[Review] Homestay – ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับ… (Spoil)

0
195
views

เพราะอ่านเรื่องย่อ “Colorful” ที่เป็นนิยายต้นฉบับของหนังมาก่อน เลยเดาทางหนังได้หมดละ 555 แต่ว่าไปถึงจะไม่เคยอ่านตัวต้นฉบับมาก่อน แต่ถ้าใครคุ้นเคยกับพบพวกหนัง/นิยายแนวดราม่าจิตวิทยา ก็น่าจะพอเดาๆ บทสรุปของเรื่องได้นะว่ามันจะออกมาประมาณไหน และเพราะเหตุนี้มั้ง Homestay จึงพยายามทำหน้าหนังให้ดูไปอีกทาง รวมถึงการพยายามบอกว่าอย่า Spoil เพราะเชื้อมูลเพียงไม่มากก็สามารถทำให้คาดเดาเรื่องได้

Homestay ขายตัวเองในฐานะหนัง Thriller Fantasy ทำตัวอย่างไปในแนวทางการสืบสวนว่า “มิน” (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ตายเพราะใคร แต่เนื้อแท้แล้ว Homestay คือหนัง Drama Coming of Age ที่แฝงไปด้วยเรื่องจิตวิทยาวัยรุ่น ไปจนถึงปรัชญาการใช้ชีวิตหรือแนวคิดทางศาสนาเสียด้วยซ้ำ ว่ากันที่แก่นของเรื่องแล้วคือมันดีและสอนใจมากเลยทีเดียว

แต่ก็เพราะความเป็น Drama Coming of Age อาจจะทำให้รู้สึกว่ามันน่าจะขายได้ยากในไทยหรือเปล่า GDH จึงเลือกจะขายความเป็น Thriller Fantasy ใส่ทั้งเรื่องมินตายเพราะใคร การโชว์พลังของ CG ไปจนถึงคาแรกเตอร์ของ “ผู้คุม” ที่จงใจให้ยียวนกวนประสาทเพื่อใช้เป็นไวรัลทำการตลาด ข้อดีคือมันก็ช่วยให้หนังเป็นที่น่าสนใจมากขึ้นจริงแหละ แต่ในอีกแง่หนึ่งมันก็ทำให้ความเป็น Drama ในเรื่องดูไปได้ไม่สุดเช่นกัน

GDH และทีมงานหนังเรื่องนี้ ต่างบอกว่า “ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ” ผู้กำกับใส่เต็มกับเรื่องนี้มาก ละเอียดทุกระเบียบนิ้ว ซึ่งก็จริง แต่ละซีนใน Homestay ถูกออกแบบมาเพื่อให้ดู Perfect ที่สุด สวยงามที่สุด สื่อความมากที่สุด แต่ผลที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจคือ ความพยายามที่จะทำให้ทุกซีนให้ Perfect กลายเป็นความไม่ Perfect ในองค์รวมแทน เพราะมันทำให้กราฟของหนังขึ้นลงไม่สุด ฉากพีคมันก็เลยพีคไม่สุด หลายอย่างก็ดู Setting มาเพื่อหวังผลมากเกินไป จนมันดูไม่จริงอะ โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรกของหนัง ที่เป็นช่วงที่วิญญาณในร่างมินเรียนรู้เกี่ยวกับโลกที่มินอยู่ คือมันดูสวยงาม ทั้งภาพ เสียง เนื้อหา “เกินไป” จนรู้สึกว่ามันเวิ่นไปหน่อย

เอาเป็นว่าอารมณ์ประมาณดูหนัง Christopher Nolan โดยเฉพาะยุคหลังๆ อะ หนังดี ดูสนุก เหมือนจะ Perfect แต่ก็มีบางอย่างที่เหมือนทำให้มันไปไม่สุดเหมือนกัน

กระนั้นถามว่า Homestay แย่มั้ย มันก็ไม่ได้แบบนั้น มันเป็นหนังที่ค่อนข้างโอเคเลยแหละ โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่ความจริงของมินและคนรอบข้างเริ่มเปิดเผย ความ Drama ของมันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งใครที่เคยเป็นคนใกล้เคียงกับมินนี่ หน่วงได้ใจมาก ขนาดว่ารู้ทางเรื่องมาแล้ว แต่การเรียงเรื่องราวให้มินค้นพบความจริงเกียวกับคนรอบข้างนี่ก็เล่นเอาจุกได้เลย

