[Review] คู่กรรม – กรรมของณเดช

11
135
views
SUNSET-THEME-02
“คู่กรรม” บทประพันธ์ของ “ทมยันตี” คือหนึ่งในนวนิยายที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย ถูกสร้างเป็นหนัง ละคร ละครเวที มาแล้วหลายครั้ง แต่ว่ากันตรงๆ ส่วนตัวไม่ได้เป็นแฟนคู่กรรมนัก นวนิยายก็ไม่เคยอ่าน ขณะที่ฉบับหนัง/ละครก็ดูผ่านๆ เวอร์ชั่นเบิร์ด-กวางที่ว่าดังมากๆ ก็ยังเด็กไปเกินจะจำความได้ ขณะที่คู่กรรมเวอร์ชั่น “โกโบริ The Star กับอังศุมาลินมีหนวด” ที่ใครๆ เขาจิ้นกัน ก็ยังไม่เคยจะเปิดไปดู คู่กรรมเวอร์ชั่นณเดชตอนแรกก็ไม่คิดจะไปดู แต่เหตุผลที่อยากทำให้ดูเวอร์ชั่นนี้ขึ้นมามีเพียง “ภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นของณเดช” “เพลงประกอบที่เพราะมาก” และ “การที่ผู้กำกับบอกว่าเป็นการตีความใหม่”
 
