[Review] Lady Bird – วัยทีน…ใฝ่ความแนว

0
233
views

เห็นคำว่า “วัยทีน” กำลังมาแรงช่วงนี้ เลยขอหยิบมาตั้งเป็นชื่อ Review สักหน่อย แต่อันที่จริงเนื้อเรื่องของ Lady Bird นั้นเกิดขึ้นประมาณปี 2001-2002 หลังเหตุการณ์ 911 ดังนั้น ใช้ศัพท์เก่าๆ หน่อยน่าจะพอเข้ากัน (แม้ว่าคำว่าวัยทีนจะเก่าไปกว่านั้นอีกก็ตาม เหอะๆ)

เข้าเรื่อง…“Lady Bird” เป็น 1 ใน 9 เรื่องที่ได้เข้าชิง Oscars 2018 และเคยเป็นข่าวทำลายสถิติได้คะแนน 100% จาก Rotten Tomatoes มาได้ แต่ปัจจุบันก็ตกมาที่ 99% แล้ว แน่นอนแม้คะแนน RT จะไม่ได้บ่งบอกระดับความชอบของนักวิจารณ์ที่มีต่อตัวหนังจริงๆ แต่ก็เป็นการยืนยันระดับหนึ่งว่านักวิจารณ์เกือบทั้งหมดเห็นว่าเรื่องนี้ “น่าไปดู” ซึ่งส่วนตัวก็เห็นไปในทิศทางนั้นเช่นกัน คืออย่างน้อยมันเป็นหนังที่ดูสนุก ดูง่าย มีมุมขำขันให้หัวเราะตลอด แต่บทจะดราม่าก็ทำให้เศร้าได้ และถ้าจะดูเอาสาระก็มีด้วยเช่นกัน

หนังเล่าเรื่องราวของ “Christine McPherson” (Saoirse Ronan) เด็กสาววัยรุ่นวอนนาบีหัวขบถ เธอเกิดในครอบครัวกลางๆ ทั่วๆ ไป ในเมืองแสนธรรมดาที่ดูไม่มีอะไรพิเศษนัก อาจจะมีปัญหาใหญ่ที่ครอบครัวกำลังเผชิญคือภาวะทางการเงิน แต่ก็เป็นสิ่งที่ครอบครัวหลายๆ ครอบครัวก็เผชิญเหมือนกัน เข้าเรียนก็โรงเรียนคริสต์ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น อาจเพราะความธรรมดาของชีวิตเช่นนี้ Christine จึงอยากที่จะสร้างตัวตนขึ้นมาเพื่อให้แตกต่างจากคนอื่น และนั่นเป็นที่มาของ “Lady Bird”

“Lady Bird” คือชื่อที่ Christine ต้องการให้คนอื่นเรียกเธอเช่นนั้น เพราะมันเป็นชื่อที่เธอตั้งด้วยตัวเอง ไม่ใช่คนอื่น (พ่อแม่) ตั้งให้ นั่นเป็นหนึ่งในแนวทางการขบถของเธอ ซึ่งยังรวมไปถึงการทำสีผม การแอบเอาขนมในพิธีมากิน ไม่พอใจก็กระโดดออกนอกรถ ทำตัวเหมือนผ่านโลกมาพอสมควร เสเพลนิดๆ แนวหน่อยๆ ตามสมัยนิยม โดยมีความใฝ่ฝันสูงสุดคือเข้ามหาลัยในนิวยอร์คหรือเมืองไกลๆ ให้ได้ เพื่อจะออกไปจากเมืองแห่งนี้ได้สักที

แต่เอาเข้าจริง Lady Bird ก็เป็นแค่เด็กทั่วๆ ไป เธออาจโดนกดดันจากแม่ สถานะทางการเงินของครอบครัว และสังคมในโรงเรียนคริสต์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากกว่าที่เด็กคนอื่นๆ เจอ มันเลยตลกเวลาเธอพยายามทำตัวให้อินดี้ ให้แตกต่างเข้าไว้ ทั้งที่จริงๆ เธอไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย กลายเป็นว่ายิ่งเธอพยายามสร้างตัวตนขึ้นมามากเท่าไหร่ กลับยิ่งสูญเสียความเป็นตัวเองมากขึ้นเท่านั้น จนถึงจุดหนึ่ง Lady Bird ก็ไม่แน่ใจว่าอะไรกันแน่ที่เป็นตัวเธอ

เนื้อหาของหนังเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องราวที่วัยรุ่นหลายๆ คนเคยประสบ คนมักคาดหวังว่าช่วงชีวิตวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่สุดเหวี่ยงที่สุด เป็นตัวของตัวเองที่สุด ผู้คนพูดกันแบบนี้ จนทำให้วัยรุ่นที่รู้สึกว่าชีวิตตัวเองธรรมดา พยายามจะสร้างความไม่ธรรมดาให้ตัวเอง ในช่วงหนึ่งของชีวิตเราจะรู้สึกอยากอินดี้ และเกลียดความเป็นแมส จนเวลาผ่านไป ย้อนมองกลับไปก็เลยคิดว่า จะแมสก็ไม่เห็นเป็นไรนิ บางครั้งการอยากออกนอกกรอบมากเกินไปก็กลายเป็นกรอบในตัวเอง

Lady Bird ยังดำเนินเรื่องด้วยท่วงท่าที่สนุกสนาน มีมุขขำขันเฮฮาตลอด แต่บทจะจริงจังก็ดึงอารมณ์ได้สุดเหมือนกัน มันอาจเป็นหนังที่ดูธรรมดา แต่ก็มีความพิเศษซ่อนอยู่ แม้อาจไม่ใช่หนังที่พีคสุดๆ แต่ก็ไม่แปลกถ้าใครหลายคนจะยกย่องหนังเรื่องนี้

อีกอย่างหนึ่ง นอกจาก Lady Bird จะเป็นหนังวัยรุ่นวัยทีนแล้ว ในทางกลับกันมันก็เป็นหนังประชาสัมพันธ์ศาสนาได้อย่างดีเช่นกัน ตัวเอกของเรื่องเรียนอยู่ในโรงเรียนคริสต์ แต่โรงเรียนคริสต์ในที่นี้ก็ไม่ได้เข้มงวดเรื่องความเชื่อหรือกฎระเบียบนัก Sister หรือคุณครูบางคนยังหัวเราะชอบใจที่ Lady Bird เล่นมุขล้อเลียน Sister กับพระเยซู หรือหลวงพ่อบางคนก็ต้องเป็นฝ่ายพึ่งพิงการเยียวยาทางจิตใจจากฆราวาสด้วยซ้ำ มันสะท้อนถึงความสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างฆราวาสกับคริสต์ศาสนาที่พึ่งพาอาศัยกัน และศาสนาก็พร้อมจะปรับตัวเพื่อตอบรับกับสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อเรามองว่าหนังใช้เหตุการณ์ 911 เป็นจุดเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.