[Review] Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย – ฤดูร้อนนี้ ฉันหลอก [Spoil]

1
48
views

last summer 2

 

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ [Spoil]

 

“Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย” เป็นหนังที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมว่าจะดูเลย เหตุผลก็คือตัวเราไม่ค่อยถูกโฉลกกับหนังแนวนี้เท่าไหร่ แล้วหน้าหนังเองก็ไม่ได้ดึงดูดเสียขนาดนั้น แต่แล้ววันหนึ่ง ในขณะที่กำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวเซนทรัล ปิ่นเกล้า ก็มี SMS จาก M Gen มาบอกว่า “เราได้สิทธิดูหนังเรื่องนี้ฟรี 1 ที่นั่ง” (Major คือบริษัทแม่ของ Talent 1 ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ จึงช่วยโปรโมตและโปรโมชั่นกันทุกวิถีทาง) ก็เลยเอาว่ะ ไหนๆ ก็ฟรี ไปดูสักหน่อยแล้วกัน

ในแง่ความน่ากลัวนั้น Last Summer ไม่ได้มีอะไรที่น่าตื่นเต้นนัก การปรากฎตัวของผีแต่ละครั้ง มักมาในรูปแบบเดิมๆ เหมือนกับหนังผีส่วนใหญ่ในตลาด สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะออกมาช่วงไหน เลยเตรียมตัวได้ก่อน พอออกมาจริงเลยไม่น่ากลัวนัก แต่หนังก็พยายามสร้างจุดขายให้ตัวเองด้วย “วิธีเล่าเรื่อง” ที่แตกต่าง

เราอาจคุ้นเคยกับหนังผีที่แบ่งออกเป็นตอนย่อยๆ เช่น สี่แพร่ง ห้าแพร่ง ผีสามบาท เป็นต้น Last Summer ก็มีการแบ่งออกเป็นตอนๆ เช่นกัน แต่ไม่ได้ชัดเจนและแยกกันเด็ดขาดเหมือนหนังที่กล่าวไปข้างต้น การแบ่งเป็นตอนๆ ของ Last Summer คือการเล่าเรื่องเดียวกันคือเรื่องของ “จอย” (อาย – พิมพกานต์ แพร่คุณธรรม) ตัวละครผีในเรื่อง แต่เปลี่ยนมุมมองการนำเสนอผ่านตัวละคร 3 คนไปเรื่อยๆ ในช่วงแรกคือการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของ “สิงห์” (เก้า – จิรายุ ละอองมณี) แฟนของจอย จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเล่าเรื่องของ “มีน” (ปันปัน – สุทัตตา อุดมศิลป์) เพื่อนสนิทจอย และสุดท้ายคือ “ติ่ง” (เบสท์ – เอกวัตน์ เอกอัจฉริยา) น้อยชายของจอย

แม้ว่าการเล่าเรื่องจะดูน่าสนใจ แต่การที่ Last Summer เลือกที่จะให้จอยตายตั้งแต่ต้นเรื่อง และแทบไม่ให้ภูมิหลังอะไร ทำให้เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับจอยเลย ส่งผลให้เมื่อผีจอยเริ่มแผลงฤทธิ์ เราจึงแทบไม่มีอารมณ์ร่วมกับเรื่องราวสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของจอยหรือตัวละครที่เป็นคนเล่าเรื่องอย่าง สิงห์ มีน และติ่งก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในความงงๆ ของการดำเนินเรื่อง การแสดงของ “เก้า จิรายุ” และ “ปันปัน สุทัตตา” ใน 2 ตอนแรก ก็มีส่วนช่วยหนังไว้ได้มากทีเดียว บทของสิงห์และมีน ไม่ใช่เพียงแค่มีไว้เพื่อให้ผีจอยหลอกอย่างเดียว แต่ยังเป็นบทของคนที่มีความรู้สึกผิดอยู่ภายใน แต่ขณะเดียวกันก็ยังห่วงอนาคตของตัวเองมากกว่า จนตัดสินใจทำบางเรื่องที่ดูไม่ถูกต้องลงไป ซึ่งทั้ง 2 คนสามารถถ่ายทอดความรู้สึกสับสนเหล่านี้ออกมาได้อย่างดี ปันปันเองบางฉากที่แอบนึกถึง Hormones เลย เพราะมีสถานการณ์บางอย่างใกล้เคียงกัน ขณะที่ “เบสท์ เอกวัฒน์” แม้การแสดงจะถือว่าดีเหมือนกัน แต่อาจเพราะเก้าและปันปันทำมาตรฐานไว้สูง และการเฉลยปมในตอนที่ 3 ยังทำได้ไม่สุดนัก ตอนที่ 3 จึงดูว่าจะเนือยและเป็นจุดอ่อนของเรื่องไป

