[Review] Ghost Stories – ไม่ว่าผีมีจริงหรือไม่..แต่ความกลัวมีอยู่จริง

0
94
views

อาจเพราะชื่อเรื่องที่ค่อนข้างธรรมดา แถมยังเป็นหนังสยองขวัญจากฝั่งอังกฤษที่ไม่ได้โปรโมตหรือเป็นที่ถูกพูดถึงมากในบ้านเรามากเท่าฝั่งอเมริกัน ดาราที่คนไทยพอรู้จักดีในเรื่องก็มีแค่ “Martin Freeman” เลยทำให้ “Ghost Stories” ค่อนข้างจะเป็นหนังนอกสายตาพอควร แต่หลังที่ดูเรื่องนี้ไปแค่ประมาณ 10 นาที ก็พอคาดเดาได้ว่า นี่คือสุดยอดหนังสยองขวัญแห่งปีแน่นอน (อย่างน้อยก็สำหรับเรา) แล้วพอดูจบก็ยืนยันสิ่งที่คิดไว้ตอนต้นได้อย่างดี

จุดแข็งสำคัญที่ทำให้ “Ghost Stories” แตกต่างจากหนังสยองขวัญเรื่องอื่น คือตัวบทและประเด็นสื่อสารที่ค่อนข้างแข็งแรง ไม่ได้เพียงแค่มาหลอกหรือขายความน่ากลัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยหนังเล่าเรื่องราวของ “Prof. Phillip Goodman” (Andy Nyman) ผู้เติบโตมาในครอบครัวชาวยิงที่เคร่งครัดศาสนา จนทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวพังทลาย Philips เคยมีความคิดว่า “ความเชื่อคือยาพิษ” เมื่อเขาโตขึ้น เขาจึงอุทิศตัวเองให้กับการเปิดโปงเรื่องงมงายต่างๆ สำหรับเขาผีไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงแค่เรื่องแต่งที่คนสร้างขึ้น และทุกอย่างมีคำอธิบายได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง Phillip ได้รับการเชื้อเชิญจาก “Charles Cameron” ผู้เป็นเสมือนไอดอลของเขา Charles ให้ Philip ไขคดีลึกลับ 3 เหตุการณ์ ที่อาจพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่ Philip เชื่อมั่นมาตลอดมัน “ผิด” มันอาจมีสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติมีอยู่จริง แน่นอน Philip ไม่เชื่อ และเริ่มภารกิจสืบหาความจริงเกี่ยวกับ Ghost Stories เหล่านี้

ในแง่ความน่ากลัว เราไม่รู้ว่าคนอื่นมีระดับความน่ากลัวในใจยังไง แต่โดยส่วนตัว ซึ่งเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังสยองขวัญเท่าไหร่ (ไม่ใช่เพราะกลัวผี แต่ไม่ค่อยชอบการโดนทำให้ตกใจสักเท่าไหร่) ถือว่าน่ากลัวอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเคสแรกของ Phillip คือดูไปก็เอามือปิดตาไป แต่จะปิดทั้งตาก็ไม่ได้อีก เดี๋ยวอ่านซับไม่ได้ เลยได้แต่มองลอดช่องนิ้วไปค่อนเรื่อง ดูไปก็ได้แต่บอกว่า เมิงออกมาสักทีสิโว้ย ตรูจะได้เปิดตาดูสักที 555

แต่อย่างที่บอกสิ่งที่เด่นจริงๆ ของเรื่องคือเนื้อหา Ghost Stories เล่นกับเรื่องของความเชื่อ การเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป จนยึดมั่นกับมัน ไปถึงขั้นงมงาย มันนำพามาซึ่งความทุกข์มากกว่าความสุข โดยเฉพาะเมื่อไปเจอกับเรื่องราวที่ขัดกับความเชื่อส่วนตัว คนจะพยายามหาคำอธิบายที่เข้าข้างตัวเอง ไปจนถึงมีแนวโน้มที่จะแสดงออกอย่างรุนแรง เพื่อที่จะรักษาความถูกต้องของความเชื่อตัวเองเอาไว้ (ไม่ต้องแปลกใจที่อาชญากรรมจากความเชื่อจะมีไม่น้อย) เพราะส่วนใหญ่แล้วเราต้องการรักษาความเชื่อเอาไว้เพื่อปกปิดความกลัวบางอย่างของตัวเอง

กระนั้นอีกสิ่งที่ Ghost Stories บอกกับเราก็คือ แม้กระทั่ง “การไม่เชื่อ” ก็ถือเป็น “ความเชื่อ” อย่างหนึ่งเหมือนกัน Phillip พยายามที่ต่อต้านความเชื่อทุกอย่าง จนตัวเขาเองกลายเป็นผู้ศรัทธาในการไม่เชื่อ จนเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาก็ไม่ต่างจากคนที่เขาต่อต้าน พยายามยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อปกปิดกับ “ความกลัว” ของตัวเอง ยิ่งเมื่อไขคดีแต่ละเคสไปเรื่อยๆ Phillip ยิ่งแสดงอาการต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน เพราะมันทำให้ “การไม่เชื่อ” ของเขาเริ่มสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกลัวว่าเมื่อสิ่งที่ยึดมั่นพังทหลายลง ความกลัวที่ซ่อนอยู่จะปะทุมาอีกครั้ง

จริงๆ ช่วงท้ายๆ นี่พอเริ่มเดาทางหนังได้ แต่โดยรวมก็ยังเป็นหนังสยองขวัญที่น่าประทับใจมากอยู่ดี ไม่ว่าผีจะมีจริงหรือไม่ แต่ความกลัวมีอยู่จริง ซึ่งบางครั้งก็แยกไม่ออกว่า เป็นผีที่สร้างความกลัวขึ้นมา หรือเป็นความกลัวของคนเราเองที่ให้กำเนิดผีขึ้น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.