[Review] เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ – เข้ามาช๊อต..เข้ามาชาร์ต..ให้สปาร์คเป็นไฟ

0
44
views


maynhai_01

 
“เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ” เป็นหนังที่ส่วนใหญ่น่าจะเห็นพ้องกันว่า “หน้าหนังคือจุดอ่อน” แต่จะบอกว่าหน้าหนังเมย์ไหนไม่ช่วยเรียกแขกเลยก็คงไม่ใช่ เพราะอย่างน้อยคิดว่ากลุ่มวัยรุ่นลงไปก็น่าจะโดนใจและอยากดูเรื่องนี้ไม่น้อย แต่อย่างหนึ่งที่เมย์ไหนพลาดไป คือคนดูไม่ได้มีแค่วัยรุ่น โดยเฉพาะกลุ่มกลุ่มมหาลัยและผู้ใหญ่ตอนต้น ที่น่าจะมีความสำคัญไม่น้อย เห็นได้จากหนังหลายเรื่องของ GTH ที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงวัยนี้โดยตรง หรือหากเป็นหนังที่เกี่ยวกับเด็กหรือวัยรุ่น ก็มักแททรกเรื่องราวการย้อนวันวานหรือโหยหาอดีตเข้าไป อย่าง Suckseed ผลงานของผู้กำกับเมย์ไหน ก็พูดเรื่องย้อนอดีตอยู่บ้าง ทำให้ดึงดูดคนดูได้หลายกลุ่ม ซึ่งสิ่งเหล่านี้แทบไม่มีให้เห็นในหน้าหนังของเมย์ไหน เมื่อรวมกับแรงโปรโมทที่น้อย (อาจเพราะไปทุ่มกับ Freelance เพราะคิดว่าน่าจะขายได้ยากกว่า) เลยทำให้รายได้เปิดตัวเมย์ไหนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหนัง GTH ด้วยกัน แม้จะยังถือว่าเยอะเมื่อเทียบกับหนังไทยในตลาดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ถึงหน้าหนังจะไม่ค่อยขาย…แต่เนื้อในนั้นสนุกมากทีเดียว

เนื้อหาของ “เมย์..ไฟแรงเฟร่อ” เล่าผ่านมุมมองของ “ป๋อง” (แบงค์ ธิติ) เด็ก ม.5 ที่นิยามตัวเองว่าเป็นกลุ่มอากาศธาตุในโรงเรียน ไม่มีใครสนใจ ไม่มีไรน่าจดจำ จนกระทั่งป๋องได้มารู้จักกับ “เมย์ไหน” (ปันปัน สุทัตตา) เด็ก ม.6 ห้องวิทย์ ที่ไม่มีใครจดจำเช่นกัน ขนาดชื่อเมย์ไหนก็มาจาก “เมย์ไหนอะ…ไม่รู้จัก” แต่จุดที่ต่างจากป๋องคือ เมย์ไหนจงใจที่จะทำตัวเป็นหลืบโรงเรียน เพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ความจริงว่าเธอมีพลังพิเศษ สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าตอนหัวใจเต้นเร็ว (ถ้าเปลี่ยนจากไฟฟ้าเป็นขยายร่างก็ Hulk ดีๆ นี่เอง) ซึ่งมันกำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญ เมื่อเมย์ไหนดันไปแอบชอบ “พี่เฟรม” 

อย่างแรกที่ต้องชมเกี่ยวกับเมย์ไหนก็คือ “จังหวะ” ไม่ว่าจะเป็นจังหวะมุข จังหวะรัก การวางคาแรกเตอร์ตัวละคร หลายๆ คนได้เปลี่ยนลุคไปจากตอน Hormone โดยเฉพาะต่อที่ไม่นึกจะเล่นตลกได้ดีเหมือนกัน ไปจนถึงดนตรีประกอบต่างๆ ที่เลือกนำมาใช้ ซึ่งแทบจะกลายเป็นพระเอกของเรื่องไปเลย เพราะมันทุกอย่างมันดูลงตัวลงจังหวะไปหมด ทำให้เรารู้สึกอมยิ้มไปกับเรื่องได้ตลอด ทั้งๆ ที่หลายๆ มุขก็ไม่ใช่แปลกใหม่อะไร เหมือนจะคาดการณ์ไว้ได้ก่อนแล้วด้วยว่าจะมุ่งไปทางไหน แต่พอมุขมันมาจริงๆ ก็ยังอดขำไม่ได้

