[Review] Foxcatcher -ดราม่าของนักปล้ำ

1
61
views

foxcatcher-movie-poster-wallpaper-watch-an-unrecognizable-steve-carrell-in-trailer-for-oscar-buzzy-foxcatcher

 

ที่ผ่านมาแม้จะมีหนังเกี่ยวกับ “มวยปล้ำ” หลายเรื่อง แต่จะมีสักกี่เรื่องที่พูดถึง “มวยปล้ำแท้ๆ ดั้งเดิม” ที่ไม่ใช่มวยปล้ำเพื่อความบันเทิงแบบ WWE และ “Foxcatcher” คือหนึ่งในนั้น หนังเรื่องนี้คือเรื่องราวของ “มวยปล้ำ” (Wrestling) กีฬาที่สมัยก่อนอาจถือว่ามีเกียรติ เชิดชูความเป็นชาย และเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชนชั้นสูงและราชวงศ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จากกีฬาที่มีเกียรติก็กลับกลายถูกมองว่าเป็นกีฬา “ชั้นต่ำ” ความนิยมเริ่มถดถอยลง และการต่อสู้แบบกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปจนถึงชุดรัดรูดทำให้กีฬามวยปล้ำถูกมองว่าเป็นกีฬาของเกย์ นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันกับ  “WWE” จนทำให้นิยมในมวยปล้ำแท้ๆ ยิ่งถดถอยเข้าไปอีก

แม้จะเป็นหนังเกี่ยวกับกีฬา แต่ “Foxcatcher” ก็แตกต่างจากหนังกีฬาเรื่องอื่นๆ ตรงที่ เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่อง “ความฝัน” หรือการต่อสู้ของมวยรองอะไรทำนองนั้น แต่คือการแสวงหา “เกียรติ” และ “การยอมรับ” จากคนอื่น จะว่าไปแล้วเรื่องนี้มีความเป็นหนังดราม่าเสียมากกว่ากีฬา เพียงแต่มีฉากหน้าคือมวยปล้ำแค่เท่านั้น แต่การมีฉากหน้าเป็นมวยปล้ำก็ช่วยเสริมประเด็นที่ต้องการสื่อสารได้อย่างดี เพราะไม่ใช่แค่ตัวละครในเรื่องที่แสวงหาการยอมรับ แต่ในชีวิตจริงกีฬามวยปล้ำก็กำลังแสวงหาการยอมรับ และกลับไปเป็นกีฬาที่มีเกียรติเหมือนเฉกเช่นในสมัยอดีตอีกครั้ง

“Mark Schultz” (Channing Tatum)… นักกีฬามวยปล้ำเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก แม้จะได้เหรียญทอง แต่ไม่ได้ช่วยให้เขามีชีวิตที่ดีขึนสักเท่าไหร่ เพราะเช่นเดียวกับนักกีฬาอีกหลายคน ที่หลังพ้นช่วงเฉลิมฉลอง ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจคนที่ไปแข่งกันแล้ว และต่อให้สนใจ สิ่งที่ Mark พบก็คือ ภายใต้ความสำเร็จที่เขาได้รับ จะมีชื่อของพี่ชายที่เป็นนักมวยปล้ำด้วยกันเคียงคู่อยู่เสมอ ราวกับว่าเขาเป็นได้เพียงเงาของพี่ชายเท่านั้น
“John Eleuthere du Pont” (Steve Carell)… มหาเศรษฐีที่อยากเป็นโค้ชมวยปล้ำ แม้แม่ของเขาจะดูถูกว่านี่คือกีฬาชั้นต่ำและไม่อยากให้เขายุ่งเกี่ยวก็ตาม หนังไม่ได้บอกตรงๆ ว่าทำไมเขาถึงเริ่มหลงสเน่ห์มวยปล้ำ (แต่ก็มีฉากให้พอคิดได้ว่าทำไม) แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ เขาจริงจังกับกีฬาชนิดนี้อย่างแรกเพื่อเอาชนะแม่ของเขา และอย่างที่สองเพื่อแสวงหาการยอมรับเขาในฐานะ “โค้ช” เขาอยากเป็นผู้นำ เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น แบบที่คนอื่นพร้อมยกย่องอย่างเต็มใจ ไม่ใช่แค่เพราะเงิน แต่ปัญหาคือมันไม่ใช่เรื่องง่าย และดูเหมือนว่าคนที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าคือ พี่ชายของ Mark

“Dave Schultz” (Mark Ruffalo)… พี่ชายของ Mark ที่ดูจะประสบความสำเร็จในชีวตกีฬามวยปล้ำแล้ว ด้วยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ แถมยังได้ข้อเสนอให้เป็นโค้ชมวยปล้ำจากสมาคม ซึ่งหมายถึงเขาจะมีงานที่มั่นคงรองรับในอนาคต นอกจากนี้ ในด้านชีวิตส่วนตัว Dave ก็มีครอบครัวที่่เป็นสุข มีลูกๆ ที่น่ารักถึง 2 คน และมีความคิดที่จะลงหลักปักฐานที่เมืองใดเมืองหนึ่งเพื่อชีวิตครอบครัวที่ดีในอนาคต มันคือชีวิตที่แสนสุขที่ไม่ว่าใครก็ใฝ่ฝัน และ Dave ก็ใกล้จะไปถึงจุดนั้น แต่สิ่งที่ Dave ไม่รู้เลยคือ ความสำเร็จของเขาไม่ว่าจะในฐานะนักกีฬา พี่ชาย หรือโค้ช ได้กลายเป็นกำแพงและแรงกดดันให้กับทั้งตัว Mark และ John ไปโดยไม่รู้ตัว

