[Review] Gods of Egypt – นม ทอง อร่ามแท้แลตะลึง

0
284
views

gods_of_egypt_wallpaper_carmencitta

 

ทุกปีจะมีหนังอยู่ประเภทหนึ่ง ที่เรารู้สึกว่าต้องเจ๊งหรือต้องออกมาไม่ค่อยดีแน่ ส่วนใหญ่มักเป็นหนัง Action สเกลใหญ่ เน้นขายงานด้าน Visual และ CG เป็นหลัก บวกด้วยเนื้อเรื่องอิงตำนานปรัมปรา มนุษย์ เทพ อสุรกาย แม่มด ฯลฯ แบ่งฝ่ายดีฝ่ายร้ายอย่างชัดเจน หนังพวกนี้ส่วนใหญ่มีไว้ดูเพลินๆ ในช่วงที่ไม่รู้จะทำอะไร แต่มักมีไม่กี่เรื่องที่ทำให้เรารู้สึกชอบและจดจำมันได้จริงๆ… “Gods of Egypt” ก็เช่นกัน

หลังจากที่หนังแนวนี้วนเวียนกับตำนานเทพฝั่งกรีกมาหลายปี “Gods of Egypt” จึงเปลี่ยนแนวมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับเทพฝั่งอียิปต์หรือไอยคุปต์ ซึ่งแม้จะไม่ใช่เทพฝั่งที่คนไทยคุ้นเคยเท่าไหร่ (ส่วนใหญ่เรารู้จักอียิปต์แค่พีรามิด สฟริงซ์ และมัมมี่) แต่ในหนังก็มีอธิบายความเป็นมาเป็นไปไว้ให้ ทำให้เข้าใจได้ไม่ยากเท่าไหร่ เนื้อเรื่องก็แสนง่าย เทพองค์พี่จะยกบัลลังก์ให้ลูก เทพองค์น้องไม่ยอม เลยฆ่าพี่ จับลูกของพี่ขังแล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์แทน ที่เหลือก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับช่วยเทพองค์ลูกหนี และแย่งชิงบัลลังก์คืน โดยมีมนุษย์เป็นผู้ช่วยคนสำคัญ

หนังพยายามโชว์ให้เห็นมิตรภาพระหว่างเทพกับมนุษย์ ที่นำไปสู่การเคารพซึ่งกันและกัน แต่ก็ไม่ค่อยรู้สึกถึงเท่าไหร่ มนุษย์ในเรื่องก็ดูเก่งเกินไป ส่วนเทพตัวเอก บทจะอ่อนก็อ่อน บทจะเก่งก็เก่งขึ้นมา จะเปลี่ยนจากเทพนิสัยไม่เอาไหนมาเป็นเทพนิสัยดีก็ง่ายๆ มาก แต่ก็นั่นแหละ Gods of Egypt เป็นหนังแบบที่สร้างมาให้ดูเพลินๆ ตื่นตากับ Special Effect ต่างๆ ที่ใส่มาเกือบทุกนาที ที่แม้หลายฉากจะไม่เนียนก็ตาม (โดยเฉพะเมื่อเทพยืนเทียบกับมนุษย์ที่ดูไม่เนียนเลย) ถ้าเราคาดหวังเพียงแค่นั้นจากเรื่องนี้ เราก็พอจะ Enjoy ไปกับเรื่องได้

 

Bek (Brenton Thwaites, left) and Horus (Nikolaj Coster-Waldau, right) in GODS OF EGYPT. Photo Courtesy of Lionsgate publicity site.

 

ชอบอย่างหนึ่ง ตรงที่หนังพยายามจินตนาการการทำงานของเทพให้เห็น ให้รู้ว่าโลกแบนในความคิดของคนสมัยก่อนนั้นเป็นอย่างไร เทพราหรือเทพสุริยะนั้นทำอะไรบ้างในแต่ละวัน และอีกด้านของโลกแบนๆ นั้นคืออะไร แน่นอนทั้งหมดดูไม่สมเหตุสมผลและไม่เป็นวิทยาศาสตร์ ถ้ามองจากสายตาปัจจุบัน แต่ถ้ามองจากสายตาคนโบราณสมัยก่อนแล้ว มันก็น่าสนุกดี

อย่างน้อย หลังจากดู Gods of Egypt จบ เราก็ไม่ได้หลงลืมมันในทันที ยังพอมีสิ่งที่จดจำได้แม่นจากหนังอยู่ 2 อย่าง หนึ่งนั่นคือ สีทองอร่ามแทแลตะลึง ซึ่งเกิดจากหนังพยายามใช้สีทองเป็นโทนสีหลักของเรื่อง (ในหนังยังอธิบายได้ว่าโลหิตของเทพนั้นเป็นทอง) และอย่างที่สองคือ หน้าอกหน้าใจของนางเอกนั่นเอง (พูดแบบนี้จะดูหื่นไปมั้ยนะ) จริงๆ ก็ไม่ได้เห็นเต็มๆ หรอก แต่ด้วยชุดและการดันทำให้เห็นเด่นเป็นสง่ามาก ยิ่งเมื่อตัดกับหน้าที่ดูเด็กแล้ว จะบอกว่าสนใจก็คงโกหกไปหน่อย เด่นจนตัวละครชายในเรื่องหมองไปเลย และนั่นทำให้ช่วงที่น้องนางเอกหายไปจากจอ กลายเป็นความน่าเบื่อขึ้นแทน 555

 

Scale-6
 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here