[Review] Into the Storm – ใจกลางมหาพายุ

1
53
views

vsOj3lg

 

“Into the Storm” เป็นหนังแนวภัยพิบัติหายนะ (Disaster Movies) ที่ใช้ “พายุทอนาร์โด” (Tornado) เป็นตัวเดินเรื่อง ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับทอร์นาโดเคยถูกนำมาทำเป็นหนังแล้วใน “Twister” (1996) ที่กลายเป็นหนังภัยพิบัติขึ้นหิ้งไปแล้ว ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนเปรียบเทียบ แต่ “Into the Storm” ก็พยายามที่จะสร้างจุดเด่นที่แตกต่างให้กับตัวเอง นอกจากจะอัพเกรดพายุให้กลายมหาวิบัติพายุแล้ว ยังนำเสนอด้วยมุมกล้องแบบ “Found Footage” คือเป็นมุมมองภาพแบบรายการ Reality ผ่านภาพจากกล้องของตัวละครในเรื่อง เพื่อเสริมสร้างความสมจริง และยังเพิ่มความน่าสนใจด้วยการพาเราไปในพายุ ณ จุดที่เป็นใจกลางพายุที่เรียกว่า “ตาพายุ” ด้วย อย่างไรก็ตาม การผสมผสานสิ่งต่างๆ กลับทำได้ไม่ลงตัว และกลายเป็นหายนะให้กับตัวหนังเอง

ทอร์นาโด… พายุทอร์นาโด เป็นพายุที่เกิดจากการปะทะกันของลมร้อนและลมเย็น จนเกิดเป็นลมหมุนในระดับความเร็วไม่คงที่ ทำให้ก้อนเมฆม้วนตัวปลายข้างหนึ่งลงมาแตะพื้นในลักษณะงวงช้าง ทอร์นาโดส่วนใหญ่เิกิดในอเมริกา บริเวณทุ่งราบ เนื่องจากภูมิอากาศเอื้อ ขณะที่ไทยมีเกิดบ้างแต่ไม่รุนแรง และส่วนใหญ่เิกิดในน้ำเรียกกว่า “นาคเล่นน้ำ” จุดเด่นของพายุทอร์นาโดคือมีรัศมีพายุไม่กว้างนัก แค่ไม่กี่เมตร แต่ก็มีบางลูกที่รัศมีกว้างใหญ่มาก โดยลูกที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองเอล เรโน มลรัฐโอกลาฮามา เมื่อปี 2013 เส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุดอยู่ที่ 4.2 กิโลเมตร ส่วนในแง่ความรุนแรง พายุทอร์นาโดแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่ F0 – F5 โดย F5 มีความรุนแรงตั้งแต่ 261 ไมล์ต่อชั่วโมงขึ้นไป (420 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้น) ซึ่งลูกที่แรงที่สุดเกิดขึ้นที่มลรัฐโอกลาฮามาเช่นเดียวกัน เมื่อปี 1999 มีความเร็วลมประมาณ 301 ไมล์ต่อชั่วโมง (484 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

ภัยพิบัติ… ทอร์นาโดใน Into the Storm นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายลูก หลายรูปแบบ ตั้งแต่ทอร์นาโดธรรมดา ไปจนถึงอภิมหาทอร์นาโด รวมถึงทอร์นาโดที่หาดูได้ยากอย่าง ทอร์นาโดไฟ (ทอร์นาโดที่พัดเอาไฟเข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่ง) หรือการรวมตัวของทอร์นาโด 2 ลูกกลายเป็นทอร์นาโดที่ใหญ่กว่าก็มีให้เห็นในเรื่องนี้ ซึ่งในแง่ CG ทอร์นาโด ก็ถือว่าทำได้เนียนใช้ได้ ไม่ได้แตกต่างจากพายุจริงๆ สักเท่าไหร่ และฉากเข้าไปอยู่ในใจกลางมหาพายุ ก็ทำได้น่าสนใจดี แต่ในแง่การทำลายล้างกลับยังรู้สึกขัดๆ แม้หนังจะพยายามชูความเป็็นอภิมหาโครตพายุทอร์นาโด แต่อาจเพราะเมืองที่เกิดพายุไม่ใช่เมืองที่ใหญ่มากนัก และฉากทำลายล้างเด็ดๆ ถูกตัดมาใส่ไว้ในตัวกล่าวเกือบหมด ทำให้รู้สึกยังไปไม่สุดเท่าไหร่ ตัวหนังเองยังไม่ค่อยมีคำอธิบายให้กับอภิมหาพายุที่เกิดขึ้นว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้จะมีตัวละครหลักเป็นนักอุตุนิยมวิทยาก็ตาม ได้แต่บอกว่า ตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ต่างจากหนังภัยพิบัติเรื่องอื่นๆ ที่แม้เหตุภัยพิบัติจะดูเว่อร์ขนาดไหน แต่ก็พยายามหาคำอธิบายแบบแถๆ มาใส่ไว้ให้

