[Review] Elysium – รวยอยู่บน จนอยู่ล่าง

3
53
views

elysium_poster_1-550x815-650x400

4 ปีก่อน ผู้กำกับหน้าใหม่ “Nell Blomkamp” ได้แนะนำให้เรารู้จักกับหนังฟอร์มไม่ใหญ่แต่ผลตอบรับยิ่งใหญ่อย่าง “District 9” หนังดราม่าเหยียดเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์กับเอเลี่ยน ที่ประสบความสำเร็จถึงขนาดได้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของ Oscar ในปีนั้น และเป็นหนึ่งในหนังที่ส่วนตัวชอบมาก หลายปีผ่านไป Nell กลับมาอีกครั้งกับ “Elysium” หนัง Action Sci-fi โลกอนาคตที่สอดแทรกประเด็นวิพากษ์สังคมตามสไตล์ถนัด โดยคราวนี้เน้นไปที่คนรวย vs. คนจนแทน

Elysium เล่าเรื่องราวในอนาคต ค.ศ.2154 (ถ้าจำไม่ผิด) ที่โลกเสื่อมโทรมลงจากภาวะโรคภัย สงคราม อาหารขาดแคลน ฯลฯ พวกคนมีฐานะต่างพากันอพยพไปอยู่บน Elysium สถานีอวกาศสุดหรูเหนือโรค ณ ที่นั่น ไร้โรค ไร้สงคราม เปรียบเสมือนดั่งสรวงสวรรค์ ในขณะที่เหล่าคนจนถูกทิ้งให้ใช้ชีวิตแบบตามมีตามเกิดบนพื้นโลกที่ ณ ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากสลัมขนาดยักษ์ พระเอกของเราคือ “Max” (Matt Demon) ชายหนุ่มดวงซวยที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงาน ทำให้มีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 5 วัน เขาจึงต้องหาทางขึ้นไปบน Elysium ให้ได้เพื่อหาทางรักษา แน่นอนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบน Elysium มีรัฐมนตรีกลาโหมสุดเหี้ยมอย่าง “Delacourt” (Jodie Foster) ที่พร้อมทำลายทุกอย่างที่เข้ามายุ่มย่ามใน Elysium โดยมี “Kruger” (Sharlto Copley) อดีตสายลับเป็นมือสังหารในสังกัด งานนี้ Max เลยต้องอัพเกรดตัวเองด้วยการติดตั้งชุดแขนกลเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้
เทียบกับ District 9 แล้ว Elysium มีงานโปรดักชันส์ที่ดูยิ่งใหญ่กว่า ทุนสร้างมากกว่า ดาราแม่หลักกว่า แต่อาจเพราะ District 9 ทำไว้ดีเกินไป ส่วนตัวจึงตั้งความหวังไว้กับเรื่องนี้ไม่น้อย แม้ตอนหลังจะลดลงมาบ้างเมื่อมีเสียงวิจารณ์ชุดแรกๆ ออกมา แต่พอได้ดูจริงก็ยังค่อนข้างผิดหวังอยู่ และต่อให้ไม่เทียบกับ District 9 แต่ในฐานะของหนัง Action Sci-fi แล้ว Elysium ก็ยังถือว่าน่าผิดหวังอยู่ ตัวหนังไม่ได้แย่ ยังมีมุมสนุกขำๆ พอให้ดูเพลินๆ ได้ แต่เมื่อเทียบกับหน้าหนังแล้ว อดรู้สึกไม่ได้ว่า Elysium น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะในส่วนของแก่นเรื่องและความมันส์
หน้าหนังของ Elysium ชูประเด็นเรื่องความแตกต่างทางชนชั้นระหว่างคนรวยกับคนจน ซึ่งไม่ใช่ประเด็นใหม่นัก เพราะเมื่อต้นปีหนังอย่าง Upside Down ก็เคยเล่นประเด็นในลักษณะนี้เช่นกัน แต่ที่น่าเสียดายไม่ใช่การขาดความสดใหม่ของประเด็น แต่เป็นการที่หนังเลือกที่จะไม่ลงลึกในประเด็นดังกล่าวนัก ความขัดแย้งระหว่าง 2 โลกถูกฉายให้เห็นแค่ในช่วงต้นและค่อยๆ จางหายไป จนช่วงหลังหนังก็ไปเน้น Action เป็นหลักเพียงอย่างเดียว ในขณะการเติบโตของตัวละครโดยเฉพาะ Max ที่เดิมจะขึ้นไป Elysium เพื่อรักษาตัวเอง มาเป็นความมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนโลก ก็ยังไม่ชัด ทำให้บทสรุปช่วยท้ายยังไม่อินเท่าไหร่ และรู้สึกไม่ได้ว่าจบได้ง่ายไปหน่อย
 Nell เคยให้สัมภาษณ์ว่า Elysium เป็นหนังที่เน้นบันเทิงเป็นหลัก ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ประเด็นวิพากษ์สังคมจะไม่เข้มข้นเท่าเรื่องก่อน อย่างไรก็ตาม แม้แต่ในส่วนของความบันเทิงก็ยังมีจุดที่รู้สึกว่าหนังน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ หนังพยายามใส่จุดพลิกผันของเหตุการณ์และชะตาของตัวละครมาตลอด ซึ่งน่าเสียดายที่เราไม่อินนัก ในขณะที่ที่ฉาก Action แม้จะดูตื่นตาตื่นใจดี มุมกล้องบางช่วงก็แปลกและให้ความรู้สึกเสมือนเล่นเกมส์ แต่กลับรู้สึกไม่มันส์เท่าไหร่แฮะ ต้วร้ายที่ปูบทบาทมาเสียเป็นอย่างดี (ออกจะเด่นกว่าตัวเอกด้วยซ้ำ) เพราะถึงบทจะโดนปราบ ก็โดนได้ง่ายๆ ซะงั้น
ที่น่าเสียดายสุดคือตัวละคร Delacourt ของ Jordie Foster ที่น่าจะมีอะไรให้เล่นเยอะ โดยเฉพาะเป้าหมายที่จะปกป้องประชาชนและลูกหลานของชาว Elysium ที่นำไปสู่การเตรียมการก่อรัฐประหารของเธอ เพราะไม่เชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดี Elysium ว่าจะดูแลถิ่นฐานแห่งนี้ได้ แต่ก็เช่นเดียวกับประเด็นรวย-จน เรื่องการเมืองใน Elysium ถูกจุดขึ้นและค่อยๆ หรี่ลงเรื่อยๆ และหายไปในที่สุด
แน่นอนถ้าไม่คิดไรมาก Elysium ก็ยังเป็นหนังที่ดูสนุกอยู่ แต่อาจเป็นเพราะความผิดเราเองที่ไปยึดติดกับ District 9 เกินไป Elysium จึงยังไม่ใช้หนังที่เต็มอิ่มสำหรับเรานัก
คะแนน: 6/10
F3_05_elysium

3 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here