ในส่วนของผีจอย แม้จะดูงงๆ กับเหตุผลในการหลอกหลอนผู้คนของเธอบ้างในช่วงแรกๆ แต่ถ้าลองมาคิดดูว่า จอยก็คือ  “เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ” นี่เอง หากลองสังเกตการเรียงตอน จะพบว่า สิงห์ > มีน > ติ่ง ก็คือ แฟน > เพื่อน > ครอบครัว นี่คือลำดับความสำคัญของบุคคลที่วัยรุ่นบางส่วน (หรืออาจส่วนใหญ่) จะนึกถึงและให้ความสำคัญ จอยเองเมื่อตายไปและตระหนักว่าตัวเองเป็นผีที่สามารถหลอกหลอนผู้คนได้ ก็เลยกลับมาหาบุคคลเหล่านี้ตามลำดับ เพื่อถามว่า “ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้?” แต่เหตุการณ์มันเลวร้ายลง เพราะทั้งสิงห์ มีน และติ่ง ก็มีความรู้สึกผิดภายในใจอยู่ ระดับของความรู้สึกผิดและสับสนในชีวิตอนาคต ทำให้แต่ละคนเห็นภาพของจอยไม่เหมือนกัน ความน่ากลัวของผีจอยส่วนหนึ่งจึงขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของตัวละครในเรื่องด้วย

คำถามที่น่าคิดคือ จริงๆ แล้วผีจอยต้องการหลอกหลอน ต้องการแก้แค้น ต้องการเอาชีวิตทุกคนจริงหรือไม่ บางทีมันอาจเป็นอารมณ์พุ่งพล่านของวัยรุ่นของจอย ที่ทำอะไรลงไปตามใจคิด โดยไม่ได้นึกถึงว่า ตัวแปรสภาพจิตใจของตัวละครที่ผีจอยหลอก จะส่งผลให้เรื่องร้ายแรงกว่าที่คิด Last Summer ยังหาทางออกให้กับเรื่องราว ด้วยการให้จอยกลับไปหาครอบครัวในตอนท้าย การที่จอยเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูของแม่ที่วางกรอบชีวิตให้มากเกินไป แต่เมื่อสุดท้ายจอยได้รู้สึกถึงความรักจากแม่จริงๆ นั่นจึงทำให้ผีจอยหยุดและฉุกคิดว่าที่ผ่านมา

แม้ตอนดูประเด็นของเรื่องจะดูฟุ้งๆ ไปบ้าง แต่พอมาลองนั่งคิดดู ก็พบว่าบางประเด็นในเรื่องน่าสนใจทีเดียว แต่ส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่อง ไม่ใช่ความน่ากลัว ไม่ใช่การเล่าเรื่อง ไม่ใช่บท แต่คือการแสดงของเก้าและปันปัน โดยเฉพาะปันปัน ตอนใส่แว่นนี่น่ารักจริงๆ

 

ความชอบส่วนตัว: 6/10

 
last summer 3
 

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here