ดราม่า… เพื่อไม่ให้เรื่องแห้งแล้งเกินไป จึงจำเป็นต้องใส่ดราม่าเข้าไป ซึ่งก็ไม่รู้เป็นธรรมเนียมของหนังแนวนี้หรือเปล่า คือต้องมีตัวละครหลายกลุ่ม หลายเส้นเรื่อง โดยกลุ่มหลักจะเป็นดราม่าครอบครัว และก็มักเป็นเรื่องของพ่อ-ลูกด้วยนะ ซึ่งเรื่องนี้ก็ตามสูตรคือ ต้องไปช่วยสมาชิกในครอบครัวให้รอดตาย ปัญหาคือการดำเนินเรื่องที่ราบเรียบ เอื่อยๆ โดยเฉพาะครึ่งแรก ยังไม่สามารถทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครได้มากนัก เมื่ออารมณ์ไม่ได้ การส่งต่อไปยังจุดพีคก็เลยไปได้ไม่สุดเช่นกัน ความตายของตัวละครบางคน ก็เป็นไปอย่างงงๆ และไม่ได้เกิดความรู้สึกเสียใจอะไรนัก เพราะยังไม่ผูกพันกับตัวละครนั้นเท่าไหร่ บางตัวละครไม่ต้องใส่มาก็ได้

Found Footage… สิ่งที่ Into the Storm ภูมิใจนำเสนอมากก็คือ มุมกล้องแบบ Found Footage โดยในเรื่องมีมุมกล้องแบบนี้อยู่หลายแบบ ทั้งแบบการถ่ายทำสารคดีเต็มรูปแบบ แบบ Home Video แบบการถ่ายทำวิดีโอสมัครเล่นสำหรับทำรายงาน แบบบ้าบิ่นผ่านกล้อง Go Pro เพื่อเอาไปลง Youtube มีตั้งแต่กล้องโทรศัพท์มือถือ กล้องวิดีโอ ไปจนถึงกล้องถ่ายทำรายการ ทั้งหมดเพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง และถ่ายทอดมุมมองของคนที่ไปเจอพายุจริงๆ อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจนี้ดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จนัก เพราะมุมกล้อง Found Footage ส่วนใหญ่ในเรื่องช่างดูประดิษฐ์เสียเหลือเกิน จากที่จะสมจริง เลยดูเหมือนกลายเป็นส่วนเกินแทน

บทสรุป… สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดของหนังนอกจาก CG พายุ ก็น่าจะเป็นการใส่ประเด็นการมองตัวเองในอนาคตอีก 25 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นหนังที่ตัวละครลูกชายในเรื่องกำลังถ่ายทำ ซึ่งเชื่อมโยงมายังบทสรุปท้ายเรื่องว่าเรา “ควรทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ได้อย่างพอเหมาะ แต่มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าหนังไม่พยายามใส่เรื่อง “ธรรมชาติเอาคืน” หรือ “อย่าละทิ้งศรัทธา” เข้ามา เพราะหนังไม่ได้ปูเรื่องมาเพื่อ 2 ประเด็นนี้เท่าไหร่ การไม่อธิบายว่ามหาทอร์นาโดในเรื่องเกิดเพราะอะไร ทำให้ไม่ค่อยอินว่าธรรมชาติเอาคืนอย่างไร ยิ่งการโฟกัสธงชาติช่วงท้ายเรื่อง ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นความจงใจที่ไม่เข้ากับเรื่องเสียเลย เข้าใจว่าพยายามจบตามสูตร แต่เพราะเรื่องราวปูมาไม่แข็งแรง ต่อให้เป็นสูตรก็ช่วยไม่ค่อยไหวจริงๆ ถ้าใจกลางของพายุ คือความเงียบสงบ ใจกลางของหนังเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เงียบสงบจนไม่มีอะไรเลย

 

ความชอบส่วนตัว: 4/10

 

785355703303158339

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here