อาจเพราะไม่ใช่นักอ่านนิยาย ส่วนตัวจึงไม่มีปัญหาอะไรกับ “การตีความใหม่” ที่ต่างจากหนังสือออกไป และส่วนตัวยังเชียร์ให้มีการตีความใหม่บ่อยๆ ด้วย เพื่อความไม่จำเจ ความคาดหวังที่มีต่อคู่กรรมฉบับนี้ก็คืออยากเห็นอะไรที่แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นก่อนๆ ตัวอย่างหนังฉบับแรกที่ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจและแสดงให้เห็นว่าจะเน้นการเล่าเรื่องผ่านตัวโกโบริ ทำให้เกิดความคาดหวังเพิ่มขึ้นอีก แต่พลันที่ดูหนังจบลง…ก็รู้ว่ามันเป็นได้แค่หวังจริงๆ สำหรับแฟนคู่กรรม อาจผิดหวังกับคู่กรรมเวอร์ชั่นนี้ที่ทำอะไรหลายอย่างต่างไปจากต้นฉบับ แต่ส่วนตัวผมผิดหวังที่ตัวหนังมีโอกาสที่จะตีความใหม่และทำได้อย่างน่าจดจำกว่านี้ แต่กลับทิ้งโอกาสนั้นไป
หลายปีก่อน หนึ่งในบทประพันธ์ของทมยันตีอย่าง “ทวิภพ” ได้ถูกสร้างเป็นหนังเช่นกัน (เวอร์ชั่นฟลอเรนซ์-รังสิโรจน์) และได้รับการกล่าวขวัญปนก่นด่าว่าเป็นทวิภพเวอร์ชั่นที่ “เละ” ที่สุด เพราะทำต่่างไปจากต้นฉบับแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ขณะเดียวกันทวิภพเวอร์ชั่นนี้ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุด” เช่นกัน ด้วยความกล้าของผู้สร้างที่จะเน้นประเด็นประวัติศาสตร์แบบเต็มรูปแบบและก็ทำได้ถึงด้วย น่าเสียดายที่คู่กรรมเวอร์ชั่นนี้ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แม้จะมีโอกาสก็ตาม
จริงๆ หากมองให้ลึกลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นในคู่กรรมเวอร์ชั่นนี้ ไม่ใช่การตีความใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการ  “ตีความใหม่เฉพาะจุด” เหมือนกับเวลาเราอ่านนิยาย แล้วเจอฉากนี้ที่เราไม่ชอบก็พยายามเปลี่ยนให้เป็นแนวของเรา คู่กรรมทำแบบนี้กับหลายฉาก ปัญหาก็คือ ผู้กำกับ “เรียว กิตติกร” เลือกจะเปลี่ยน เลือกจะ “เล่น” กับบางจุดให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ อย่างกับ “หนังทดลอง” แต่ละเลยความสอดคล้องเชื่อมโยงในภาพใหญ่ ซึ่งต่างจากทวิภพที่ตั้งโจทย์ใหญ่ไว้ก่อนว่าจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละฉากละตอน ผลที่ได้ของคู่กรรมก็คือความ “ผิดที่ผิดทาง” และ “ไม่เข้ากัน” ในตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงไม่แน่ใจว่าคู่กรรมฉบับนี้ต้องการสื่ออะไรกันแน่ หนังอาจบอกว่าเล่าเรื่องผ่านโกโบริ แต่เราก็ไม่ค่อยรู้จักประวัติความเป็นมาของโกโบริมากนัก ขณะที่ในแง่การเป็นหนังรักวัยรุ่นก็ยังทำได้ไม่ถึงสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้กำักับให้ความสนใจกับสิ่งย่อยๆ ก็ทำให้คู่กรรมยังมีส่วนน่าประทับอยู่บ้าง การเปลี่ยนรายละเอียดบางจุดทำได้อย่างน่าประทับใจ อาทิ ฉากค้นหานักโทษหลบหนี หรือฉากปล้ำ รวมไปถึงการถ่ายภาพในหลายๆ ฉากก็ออกมาสวย การทดลองเทคนิคต่างๆ เช่นการทำภาพเก่าในบางฉากก็ดูน่าสนใจ และน่าชื่นชมไม่น้อยเมื่อมองแค่เฉพาะฉากนั้น แต่เมื่อเอามาประกอบกับเป็นภาพใหญ่แล้วมันไม่เข้ากันและไม่สวยงาม หลายๆ อย่างจะน่าสนใจถ้าอยู่ในหนังเรื่องอื่น แต่ดูผิดที่ผิดทางมากเมื่ออยู่ในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพแอนิเมชั่นต้นเรื่อง เสียงในหัวตัวละคร คำพูดเท่ห์ๆ ที่บางทีไม่เข้ากับเรื่อง หรือดนตรีประกอบที่เปิดผิดจังหวะอยู่ไม่น้อย
สำหรับณเดช ซึ่งเชื่อแน่นอนว่าหลายคนตีตั๋วเข้าไปดูเรื่องนี้ ก็บอกได้เลยว่าไม่ทำให้ผิดหวัง ส่วนตัวณเดชเป็นโกโบริที่ “เป๊ะ” มาก นอกเหนือไปจากภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นที่เนียนอย่างมากแล้ว การถ่ายทอดความเป็นโกโบริ วัยรุ่นที่ต้องจากบ้านเมืองมาและพบรักกับสาวต่างชาติ ก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยม การแสดงของณเดชจัดอยู่ในขั้นดีเยี่ยมเช่นเดียวกับหน้าตาของเขา แต่ปัญหาก็คือ หนังรัก จะซึ้งกินใจก็ต้องอยู่ที่ “คู่รัก” ในเรื่อง แม้ณเดชจะเป็นโกโบริที่ดีแค่ไหน แต่ริชชี่ยังคงห่างไกลจากอังศุมาลินที่ดี ด้วยความแข็ง (แม้จะบอกว่าเป็นมือใหม่ก็ตาม) ทำให้ในหลายๆ ฉากที่ณเดชส่งอารมณ์มาอย่างมายมาย แต่สุดท้ายก็ต้องสะดุดที่แววตาอันแข็งกระด้างของน้องริชชี่ (ไม่รวมถึงเสียงที่ไม่ชัดเสียยิ่งกว่าทหารญี่ปุ่น) ก็พาฉากนั้นล่มไปเหมือนกัน แม้ช่วงท้ายๆ เรื่องจะรู้สึกว่าน้องแสดงได้ดีขึ้น แต่ก็ยังน้อยและสายเกินไปแล้วสำหรับเรื่อง ในอนาคตหากไปฝึกปรือฝีมือสักนิด ริชชี่อาจเป็นนักแสดงที่ดีได้ แต่ในคู่กรรมฉบับนี้ น้องยังทำไม่ได้จริงๆ
Review นี้ใช้ชื่อว่า “กรรมของณเดช” ซึ่งก็อาจเป็นกรรมของจริงๆ ไม่รู้เพราะเป็นการลงโทษที่หน้าตาดีเกินไปหรือเปล่า ^^ เพราะไม่เพียงแต่คู่กรรม แต่ละครส่วนใหญ่ๆ ที่เขาเล่น ก็ไม่ใช่ละครที่น่าประทับใจหรือเป็นที่จดจำมากนัก แบบมีกระแส (จากแฟนคลับ) แค่ตอนฉาย พอจบคนก็ลืม เนื่องจากตั้งแต่เรื่อง “ดวงใจอัคนี” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ณเดชเป็นซุปตาร์มาจนถึงทุกวันนี้ ผู้จัดอยากให้ณเดชมาเล่นเพียงเพราะต้องการขาย “ณเดช” เท่านั้น (รวมถึงความจิ้นกับญาญ่า) แต่ละเลยของบทละคร “คาดหวังแค่ว่าถ้ามีณเดชมาเล่น แล้วทุกอย่างจะดีเอง” บทที่ณเดชได้เลยไม่ค่อยแตกต่างมากนัก เป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมแสนดีและชวนฝันของใครหลายๆ คน เพื่อให้คนดูได้กรี๊ดกร๊าด จิกหมอนกันแค่เท่านั้น ค่อนข้างน่าเสียดายฝีมือของเขา และถ้ารับกรรมแบบนี้บ่อยๆ ต่อไปก็คงไม่ดีสักเท่าไหร่แน่ ผู้จัดคงต้องใส่ใจกับตัวบทมากขึ้น นอกเหนือจากแค่ณเดช ขณะที่ตัวณเดชเอง (และแน่นอนคุณเอ) ก็ควรใส่ใจกับการเลือกบทมากกว่านี้ หากยังอยากเป็น “ซุปตาร์มหาชน” ไม่ใช่เพียง “ซุปตาร์ของแฟนคลับ” เท่านั้น
โดยสรุป คู่กรรมฉบับนี้หากมองเป็นจุดๆ มีหลายฉากที่ชอบ แต่พอมองภาพใหญ่มันคือความไม่น่าประทับใจ อาจไม่เกินเลยไปนักถ้าจะกล่าวว่า หากขาดณเดชไปเรื่องอาจผิดที่ผิดทางมากกว่านี้ ณเดชคือโกโบริที่เป๊ะมาก และเชื่อว่าหากในอีก 10 ปีข้างหน้ามีการสร้างคู่กรรมขึ้นอีก ณเดชก็อาจได้เป็นโกโบริอีกครั้ง (เพียงแค่คราวนี้ขอบทดีๆ หน่อยนะ) คู่กรรมฉบับนี้จึงอาจเหมาะกับคนที่เป็นแฟนคลับณเดชหรือต้องการเข้าไปชมฝีมือและหน้าตาของณเดช แต่ในแง่ภาพรวม เรื่องนี้อาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้นัก ทั้งคนที่เป็นแฟนคู่กรรมและไม่ใช่ก็ตาม
ผมจะรอ…วันที่ณเดชได้เล่นละคร/หนังที่บทดีจริงๆ สักที ไม่ใช่ทั้งเรื่องฝากความหวังไว้ที่เขาคนเดียว (บวกญาญ่าด้วยในกรณีที่เล่นคู่กรรม)
ผมจะรอ…วันที่การตีความใหม่คู่กรรมตกผลึกมากกว่านี้ เราอาจได้เห็นคู่กรรมเวอร์ชั่นเยี่ยม แบบที่ทวิภพเคยทำมาแล้ว
 ความชอบส่วนตัว: 5/10