อย่างที่บอกว่าโดยแก่นของเรื่องแล้วมันดีมาก คำว่า Homestay ในเรื่องว่าไปก็คงคล้ายๆ กับแนวคิดเรื่อง “อัตตา-อนัตตา” ของศาสนาพุทธ ที่พูดเรื่องการยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป โดยเฉพาะ “ตัวเราเป็นของเรา” ยิ่งยึดมั่นมากเท่าไหร่ เมื่อเจอสิ่งที่ไม่เป็นดังหวัง ก็จะยิ่งเป็นทุกข์มากขึ้นเท่านั้น เหมือนอย่าง “มิน” ก่อนที่เขาจะตาย (…จากนี้น่าจะ Spoil เยอะละ…) เขาก็มีปัญหาในการยึดมั่นมากเกินไป โดยเฉพาะความคาดหวังกับคนรอบข้าง ดังนั้น เมื่อเขาพบว่าคนรอบข้างไม่ได้ “ดี” แบบที่เขาคาดหวัง เขาก็เก็บมันมาเป็นทุกข์ จนพอถึงจุดหนึ่งมันก็ทำให้เขาเกลียดตัวเอง เกลียดที่ต้องอยู่ในโลกนี้ และตัดสินใจที่จะจบชีวิตตัวเองลงที่สุด

คำถามคือ มินตายเพราะใคร เพราะคนรอบข้าง หรือเพราะตัวเขาเอง

Homestay คือคอนเซปท์ที่พักที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แต่มันก็ไม่ใช่บ้านของเรา มีหลายครั้งที่คนพัก Homestay รู้สึกสบายใจกว่าอยู่บ้านจริงๆ เพราะมันมีอิสระในการทำอะไรได้มากกว่า โดยไม่ต้องกังวลกับอนาคต (ให้เจ้าของบ้านตัวจริงจัดการไป) พอมาเทียบกับในหนัง การใช้ชีวิตแบบ Homestay ก็คงเหมือนการใช้ชีวิตโดยไม่ยึดมั่นว่ามันเป็นของเรา ถอยออกมามองในมุมของการเป็นคนนอกดูบ้าง ซึ่งมันอาจทำให้เราเห็นภาพรวม และลดการแบกรับความทุกข์ไว้กับตัวลงไปได้ เรื่องบางเรื่องที่เราคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่จะเป็นจะตาย พอมองจากมุมหนึ่งมันอาจเป็นเรื่องธรรมดา ที่ไม่เข้าใจว่าตอนนั้นเราเครียดไปทำไมก็ได้

มีอย่างหนึ่งในหนังที่ตอนดูรู้สึกว่ามันไม่สุดเท่าไหร่ คือ การที่ Homestay พาไปรู้จักกับเบื้องหลังของตัวละครแวดล้อมมินน้อยเกินไปหน่อย แต่หลังจากตกผลึกสักพัก ก็คิดว่านี่คือความตั้งใจของตัวหนัง และมันก็เชื่อมโยงไปถึงแก่นที่ต้องการสื่อสารด้วย ถ้าสังเกตจะเห็นว่า Homestay เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของมินเพียงคนเดียวทั้งเรื่อง ฉากแรกๆ ของหนังใช้การถ่ายทำแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First Person View) เพื่อบอกใบ้แนวทางการเล่าเรื่องด้วยซ้ำ สิ่งที่เกิดคือ อะไรที่มินรู้ เรารู้ แต่อะไรที่มินไม่รู้ เราก็ไม่รู้ หนังทำให้เราเป็นเหมือนวิญญาณที่มาอยู่ในร่างมิน ซึ่งปัญหาของมินก็คือ “เขาตัดสินทุกอย่างจากแค่มุมมองที่เขาเห็นเท่านั้น”

