[Review] Life of Pi: ศรัทธาแห่งชีวิต

2
60
views

Life of Pi

ชื่อหนังอาจชวนให้คิดว่าเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับประวัตินักคณิตศาสตร์สักคน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ชื่อพาย (Pi) อาจมีที่มาจากคณิตศาสตร์ แต่เนื้อเรื่องหลักของเรื่องว่าด้วยการเดินทางเอาชีวิตรอดในเรือชูชีพท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ โดยมีเสือเบงกอลเป็นเพื่อนร่วมทาง กับบทสรุปของการเดินทางที่พายบอกกับเราว่า “จะทำให้คุณเกิดศรัทธาในพระเจ้า” หน้าหนังอาจจะดึงจุดเด่นงานด้านภาพที่รังสรรค์อย่างสวยงาม แบบไม่เสียดายที่จะตีตั๋วไปดูในระบบ 3 มิติ มาเป็นจุดขาย แต่นอกเหนือจากภาพ Life of Pi ยังมีจุดแข็งที่เนื้อหาและบท โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “ศรัทธา”

จุดเด่นด้านภาพ คงไม่ต้องพูดอะไรมาก นอกจากคำว่า “เยี่ยมยอด” เป็นอีกเรื่องที่ใช้ประโยชน์จาก 3 มิติได้คุ้มค่า โดยไม่รู้สึกว่าแค่ทำ 3 มิติเพื่อจะได้เก็บค่าตั๋วเพิ่มเท่านั้น โดยเฉพาะฉากสวนสัตว์ต้นเรื่องที่เหมือนดึงเราเข้าไปอยู่ที่สวนสัตว์จริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เยี่ยมยอดและน่าพูดถึงกว่าก็คือเนื้อหาชีวิตของพายที่นับถือศาสนาถึง 3 ศาสนา คือ ฮินดู คริสต์ และอิสลาม และมีทีท่าว่าจะนับถือศาสนาอื่นเพิ่มอีก เรื่องราวการพิสูจน์ศรัทธาของเขาเริ่มต้นขึ้น เมื่อพายและครอบครัวย้ายถิ่นฐานไปแคนาดา โดยหอบเอาบรรดาสิงสาราสัตว์ในธุรกิจสวนสัตว์ของครอบครัวไปด้วย แต่ระหว่างทาง เรือโดยสารกลับโดนพายุพัดจนอัปปาง ตัว Pi เองรอดมาได้ด้วยการอาศัยเรือชูชีพ ก่อนจะพบว่ามีเพื่อนผู้รอดชีวิตขึ้นมาบนเรือชูชีพด้วยอีก 4 ตัว คือ ลิงอุรังอุตัง ม้าลายขาหัด ไฮยีน่าจอมดุร้าย และเสือเบงกอลที่มีนามว่า “ริชาร์ด ปาร์กเกอร์”

การใช้ชีวิตบนเรือชูชีพกับเพื่อนร่วมโลกอีก 4 ตัวท่ามกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้างดูจะไม่ง่ายนัก ไม่นานวิกฤตอาหารก็เริ่มมาเยือน สัตว์พากันกินและทำร้ายกันเองจนเหลือแต่เพียงริชาร์ด ปาร์กเกอร์ ซึ่งก่อนที่ตัวเองจะโดนกินไปด้วยอีกคน พายเริ่มเรียนรู้การเอาชีวิตรอดด้วยการหาวิธีอยู่ร่วมกับริชาร์ด ผ่านการแบ่งอาณาเขตระหว่างเขากับริชาร์ด เรื่องราวหลังจากนั้นจึงเป็นการตามติดชีวิตของพายบนเรือชูชีพ ที่นำเราไปเจอกับเหตุการณ์ประหลาดและอัศจรรย์หลายเหตุการณ์ จนบางเรื่องยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

แน่นอนว่าในระหว่างที่เรากำลังซึมซับภาพสวยๆ ระหว่างการเดินทางของพาย เราก็อดจะสงสัยไม่ได้ว่า แล้วมันเกี่ยวกับ “ศรัทธาในพระเจ้า” อย่างที่พายบอกตอนต้นยังไงละ

แม้หนังจะไม่ได้บอกเราให้มีศรัทธาในพระเจ้าโดยตรง แต่เหตุการณ์ท้ายเรื่องได้ชวนให้เราคิดถึงประเด็นนี้ เมื่อมีคนสงสัยว่าสิ่งที่พายเล่าให้เราฟังไม่ใช่เรื่องจริง เนื่องจาก “มันดูไม่สมจริง” พายจึงเลือกที่จะเล่าให้อีกเรื่องหนึ่งให้ฟัง โครงเรื่องคล้ายกัน แต่ดูสมจริงกว่า ตัดเรื่องสิงสาราสัตว์ออกไป เหลือเพียงเรื่องของคน “กับคน” ด้วยกัน น่าประหลาดที่แม้พายจะไม่ได้ชี้ชัดว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริง แต่หลายคนเลือกที่จะเชื่อเรื่องแรกมากว่า เพราะมัน “ไม่โหดร้าย” เกินไป ประเด็นคือสำหรับตัวพายเอง เรื่องไหนคือเรื่องจริงกันแน่