 

gum5

11 COMMENTS

  1. ให้ 5 มากไปค่ะพี่ต้อม นู๋อยากได้ 210 บาทคืนมากๆ

  2. ส่วนตัวชื่นชอบบทประพันธ์คู่กรรมประมาณนึง เพราะซาบซึ้งใจในหลายๆฉากแต่ก็ขัดใจในความไม่ค่อยสมเหตุสมผลของตัวละครบางตัวที่ทมยันตีสร้างไว้ แต่เท่าที่มีโอกาสได้ติดตามผลงานคู่กรรมของปีนี้ทั้งสองรูปแบบคือ ละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ รู้สึกประทับใจในความปราณีตของทีมงานละครมากกว่ามาก เพราะในทุกๆองค์ประกอบที่มีล้วนแต่ออกมาจากจินตนาการที่เคยประสบมาจากนวนิยายแทบทั้งสิ้น และถึงแม้จะมีการเพิ่มเติมตัวละครหรือบางฉากเพื่อสร้างสีสันก็ไม่ได้ดูขัดเขินเกินเลยจากบทประพันธ์นัก ทว่ายังกลมกลืนไปอย่างแนบเนียนและทำให้เข้าใจที่มาที่ไปของตัวละครอีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้ต้องชื่นชมผู้เขียนบทและทีมงานจริงๆ ส่วนภาพยนตร์คู่กรรมนี้ ส่วนตัวคาดหวังกับการฉีกบทไว้เยอะ เพราะการที่ผู้กำกับออกตัวว่าจะไม่ใช้สัญลักษณ์ของคู่กรรม(อย่างหิ่งห้อย, ต้นลำพู, ขิม, ซามิเซ็ง, ทางช้างเผือก ฯลฯ)กับเวอร์ชั่นนี้ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าผู้กำกับคงมั่นใจในตัวบทครั้งนี้มากพอดู แต่การณ์กลับตาลปัตร การฉีกบทที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นแค่เพียงการฉีกทึ้งคุณค่าและการให้เกียรติบทประพันธ์ไปโดยสิ้นเชิง การคัดเลือกตัวละครที่ลงตัวแค่เพียงโกโบริอย่างณเดชน์ไม่เพียงพอที่จะดึงความสนใจให้หยุดอยู่ที่หน้าจอได้เลย ซึ่งน่าเสียดายเป็นอย่างที่ผู้กำกับพลาดโอกาสที่จะหยิบเอาบทประพันธ์ชิ้นเอกชิ้นนี้มาสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้โดยอาศัยพื้นฐานความนิยมเดิมที่ผู้คนมีต่อนวนิยายได้โดยง่าย

