[Review] Grace of Monaco – บันทึกชีวิตเจ้าหญิงโมนาโก

2
31
views
Grace-of-Monaco-New-quad-poster-Nicole-Kidman-1024x772

“โมนาโก” เป็นประเทศเล็กมากที่อยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ปกครองในระบอบราชาธิปไตย โดยเมื่อปี ค.ศ.1956 ราชวงศ์กรีมัลดี แห่งโมนาโก ได้สร้างความฮือฮา เมื่อ “เจ้าชาย Rainier III” ได้อภิเษกสมรสกับ “Grace Kelly” ดาราสาวชื่อดังจากฝั่ง Hollywood สร้างตำนานรักเทพนิยายบทใหม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งเนื้อหา “Grace of Monaco” ก็ได้จับเอาช่วงชีวิตหนึ่งของ “Grace Kelly” (Nicole Kidman) ในปี ค.ศ.1962 มาเป็นแกนหลักของหนัง เมื่อ Grace ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญระหว่างบทบาทเจ้าหญิงของเธอ กับโอกาสที่จะได้กลับไปแสดงหนังที่ Hollywood อีกครั้ง รวมถึงยังมีปัญหาระดับชาติระหว่างโมนาโกกับฝรั่งเศส ที่เริ่มทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

เช่นเดียวกับหนังแนวเจ้าหญิงหลายเรื่อง Grace of Monaco พยายามเสนอภาพความขัดแย้งในจิตใจของเจ้าหญิง ระหว่างบทบาทในฐานะสมาชิกราชวงศ์ กับความต้องการลึกๆ ในใจ แต่ตัวหนังทะเยอทะยานมากกว่านั้น เมื่อต้องการผลักดันภาพลักษณ์ “วิรสตรี” ให้กับเจ้าหญิง Grace ด้วยการให้เจ้าหญิงใช้วิชาการแสดงที่ได้จาก Hollywood มาช่วยแก้ไขปัญหาระหว่างโมนาโกกับฝรั่งเศส ที่เริ่มขึ้นจากการที่โมนาโกประกาศไม่เก็บภาษี ส่งผลให้บริษัทจำนวนมากย้ายจากฝรั่งเศสไปโมนาโกา ประธานาธิบดี Charles de Gaulle (Andre Penvern) แห่งฝรั่งเศส จึงประกาศบุกโมนาโก ขณะที่เจ้าชาย Rainier III (Tim Roth) ประมุขแห่งโมนาโก ก็เป็นคนไม่ยอมใครเช่นกัน

แต่ทั้งหมดก็เป็นแค่ความพยายามที่เกินตัว หนังไม่สามารถผสมสิ่งต่างๆ ที่ใส่เข้ามาให้เข้ากันได้ และกลายเป็นความสะเปะสะปะแทน ปมการเลือกระหว่างความรักในการแสดงกับความรักในราชวงศ์ที่ปูมาช่วงต้น ก็โดนดราม่าการเมืองกลบไปซะหมด และเรื่องยิ่งออกแนวตลกขบขัน เมื่อเจ้าหญิง Grace ต้องมาฝึกฝนการเป็นเจ้าหญิงใหม่ ทั้งที่พระองค์ก็อยู่ในราชวงศ์มาแล้วหลายปี มีโอรสธิดากับเจ้าชาย Rainier III แล้ว 2 พระองค์ น่าจะเคยเรียนรู้เรื่องการเป็นเจ้าหญิงมาแล้ว หรือถ้าเกิดนี่คือเรื่องจริง อย่างน้อยก็น่าจะอธิบายหน่อยว่าทำไมอยู่มาหลายปีแล้วจึงไม่เคยฝึกการเป็นเจ้าหญิงเลย

ช่วงท้ายของเรื่อง Grace of Monaco พยายามกลับไปพูดถึงเรื่อง “ความรัก” อีกครั้ง ด้วยการสรุปว่าที่เจ้าหญิงตัดสินเลือกอยู่ที่โมนาโกต่อ แทนที่จะเดินทางกลับไปแสดงหนังที่ Hollywood เพราะความรักที่มีต่อเจ้าชาย Rainier III รักจนกระทั่งยอมสวมบทบาทเป็นเจ้าหญิงอย่างเต็มภาคภูมิ แม้มันอาจทำให้พระองค์ไม่มีอิสระเท่าไหร่ แต่ประเด็นนี้ก็ไม่ชวนให้อินเลย เพราะตลอดทั้งเรื่องหนังไม่ได้แสดงให้เห็นความรักระหว่างเจ้าชาย Rainier III กับเจ้าหญิง Grace สักเท่าไหร่เลย

ถ้าจะดูในแง่การแสดง แม้จะได้มาตรฐานแต่ก็ไม่ได้ชวนให้ตกตะลึงแต่อย่างไร หลายช่วงยังชวนอึดอัด เพราะตัวหนังพยายามบีบคั้นด้วยการถ่ายซูมหน้าใกล้ๆ ให้เห็นเข้าไปถึงแววตา แต่นักแสดงกลับไม่สามารถส่งอารมณ์มาให้รู้สึกได้มากเท่าที่คาดหวัง สุนทรพจน์สุดท้ายของเจ้าหญิง Grace ที่ควรจะเป็นไคลแม็กซ์ของเรื่อง แต่ด้วยความที่ Nicole ส่งพลังไม่เต็มที่ บวกกับเรื่องราวที่ปูมาฉากนี้ก็ดูอ่อนไป มันเลยกลายไม่พีคเท่าไหร่

เทียบกับตอน “Diana”ที่เป็นแนวชีวประวัติเจ้าหญิงเหมือนกัน แม้เรื่องนั้นโดยรวมจะออกมาไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องนั้นก็ชัดเจนว่าจะพูดถึงเรื่องความรักของเจ้าหญิงเป็นหลัก ขณะที่ “Grace of Monaco” พยายามจับปลาหลายมือเกิน และสุดท้ายก็จับไม่ได้เลยสักมือ อีกทั้งแม้จะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับโมนาโก แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้เราซาบซึ้งกับเป็นโมนาโกสักเท่าไหร่ กลับกันหนังกลับทำให้แสดงภาพความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส และความดีของสหรัฐอเมริกา (ทั้งในรูปแบบคนอเมริกันและแนวคิดแบบอเมริกัน) ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โมนาโกพ้นภัย

 

ความชอบส่วนตัว: 6/10 

 

Fotor061821954

เทียบตัวจริง (บน) กับนักแสดงในเรื่อง (ล่าง) เรียงจากซ้ายไปขวา เจ้าหญิง Grace เจ้าชาย Rainier III และ Alfred Hitchcock

 

2 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here