“Homestay” คงอยากบอกเราว่า อย่าตัดสินทุกอย่างจากแค่มุมของตัวเอง คนเรามีพื้นที่ที่ต้องต่อสู้ของตัวเองทั้งนั้น ยิ่งไปตัดสินมากเท่าไหร่ มันก็คือการยึดมั่นจนเราเป็นทุกข์เสียเอง เราอาจไม่ต้องถึงขั้นไปตามสืบความจริงเบื้องหลังของคนๆ นั้นทั้งหมดหรอก แต่เราเปิดใจว่าเป็นไปได้ที่อาจมีมุมอื่นที่เราอาจไม่ได้เห็น แค่นี้ชีวิตก็คงมีความสุขมากขึ้น

เนื่องจากหนังเล่าผ่านมุมมิน ดังนั้น คนที่รับบทหนักก็คือ เจมส์ ธีรดนย์ นี่แหละ ซึ่งสอบผ่านสบายๆ และคงเป็นนักแสดงฝีมือดีของวงการได้ต่อไป “สู่ขวัญ บุญกุล” ในบท “แม่” ก็เป็นอีกคนที่ช่วยส่งให้ซีนดราม่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนอื่นๆ ในเรื่องก็ได้มาตรฐาน “เฌอปราง อารีย์กุล” ในบท “พาย” พี่รหัสที่รักของมิน ก็พอโอเค จริงๆ ชอบพายในซีนดราม่ามากกว่าซีนปกติอีก ถึงมันจะดูพูดไม่รู้เรื่องแต่แปลกประหลาด แต่มันให้ความรู้สึกของคนที่พยายามเก็บกดอารมณ์เอาไว้ แล้วพอวันหนึ่งมันเก็บไม่อยู่ ก็ทะลักออกมาแบบสุดๆ เหมือนกัน ส่วนซีนปกตินี่ยังรู้สึกว่า แสด๊ง แสดง อยู่

ว่าไปบทพายนี่น่าสนใจนะ เรารู้สึกว่า พายกับมินไม่ได้แตกต่างกัน เป็นเด็กเก็บกดด้วยกันทั้งคู่ พายออกจะหนักกว่าด้วยซ้ำเพราะต้องเก็บกดไว้ภายใน ขณะที่หน้าตายังยิ้มแย้ม ไม่แปลกที่ดูเหมือนพายจะมีใจให้มินตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นมินคนเดิมแล้ว คงเพราะเห็นอะไรคล้ายๆ กัน และมินก็เป็นสิ่งเดียวที่พายใช้ยึดเหนี่ยวเพื่อกักเก็บความรู้สึกขยะแขยงตัวเองไว้ จนวันหนึ่งเมื่อเสียมินไป มันก็ทำให้สิ่งที่เก็บไว้ทะลักออกมาเลย จริงๆ ถ้ามองพายโดยมีภาพของเฌอปราง กัปตัน BNK48 ซ้อนทับลงไป จะยิ่งสนุกมากขึ้นทีเดียว รู้สึกได้ถึงความเชื่อมต่อบางอย่างระหว่างพายกับเฌอปราง โดยเฉพาะในเรื่องการพยายามทำตัวเองให้ไม่มีความรู้สึก (ใครดู Girl’s Don’t Cry น่าจะพอนึกออก) อาจเพราะเหตุนี้มั้งเลยได้บทนี้ ซึ่งว่าไป GDH ตั้งแต่สมัยยังเป็นค่ายเก่า GTH ก็ชอบแคสท์คนมาเล่น โดยให้ความสำคัญกับคาแรกเตอร์ที่ตรงกันอยู่แล้ว

สุดท้ายแล้ว ถ้าเราลองเอาแนวคิด Homestay มาใช้กับบ้านเรื่องเรา ก็คงคล้ายๆ กับที่ อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา เคยบอกว่า “คุณอย่าคิดอะไรมาก ประเทศนี้ไม่ใช่ของคุณ อยู่ๆ ไปเถอะ คิดซะว่าเช่าเค้าทำงานหาเงิน ใช้ชีวิตให้มีมีความสุขไป” ดูมีพลังบวกขึ้นมาทันที เหอะๆ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.