ส่วนตัวเชื่อไปทางว่าเรื่องที่สองคือเรื่องจริง เพราะหากเป็นเรื่องนี้ดูจะสอดคล้องกับประเด็นศรัทธาในพระเจ้ามากกว่า แล้วเกี่ยวข้องกันยังไง การใช้ชีวิตตัวคนเดียวผ่านวันผ่านเดือนท่ามกลางมหาสมุทรที่ว่างเปล่า สิ่งเดียวที่ทำให้พายยังอยู่รอดมาได้ก็คือศรัทธา ริชาร์ด ปาร์คเกอร์ อาจไม่ใช่ภาพสะท้อนของพายอย่างที่ตัวละครหนึ่งบอกกับเรา แต่ริชาร์ด ปาร์คเกอร์ อาจหมายถึงภาพสะท้อนของ “พระเจ้า” ที่พายสร้างขึ้น เพื่อไม่ให้ตนไม่รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว เป็นภาพของพระเจ้าที่ดุร้าย เนื่องจากทำให้พายต้องสูญเสียครอบครัว แต่ขณะเดียวกันก็เป็นพระเจ้าที่เป็นเพื่อนและคนที่ช่วยชีวิตพายไว้ด้วยเช่นกัน

การที่พายนับถือหลายศาสนา ซึ่งแต่ละศาสนาก็มีพระเจ้าที่แตกต่างออกไป ภาพพระเจ้าของพายจึงไม่ถูกจำกัดแค่ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง พายจึงสามารถสร้างสรรค์พระเจ้าในรูปลักษณะของเสือเบงกอลขึ้นมาได้ การที่พายเลือกริชาร์ด ปาร์กเกอร์ อาจเพราะในช่วงหนึ่งพายเคยคิดว่าตนสามารถเข้าถึงและเข้าใจพระเจ้าได้ แต่ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถทำได้ เหมือนอย่างที่เขาคิดว่าจะเข้าใจเสือเบงกอลตัวนี้ได้ แต่สิ่งที่เสือมอบให้กลับน่ากลัวกว่าที่คิด พระเจ้าของพายจึงไม่ใช่พระเจ้าของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นเสมือนสิ่งนามธรรมที่คอยยึดเหนี่ยวไม่ให้พายจมหายไปกับทะเลและความโหดร้ายที่เกิดขึ้นได้

ศรัทธาสำหรับหลายคนอาจเป็นสิ่งที่ดูเหลวไหล งมงาย แต่สิ่งที่พายให้กับเราก็คือ บางครั้งในช่วงเวลาที่โหดร้าย ศรัทธาก็ช่วยให้เราผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นมาได้ พระเจ้ายังเป็นสิ่งจำเป็นในบางเวลา แต่พระเจ้าก็ไม่ได้จำกัดแค่พระยะโฮวา พระอัลเลาะห์ หรือพระวิษณุเท่านั้น เราสามารถมีพระเจ้าของตัวเองได้ ถ้ามีศรัทธาเพียงพอ และก้าวพ้นจากขอบเขตศาสนาของตน สาระที่แฝงมาใน Life of Pi ทำให้บทสรุปเรื่องออกมาอย่างยิ่งใหญ่ และดึงให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่มากกว่าแค่หนังขายภาพสวยเรื่องหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า Life of Pi จะไม่มีจุดอ่อนเลยเสียทีเดียว เรื่องราวในช่วงก่อนถึงบทสรุปนั้นดำเนินไปอย่างเรียบๆ จนคนที่ชื่นชอบหนังสไตล์ฉับไว เร้าใจ อาจจะออกอาการเบื่อได้ ซึ่งหนังก็กลบจุดอ่อนตรงนั้นด้วยงานด้านภาพ ขณะเดียวกันแม้หนังจะพูดเรื่องประเด็นศาสนา แต่ส่วนตัวกลับเห็นว่าหนังสามารถใส่เรื่องศาสนาได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่อง 3 ศาสนา ที่น่าสงสัยว่าในช่วงแรกที่พายเลือกจะเป็นคนหลายศาสนา จะมีอาการขัดกันเองระหว่างความเชื่อหรือไม่ แต่ถึงกระนั้น Life of Pi ก็ยังเป็นหนังที่ควรค่าแก่การเข้าชม หากต้องการดูหนังภาพสวย เรื่องนี้จัดให้ได้ และหากต้องการหนังภาพสวย เนื้อเรื่องดี Life of Pi ก็จัดให้คุณได้เช่นกัน

2 COMMENTS

  1. โดยรวมๆ หนังสนุกครับ
    ส่วนตัวเข้าใจในทิศทางที่ว่า พระเจ้าอยู่กับเราตลอดเวลา

    แต่ที่สำคัญสุดๆ ก็คือ “อย่าสิ้นหวัง อย่าหมดหวัง”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here