[Review] Ender’s Game – เด็ก เกม สงคราม

3
50
views

enders-game-movie-adaptation-poster (2)

Ender’s Game เป็นหนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนอีกเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างเป็นหนัง ตามความนิยมของ Hollywood ในช่วงหลังที่เน้นสร้างหนังจากวรรณกรรมเยาวชนมากขึ้น ซึ่งตัว Ender’s Game นั้นถือว่าได้รับความนิยมและเสียงวิจารณ์ที่ดีเยี่ยม และยังมีจุดเด่นตรงเนื้อเรื่องที่่เป็นแนว Sci-fi แต่ก็นั่นแหละ การเป็นหนังสือโด่งไม่ได้รับประกันว่าหนังจะดังตามไปด้วย เพราะแค่ปีนี้ก็มีหนังที่สร้างวรรณกรรมเยาวชนที่เจ็บตัวกันไปหลายราย ไม่ว่าจะเป็น Beautiful Creatures, The Host หรือ The Mortal Instrument

เนื้อเรื่องของ Ender’s Game พูดถึงโลกในอนาคต ที่โลกถูกรุกรานจากเผ่าพันธุ์ต่างดาวที่ชื่อว่า “Formics” แม้ว่าโลกจะสามารถเอาชนะได้ แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะยังไม่แน่นอนว่าพวก Formics จะกลับมาเมื่อไหร่ เหล่านายทหารชั้นสูงจึงเริ่มคิดหาวิธีเตรียมการป้องกัน ด้วยการฝึก “เด็ก” กลุ่มหนึ่งให้เป็นผู้บัญชาการการรบสำหรับสงครามครั้งนี้ เพราะพวกเขามองว่า เด็กมีศักยภาพกว่าผู้ใหญ่ สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้รวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ และหนึ่งในเด็กที่เหล่านั้นก็คือ “Ender Wiggin” (Asa Butterfield) ที่สติปัญญา ไหวพริบ และนิสัยของเขาเข้าตา นายพล “Graff” (Harrison Ford) จนชักชวนให้เขามาฝึกในโรงเรียนยุทธการ

หนังเปิดเรื่องได้น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นการใช้ “เด็ก” เป็นกำลังพลหลักในการทำสงครามต่างดาวครั้งนี้ ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับมายังโลกจริง ทหารเด็กก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่ ในสงครามกลางเมืองในประเทศแถบแอฟริกามีการใช้ทหารเด็กกันจำนวนมาก หรือแม้แต่ชนกลุ่มน้อยข้างบ้างเราที่ผ่านมาก็เคยมีผู้นำเ็ป็นเด็กมาแล้ว ในหนังอธิบายการใช้เด็กไว้ว่า ความเป็นเด็กทำให้ตัดสินใจได้รวดเร็วและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ดีกว่า แต่มองอีกทีความเป็นเด็ก ทำให้ผ่านโลกมาน้อยกว่าผู้ใหญ่ ถูกหล่อหลอมด้วยกรอบของสังคมน้อยกว่าผู้ใหญ่ การตัดสินใจต่างๆ จึงมีปัจจัยให้คำนึงไม่เยอะ อาจมีเพียงแค่ความอยากรู้ อยากเอาชนะเท่านั้น ซึ่งมันเหมาะกับสงครามที่เน้นทำลายล้าง เพราะพวกผู้ใหญ่ถูกหล่อหล่อมด้วยกรอบของศีลธรรมหรือค่านิยมต่างๆ มามากเกินไป จน “หน้าบาง” กว่าที่จะลงมือด้วยตัวเอง และ “เด็ก” เลยกลายเป็นเครื่องมือในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำไม่ได้แทน

น่าเสียดายที่แม้จะเปิดประเด็นนี้ได้อย่างน่าสนใจ แต่ตัว Ender’s Game กลับไม่ตีให้แตก เช่นเดียวกับอีกหลายๆ ประเด็นที่ใส่มาไว้ในช่วงต้นไม่ว่าจะเป็น “การรักศัตรู” ตัวหนังเองแม้จะสร้างตัวละครที่เป็นศัตรูให้กับ Ender ไว้หลายคนทั้งมนุษย์โลกและมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ไม่ได้สื่อถึงความรักหรือความเข้าใจที่เขามีต่อศัตรูมากนัก ออกจะเป็นความรู้สึกเสียใจหรือรู้สึกผิดมากกว่า หรือ “การเป็นลูกคนที่ 3” ของ Ender ที่ดูจะถูกเน้นย้ำมากเหลือเกิน รวมถึง “ความสัมพันธ์ระหว่าง Ender กับพี่ๆ” โดยเฉพาะกับพี่สาวอย่าง “Valentine” (Hailee Steinfeld) ที่หนังให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในขณะที่คนอื่นในครอบครัวมีบทบาทไม่มากนัก แต่ก็ไม่ตีให้เห็นว่าทำไม Ender จึงผูกพันกับ Valentine มากขนาดนี้