    และสำหรับผลงานของณเดชน์ที่ได้ผ่านสายตามาทั้งหมด ส่วนตัวชื่นชอบอยู่แค่เพียงเรื่องเดียวคือ แรงปรารถนา เท่านั้น เพราะรู้สึกว่าณเดชน์ใช้ศักยภาพในการแสดงร่วมกับนางเอกคิมเบอร์ลี่ที่มากความสามารถในการดึงความสนใจจากผู้ชมมากกว่าแค่กระแสความจิ้นกับญาญ่าเท่านั้น

  3. ตนเขียนอายุเท่าไหร่ค่ะเนี่ย ดิฉันอายุ25 ยังจำรุ่นพี่เบิร์ด-กวางได้เลย

    • อายุ 25 เท่ากันนี่แหละครับ แต่รุ่นเบิร์ดกวางนี่ผมไม่ทันจริงๆ ยังเด็กมาก และไม่ได้ดูย้อนหลังด้วย แต่เวอร์ชั่นเป็นเวอร์ชั่นทีาถึงไม่ทันแต่ก็รับรู้ถึงความดังของมันได้

  4. มันก็ไม่ได้แย่นะ สนุกเหมือนกัน เราเองก้ชอบเรื่องนี้มาก หลายๆฉากก็สวยสมจริงอยู่ ถ้าเราเอามาเปรียบเทียบเว่อร์ชั่นโน่นนี้ไม่ได้หรอกค่ะเพราะมันต่างกัน ถ้าจะดูเอาเนื้อหาครบถ้วนก็ต้องไปดูละครค่ะ ถ้าจะดูเทคนิคการทำบอกได้ว่าดีกว่าหลายๆเว่อร์ชั่นภาพออกมาสวยทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศสมัยก่อนเลยทั้งที่สมัยนี้มันหาไม่ได้แล้ว สำเนียงในภาพยนตร์เหมือนญี่ปุ่นเลยค่ะณเดชเล่นได้เหมือนมาก ถ่ายทอดความน่ารักสุภาพบุรุษของโกโบริออกมาได้ดีเลย เหมือนที่สุดแล้ว แต่นางเอกคงต้องพัฒนาอีกเย่อะการเคลื่อนไหวแข็งไปแต่โครงเคร้าหน้านางเอกคนนี้ก็เหมือนคนสมัยนั้นเหมือนกันเพราะอังศุมารินเค้าไม่ได้สวยมากมายนัก เป้นคน ดุดื่อ เก็บกดมีอะไรในใจแต่ไม่แสดงออกมาอันนี้หน้าตานางเอกเค้าได้เลย ฉากจบอาจไม่ซึ้งเศร้าเท่าอื่นๆแต่เราประทับใจฉากอื่นมากว่านะหลายๆฉากเลย ถ้าเราไปดูหนังแล้วเอาแต่เปรียบเทียบกับเว่อร์ชั่นเก่าที่เราชอบเว่อร์ชั่นใหม่ก็ไม่มีวันดีหรอกค่ะ เนื้อหาเราไม่ต้องสนหรอกค่ะเพราะเรารู้อยู่แล้วก็เหมือนมันสปอยไปก่อนแล้วเเต่เราไปดูอะไรใหม่ๆที่เว่อร์ชั่นเก่าๆไม่สามารถทำได้อ่ะค่ะ บอกได้ว่า “ชอบ” จะไปดูอีกรอบค่ะ

