[Review] Lagaan: Once Upon a Time in India – คริกเก็ตกู้ชาติ

0
195
views

จริงดังคำกล่าวที่ว่า “อยากดูหนังอินเดีย คิดอะไรไม่ออก ถาม Aamir Khan” (ใครกล่าว..ผมกล่าวเองนี่แหละ 555) นอกเหนือจากหนังที่คนไทยพอคุ้นเคยกันดีอย่าง Dhoom 3, PK และ 3 Idiots แล้ว หนังเกือบทุกเรื่องที่เขาเล่นมักรับประกันได้ระดับหนึ่งถึงความสนุกและเนื้อหาสาระที่สอดแทรกอยู่ภายในตัวหนัง หนึ่งในนั้นก็คือ “Lagaan: Once Upon a Time in India” ผลงานที่เขารับบทนำเมื่อปี 2001 ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เขาควบตำแหน่ง Producer และตัวหนังก็ไปไกลถึงได้เข้าชิง Oscars สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม เป็นเรื่องที่ 3 และเรื่องล่าสุดที่เคยเข้าชิงรางวัลนี้ แม้สุดท้ายจะไม่ได้รับรางวัลก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เทียบกับ PK หรือ 3 Idiots แล้ว คนไทยอาจรู้สึกไม่อินกับ Lagaan มากเท่า เพราะแก่นเรื่องหลักของ Lagaan คือการแข่งขันกีฬา “คริกเก็ต” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากอังกฤษ แต่กลายเป็นกีฬายอดนิยมของอินเดียมาจนถึงปัจจุบัน (ประเทศอื่นที่นิยมอีกก็ประเทศกลุ่มเอเชียใต้และโอเชียเนีย) กระนั้นสำหรับประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้คลั่งไคล้หรือรู้จักกีฬาชนิดนี้มากนัก (แน่นอนรวมถึงประเทศไทย) ก็จะรู้สึกว่า นี่คือหนึ่งในกีฬาที่น่าเบื่อที่สุดในโลก มีแค่การตีกับการขว้าง ใครเป็นฝ่ายรุกก็รุกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพลาด พื้นที่สนามก็โคตรใหญ่ แต่เหมือนพื้นที่แข่งขันจริงๆ นิดเดียว รวมไปถึงการระยะเวลาการแข่งขันที่บางทีอาจยาวนานถึง 3 วันกว่าจะจบ

ถามว่า Lagaan ทำให้เราเปลี่ยนใจมาสนุกกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นมั้ย…ก็ไม่ถึงขนาดนั้น ตัวหนังเองก็ไม่สนใจจะอธิบายกติกาคริกเก็ตอย่างชัดเจนมากนัก นัยว่าคนอินเดียน่าจะเข้าใจกติกาดีอยู่แล้ว ส่วนเราคนนอกระหว่างดูหนังก็ต้องเปิด Google หากติกาว่าเล่นกันยังไง ตัดสินชนะกันยังไงมาช่วยประกอบการดูไป (ลืมบอกไป ดูผ่าน Netflix นะครับ)

กระนั้น สิ่งที่ Lagaan ทำก็ช่วยให้เราพอเข้าใจว่าทำไมคนอินเดียถึงคลั่งไคล้คริกเก็ตกันนัก แม้จะเป็นกีฬาที่มีที่มาจากเจ้าอาณานิคม ซึ่งในคำอธิบายที่ Lagaan ใช้คือ คริกเก็ตได้แปรสภาพจากกีฬาฆ่าเวลาของอังกฤษ กลายเป็นกีฬากู้ชาติ กู้หมู่บ้านของชาวอินเดียที่โดนกดขี่

“Lagaan” เล่าเรื่องราวของชาวอินเดียหมู่บ้านจำปาเนอร์ ในเขตรัฐคุชราต ช่วงปี 1893 ซึ่งอังกฤษได้มาตั้งค่ายทหารในบริเวณนี้ นำโดยนายพล “Andrew Russell” (Paul Blackthorne) ซึ่งได้เรียกเก็บส่วยจากเมืองต่างๆ ในบริเวณนี้ เพื่อแลกกับความคุ้มครอง แต่นับวันส่วยที่เก็บจะยิ่งทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ชาวบ้านต้องเผชิญภาวะภัยแล้ง จนไม่สามารถจ่ายส่วนได้ ชาวบ้านจำปาเนอร์ซึ่งมี จึงได้เดินทางไปขอร้องราชาและนายพล Russell เพื่อขอลดส่วยลง ระหว่างนั้น “Bhuvan” (Aamir Khan) หนึ่งในชาวบ้านเผลอไปพูดดูถูกกีฬาคริกเก็ตที่เหล่านายทหารอังกฤษเล่นอยู่ นายพล Russell ไม่พอใจประจวบกับอยากหาเรื่องอยู่แล้ว จึงยื่นข้อเสนอให้ชาวบ้านแข่งคริกเก็ตกับเหล่าทหารอังกฤษ ถ้าชนะยกเว้นส่วย 3 ปี แต่ถ้าแพ้เก็บส่วยเพิ่มขึ้น 3 เท่า

นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่อง และเรื่องราวหลังจากนั้นก็ไม่ยากต่อการคาดเดานัก หนังค่อนข้างดำเนินเรื่องตามกรอบหนังกีฬา ที่เริ่มต้นจากการรวบรวมสมาชิกในทีม ส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นกีฬาชนิดนั้นมาก่อน แต่มีเหตุผลบางอย่างให้มาร่วม มีช่วงฝึกซ้อม ช่วงเกิดปัญหาภายในทีม ช่วงอุปสรรค ช่วงโดนดูถูก และลงท้ายด้วยการแข่งขันจริง ซึ่งเราก็พอเดาได้ว่าผลน่าจะออกมาเป็นแนวไหน แล้วก็เช่นเดียวกับหนังชาตินิยมส่วนใหญ่ ที่มีการแบ่งตัวร้ายตัวดีอย่างชัดเจนมาก

กระนั้น ถึงเนื้อเรื่องจะคาดเดาทิศทางได้ แต่ก็เป็นทิศทางที่ดูเพลิน จากการที่มีมุขแทรกเข้ามาเป็นระยะๆ และการคุมเรื่องไม่ให้เคร่งเครียดจนเกินไป ขณะที่ Part หลังซึ่งเข้าสู่ช่วงการแข่งขัน ก็ใช้จังหวะการตัดต่อทำให้เราลุ้นไปกับการแข่งขันได้ ทั้งที่คริกเก็ตไม่ใช่กีฬาที่บีบหัวใจมากนัก เพราะไม่ค่อยมีช็อตการพลิกเกมแบบเสี้ยววินาทีสักเท่าไหร่

นอกจากนี้ Lagaan ยังมีความเป็นหนังมหากาพยน์ แบบ Hollywood สมัยก่อน ทั้งความยาวที่ยาวกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง (ซึ่งว่าไปก็เป็นปกติของหนังอินเดียที่ยาวขนาดนี้) วิธีการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ เล่าไปเรื่อย ให้เวลาในการทำความรู้จักกับตัวละคร ซึ่งมันได้ผลดีเมื่อเข้าสู่ช่วงแข่งขัน เราก็รู้จักสมาชิกทีมแต่ละคนและลุ้นไปกับการแข่งได้มากขึ้น ยิ่งช่วงแข่งที่ชาวอินเดียแทบทั้งเมืองยกกันมาดูการแข่งขันครั้งนี้ มัน Epic จริงๆ หรือฉากร้องเพลงที่ขาดไม่ได้ ก็ให้ความรู้สึกอลังการดาวล้านดวงมาก เพราะบางเพลงร้องทีคือร้องกันทั้งหมู่บ้านจริงๆ

มีเทคนิคหนึ่งที่ชอบมากใน Lagaan คือช่วงตัวละครอังกฤษคุยกันเองเป็นภาษาอังกฤษ หนังก็จะมีเสียงคนพากย์สรุปช่วงท้ายว่า พวกเขาคุยกันเรื่องอะไร เป็นเทคนิคที่เหมือนจะเชยนะ แต่มันก็เป็นเทคนิคที่ทำให้เข้าถึงคนดูได้มากขึ้น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ชอบอ่านซับ มีความรู้สึกว่าหนังอินเดีย ไม่ว่าเนื้อหาจะหัวสมัยใหม่ มีความก้าวหน้าแค่ไหน แต่พยายามที่จะใช้เทคนิคการถ่ายทอดให้ง่ายและเข้าถึงคนดูให้ได้มากที่สุด แม้เทคนิคบางอย่างจะเป็นที่น่าหัวร่อของคนต่างชาติก็ตาม

แต่ก็นั่นแหละ เพราะเราไม่ใช่คนอินเดีย ไม่ได้คุ้นเคยกับคริกเก็ตมาก่อน มันเลยเหมือนมีกำแพงไม่ให้เราอินกับ Lagaan เรื่องนี้มากเท่าไหร่ แต่อย่างน้อย Lagaan ก็ทำให้เราเชื่อมั่นขึ้นไปอีกกับคำกล่าวที่ว่า “อยากดูหนังอินเดีย คิดไรไม่ออก ถาม Aamir Khan”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.