หนังเริ่มเข้าสู่ช่วงเอื่อยเมื่อ Ender เข้าฝึกในโรงเรียนยุทธการบนสถานีอวกาศเหนือโลก เรื่องราวดำเนินไปโดยเน้นแต่เรื่องการฝึก ซึ่งกินระยะเวลานานมากจนอดนึกไม่ได้ว่า “เมื่อไหร่จะได้สู้กันจริงๆ สักที” แม้ในระหว่างการฝึก ตัวหนังได้แทรกประเด็นดราม่า ทั้งในส่วนของวิถีของผู้นำ ความขัดแย้งภายในกลุ่ม มิตรภาพ สภาพจิตใจ ฯลฯ แต่ก็แค่หยอดไว้แล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้เราไม่อิน ไม่ซึ้งไปกับตัวละครต่างๆ ในเรื่อง เมื่อเข้าสู่ไคลแมกซ์สำคัญท้ายเรื่อง จึงทำให้มันไม่พีคเท่าที่ควร

แต่อย่างน้อย Ender’s Game ก็ยังจุดเด่นตรงที่ CG และฉาก Action ทั้งในส่วนของการฝึกการรบและการทำสงครามอวกาศกับกลุ่ม Formics ที่ออกแบบมาได้อย่างตระการตา รายละเอียดเยอะ แต่ก็ยังคงความรู้สึกแบบเกมส์ตามชื่อเรื่องได้เป็นอย่างดี เสียก็แต่หนังใช้เวลานานมากในการจุดเครื่องติด ซึ่งกว่าจะติดก็ต้องรอถึงช่วงท้าย แถมพอติดก็ติดแป๊บเดียวแล้วก็กลับมาเหมือนเดิมอีก

 

ความชอบส่วนตัว: 6/10 

 

Enders-Game-Battle-School

3 COMMENTS

  1. ยังมีรายละเอียดความสัมพันธ์อีกเยอะมากอยู่ในนิยายครับ มันลึกจริงๆ จนไม่รู้จะเล่าหมดได้ยังไง

    แต่ในฐานะคนที่คนนิยายครบ 4 เล่มมาก่อน ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้นเลยว่าทำไม Ender ถึงรู้สึกผิดมากมายขนาดนั้น จนเป็นเรื่องราวในเล่ม 2 ที่เกิดหลังจากนี้ 3,000 ปี (แต่ Ender ก็ยังมีชีวิตอยู่)

  2. เป็นหนังที่เสียดายมากๆเลย ถึงภาพจะสวยก็เถอะแต่มันไม่สุด อุตส่าห์รอดูเพราะเป็นแฟนหนังสืออยู่ก่อนแล้ว เข้าใจว่าประเด็นในหนังสือมันเยอะมากด้วยแหล่ะ แต่จุดเด่นจริงๆของเอนเดอร์เราว่าเป็นความกดดัน เอนเดอร์ถูกนำมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่ยังเด็ก ใช้เวลาหลายปี กว่าจะถึงตอนลงมาที่ทะเลสาบเค้ากับพี่สาวก็แทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปซะแล้ว เสียดายที่หนังไม่สามารถเล่าเรื่องการเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปของตัวละครได้เลย เอนเดอร์เริ่มจากเด็กที่ถูกครูฝึกทำให้ถูกเพื่อนเกลียดเพื่อให้ต้องพึ่งแต่ตัวเองจนโตขึ้นมาเค้าเลือกใช้วิธีเดียวกันกับบีนและมองกลับไปเข้าใจครูฝึกคนนั้น วาลที่คอยปกป้องเอนเดอร์จากปีเตอร์พบว่าตัวเองอาจไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดและยอมรับว่าสามารถเข้าใจปีเตอร์ได้ ปีเตอร์ก็ช่างเป็นเด็กโรคจิต มีจับสัตว์เล็กๆมาผ่าเล่นด้วย แต่สุดท้ายเค้ากลับโตมาเป็นประธานาธิปดีโลก เอนเดอร์ทั้งชีวิตถูกเลี้ยงมาให้เป็นอาวุธ สุดท้ายก็ต้องทำเรื่องเลวร้ายโดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่น่าผิดหวังสุดๆก็คือมนุษย์นี่ล่ะนะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here