  5. คนดูหนังมีไม่กี่อย่าง ดูเพื่อความสนุกไม่ต้องคิดมาก กับดูแล้วคิดวิเคราะห์ ดูแล้วคุ้มค่ากับการดู(เวลานี้ค่าตั่วแพงด้วยถ้าคุณดูหนังไม่ดีเสียดายไหมแต่ถ้าชอบก็แล้วไป)ผมดันเป็นแบบหลังซะด้วย บทประพันธ์เค้าดีครับ ไม่ได้เอาไปเปรียบเทียบเวอร์ชั่นเก่า แต่เพียงแค่ถ้าทำใหม่ต้องทำให้ดีกว่าเก่า อย่าให้คนจำหรืออย่าให้คนลืมกัน บทประพันธ์ดีๆทำมาเพื่อให้ด็กรุ่นใหม่ได้ดู อาจจะได้ดูดาราก็คุ้ม แต่หลายคนที่ไปดู บอกตรงๆเป็นเสียงเดียวกันว่า…เสียดายที่ไปดู(ถามคนรู้จักที่ไปดูบอกเฉยๆแค่ฉากสวยและก็มีณเดชก็เท่านั้น)

  6. ขอพูดในฐานะคนดูธรรมดาๆ
    จริงๆเป็นแฟนบทประพันธ์เรื่องนี้มานานอ่ะค่ะ
    อ่านมาแบบนับรอบไม่ถ้วน คล้ายๆจะท่องจำได้ละ
    แต่เข้าใจอยู่ว่าเป็นการตีความใหม่ เลยขอพูดแบบเป็นเวอร์ชั่นนี้
    ไม่เทียบกับเวอร์ชั่นก่อน หรือไม่เทียบความตรงไม่ตรงบทประพันธ์นะคะ

    ณเดชน์เป็นโกโบริที่เยี่ยมยอดดด
    เพลงเพราะมากกก
    ภาพสวย (ส่วนใหญ่)

    นอกนั้น
    -ฉากสำคัญมีบ้าง แต่ละเลยที่มาที่ไปและความสมเหตุสมผล เช่น อังศุมาลินตกบันได เหมือนมีให้รู้ว่ามีนะ นี่คู่กรรม หรือด้วยความติสของผู้กำกับ อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ แต่ในฐานะคนดูคนนึง รับรู้เหตุผลเหล่านั้นมันไม่ได้อ่ะค่ะ
    -อารมณ์ ความซาบซึ้ง ไม่ค่อยรู้สึกอะไร แม้แต่ตอนที่โกโบริจะตาย ยังนึกภาพที่ซาบซึ้ง น่าจดจำใดๆระหว่างมนุษย์สองคนในหนังนี่ได้น้อยเหลือเกิน น้ำตาไหลมาประมาณสองหยด ทั้งที่เตรียมทิชชูไปห่อนึง วางไว้ตรงที่ใส่ป๊อปคอร์น สุดท้ายไม่ได้ใช้ซักแผ่น
    -หลายฉากรู้สึกว่าตอนดูจริงเหมือนรู้สึกไม่ตรงตามที่หนังอยากให้เป็น อาจจะตีความต่างไป แต่มันเป็นความรู้สึกที่บังคับไม่ได้อ่ะค่ะ เช่น ฉากคืนเมามายหนังน่าจะอยากให้เห็นความสับสน ความขัดแย้ง ของความรู้สึก แต่พออารมณ์ไม่ถึง จบ รู้สึกเหมือนอังศุมาลินหนีโจรหื่นกามซะอย่างนั้น ความรักขาดใจไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆหายไปทันที หรือฉากโกโบริจะตายโดนไม้แทงทะลุท้อง สมจริงดีค่ะ จนตอนนั้นรู้สึกว่าอยากให้โกโบริตายไปเลยเพราะอาจจะทรมานชีวิตน้อยกว่ามารอคุยกับอังศุมาลิน มันสยองไปหน่อย …

    มุมมองอะไรลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในหนังอาจจะมี (มั้งคะ) แต่ส่วนตัวยังไม่สามารถรับรู้ได้

    สรุปเป็นคู่กรรมที่ มุมมองใหม่ แตกต่างจริงอย่างที่ผู้สร้างต้องการ ภาพสวย แต่ส่วนตัวคือความรู้สึกสุดท้าย มัน…
    ไม่ฟินอ่ะค่ะ… ถึงขั้นต้องซ่อม ต้องเอาหนังสือมาอ่านใหม่ เอาเวอร์ชั่นอื่นมาดูแทน แต่ถ้าใครอยากลองดูก็ไม่เสียหลายนะคะ เป็นกำลังใจให้หนังไทยกับณเดชน์อ่ะค่ะ 555

  7. เพิ่งได้มาอ่านบทความของพี่เป็นครั้งแรก อ่านแล้วไม่รู้สึกเสียดายเวลาเลยค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here