ้นกว่าภาคก่อน ด้วยการให้ Deadpool (Ryan Reynolds) ต้องเผชิญกับการสูญเสีย จนนำไปสู่การหาเป้าหมายใหม่ของการมีชีวิตอยู่ นั่นคือการอุทิศตัวเองเพื่อปกป้องเด็ก Mutant คนหนึ่ง “Russell Collins” (Julian Dennison) ที่โดนกดดันจนคลุ้มคลั่งจะทำลายสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ขณะเดียวกัน “Cable” (Josh Brolin) มนุษย์กลายพันธุ์จากโลกอนาคต ก็ย้อนเวลากลับมาเพื่อจะฆ่า Russell เพราะในโลกอนาคตนั้น Russell กลายเป็นวายร้ายที่คร่าชีวิตครอบครัวเขา

ช่วงต้นเรื่องของ Deadpool 2 มีแอบแซว Logan ว่าได้แรงบันดาลใจในการทำหนัง Rate R จาก Deadpool แต่ว่าไปแล้ว Deadpool ก็เหมือนจะเอาแรงบันดาลใจเนื้อเรื่องจาก Logan มาเช่นกัน กระนั้นจะว่าแรงบันดาลใจก็ไม่เชิงนัก เพราะเนื้อเรื่องของตัวละครที่ฆ่าไม่ตายแต่อยากตาย มันก็มีให้เล่นได้ไม่กี่ทางหรอก อย่างไรก็ตาม ด้วยที่ Deadpool วางตัวเองเป็นหนักตลกล้อเลียน รวมไปถึงการตลาดของหนังเรื่องนี้เล่นกับการล้อเลียนและมุขแบบ “ทำไปได้” มาโดยตลอด พอหนังพยายามทำตัวเองให้ดูจริงจัง เน้นเนื้อเรื่อง มันเลยดูผิดที่ผิดทางไปหมด จะดราม่าก็ไม่ใช่ จะขำก็ไม่ขำ

จวบจนกระทั่งผ่านช่วง 30 นาทีแรกไปนั่นแหละ ถึงค่อยกลับมาเป็น Deadpool หน่อย นับตั้งแต่เริ่มรวมทีม X-Force หนังก็เครื่องติดยาว เต็มไปด้วยความยียวนกวนประสาท ความเซอร์ไพรส์ที่เกิดจากการพลิกขนบหนังซุปเปอร์ฮีโร่แบบคาดไม่ถึง (ซีน X-Force โคตรรพีค) รวมไปถึงการได้ “David Leitch” จาก “John Wick” มากำกับในภาคนี้ ก็ช่วยยกระดับฉาก Action ให้โหด มันส์ ฮาได้ยิ่งกว่าที่เคย (แน่นอนส่วนหนึ่งเพราะทุนสร้างมากขึ้นด้วย) บทที่ค่อนข้างอ่อน ขาดตรรกะ ความสมเหตุสมผล ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะนี่คือ Deadpool เรามีไม้ตายอย่างการหันมาคุยกับคนดูแมนๆ ไปเลยว่า “หนังกรุบทอ่อนจริงๆ นั่นแหละ” แค่นี้ก็ทำให้เราพร้อมให้อภัยแล้ว

โดยรวม Deadpool 2 ก็เป็นหนังที่ดูเพลินๆ ดี กระนั้น มันก็เป็นความเพลินๆ ที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่จากภาคก่อนๆ หรือแคมเปญการตลาดของหนังเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เรื่องมุขล้อเลียนคิดว่ามันน่าจะสุดกว่านี้ได้อีกนะ เหมือนมันยั้งๆ อยุ่เหมือนกัน แอบคาดหวังว่าจะมีมุขล้อผู้กำกับคนเก่าบ้างหรือเปล่า ก็ไม่มี ส่วนมุขล้อ Green Lantern กับ Deadpool ใน Wolverine: X-Men Origin นี่พอเล่นบ่อยๆ เข้ามันก็แอบเฝือได้เหมือนกัน (แต่ก็นะถึง 2 เรื่องนั้นจะแป๊ก แต่ก็เป็นการแป๊กที่โด่งดัง เมื่อเทียบกับหนังแป๊กเรื่องอื่นๆ ของ Ryan)

และเหนือสิ่งอื่นใด เรารู้สึกว่าตัวละคร X-Men ที่อยู่ในสต็อกลิขสิทธิ์ของ Fox ใกล้จะหมดละ เราเลยได้เห็นการนำตัวละครเดิมที่เคยโผล่มาแล้วใน X-Men ภาคก่อนมาเล่าใหม่ แม้จะเปลี่ยนคนแสดง แต่ก็ทำให้รู้สึกขาดความสดใหม่ไปพอควรเหมือนกัน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here