ท่ามกลางเนื้อเรื่องที่ดำเนินค่อนข้างเนิบนาบ แต่สิ่งหนึ่งที่ดึงเราไม่ให้หลับเสียก่อนคือความ “หนักหน่วง” ทางด้านอารมณ์ที่ตัวละครหลักทั้ง 3 คน แม้จะไม่ได้มีฉากที่ระเบิดอารมณ์ใส่กันมากมาย แต่เราก็สามารถสัมผัสได้ถึงความคุกกรุ่น กดดัน และความเตรียด ภายใต้ความนิ่งที่ตัวละครแต่ละคนมีต่อกัน ซึ่งในหลายๆ ครั้งมันทรงพลังเสียยิ่งกว่าการถูกทุ่มในมวยปล้ำเสียอีก โดยเฉพาะ “Steve Carell” ที่ถ่ายทอดบทเศรษฐีที่อยากเป็นโค้ชมวยปล้ำออกมาได้ทรงพลัง และซับซ้อนมาก ในเริ่มแรกที่เราเห็น John Eleuthere du Pont ทั้งรูปแบบการเดิน การเชิดหน้า ท่าทาง คำพูด ก็รู้สึกได้ทันทีว่าคนๆ นี้ไม่ธรรมดา แค่เสียงเรียก Mark… Mark… Mark… แค่นี้ก็ทรงพลังจนน่าขนลุกแล้ว แต่ที่ยอดเยี่ยมกว่านั้น คือเมื่อเรื่องราวผ่านไปเราจะเห็นความซับซ้อนในตัวคนๆ นี้ และพบว่าความสมบูรณ์แบบที่สื่อออกมาแท้จริงจริงเป็นเพียงภาพที่ปกปิดความอ่อนแอ ความกดดัน ความรู้สึกต้องการเอาชนะที่ซ่อนอยู่ในตัว John โดยเฉพาะความพยายามก้าวพ้นอิทธิพลของแม่ของเขา

เช่นเดียวกับ “Channing Tatum” ที่มอบการแสดงที่น่าทึ่งอีกเช่นกัน กับบทนักกีฬาที่เข้มแข็งภายนอกแต่อ่อนแอภายใน จริงๆ Channing ถือเป็นนักแสดงฝีมือเยี่ยมคนหนึ่ง และหลังๆ เขาเองก็เริ่มเลือกรับบทที่ท้าทายความสามารถมากขึ้น แต่อาจเพราะที่ผ่านมาเรามักคุ้นชินกับบทเขาในหนัง Action เสียเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงหุ่นอันใหญ่บึ๊กของ Channing จึงอาจทำให้มองข้ามฝีมือเขาไปบ้าง (ปัญหานี้มีหลายคนใน Hollywood เป็น คือเมื่อก่อนเล่นแนว Action หรือขายหน้าตามาเยอะ จนคนติดภาพ พอมาเล่นแนวขายฝีมือ คนดูก็ยังติดภาพเดิมอยู่ดี) Oscar ปีนี้ในรางวัลสมทบชาย Mark Ruffalo ได้เข้าชิง แต่ส่วนตัวค่อนข้างเชียร์ Channing Tatum มากกว่า ไม่ปฎิเสธว่า Mark Ruffalo ก็ถ่ายทอดได้ดีเช่นกัน แต่อารมณ์ความกดดันที่ Channing สื่อออกมา ยิ่งฉากที่ต้องปะทะกับ Steve Carell นี่แบบสุดๆ จริงๆ

เป็นหนังมวยปล้ำที่ต่อให้ไม่ชอบ ไม่รู้เรื่องมวยปล้ำก็ก็สามารถดูได้ เพราะแกนหลักของเรื่องมันไปไกลกว่าแค่หนังมวยปล้ำ เป็นดราม่าของนักปล้ำ ซึ่งไม่ใช่แค่เกิดกับนักมวยปล้ำเท่านั้น เพราะเรื่องราวแบบนี้อาจเกิดได้กับคนในทุกอาชีพได้เช่นกัน แม้การดำเนินเรื่องอาจชวนหลับอยู่บ้าง แต่ลำพังแค่ดูนักแสดงแผ่รังสีใส่กันก็ถือว่าคุ้มแล้ว

 

ความชอบส่วนตัว: 7/10

   

 

foxcatcher-1

 

bd344b065cd61cd6_mark.xxxlarge

Dave และ Mark Schultz ตัวจริง

 

download (1)

John Eleuthere du Pont ตัวจริง

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here