อย่างที่สองที่ไม่ชมไม่ได้ก็คืองานภาพ Animation ที่แทรกมาตลอดเรื่อง นั้นเป็น Animation ที่สวยงาม น่ารัก ละเอียด แต่ดูสะอาดตา ดึงดูดเราได้ตลอด จะเรียกว่าเป็นงาน Animation ที่ดีสุดในหนังไทยตอนนี้ก็คงไม่ผิดนัก มันไม่ใช่ Animation ที่อยู่ๆ ก็ใส่มาเพื่อแค่โชว์ว่าเราก็ทำได้แค่นั้น แต่มันเป็น Animation ที่สอดคล้องไปกับเรื่อง เพราะจงใจใช้เพื่อบ่งบอกภาพจินตนาการของตัวละคร และเพราะหนังจงใจแยกภาพจินตนาการกับความจริงออกจากกันอย่างชัดเจน ด้วยการนำ Animation มาใช้นี่แหละ มันเลยทำให้การที่เมย์ไหนปล่อยไฟฟ้าได้ ไม่ได้ดูเป็นเรื่องเว่อร์เกินไป เพราะความเว่อร์ถูกผลักไปให้อยู่ที่ Animation แล้ว

อีกอย่างที่ชอบคือ “ความเป็นญี่ปุ่น” ที่ใส่เข้ามาในหนังเรื่องนี้ ใส่มาได้แบบพอเหมาะ และเป็นญี่ปุ่นที่ออกมาในทางอารมณ์ ลักษณะนิสัยของตัวละคร ความโก๊ะ ความเวอร์ ความเยอะ โรแมนติกแบบตาหวาน ที่ใครดูพวกซีรีส์หรือการ์ตูนญี่ปุ่นมาเยอะจะรู้สึกได้เลยว่านี่แหละญี่ปุ่น โดยไม่ต้องมากินซูชิหรือใส่กิโมโนให้เห็นว่าเป็นญี่ปุ่นนะ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อยังขาดไปก็คือ ความหนักแน่นของประเด็น หนังเปิดเรื่องมาอย่างดีด้วยการเน้นเรื่องฐานันดรในโรงเรียน และประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นหลักที่ใช้ในการโปรโมตด้วย แต่พอหนังดำเนินไปเรื่อยๆ หนังกลับไปโฟกัสเรื่องความตลกและจินตนาการเป็นหลัก เรื่องฐานันดรถูกนำมาใช้แค่ในฐานะมุข มากกว่าจะพูดกันเรื่องนี้จริงๆ และเอาเข้าจริงสังคมโรงเรียนมันหลากหลายและแบ่งกันซับซ้อนมากกว่าฐานันดรไม่กี่ชั้นที่หนังกำลังพูดถึงเสียอีก ใน Hormone ยังดูมีฐานันดรหลากหลายกว่านี้อีก

ตัวละคร “ป๋อง” ที่พยายามบอกกับคนดูตลอดเวลาว่าเป็นพวกต่ำศักดิ์ในสังคมโรงเรียน พอดูๆ ไปก็ยังไม่รู้สึกถึงความ “หลืบ” หรือ “ไร้ตัวตน” ของป๋องขนาดนั้น ป๋องยังมีเพื่อน ยังมีคนรู้จัก แต่แค่ไม่ได้ป๊อบก็เท่านั้น ตรงนี้เลยทำให้ความรักของป๋องกับเมย์ไหนเป็นได้แค่ความรักกุ๊กกิ๊กระหว่างเพื่อนที่ดูน่ารักๆ แต่ไปไม่ถึงขั้นการทำให้เราเห็นหรือเข้าใจความรักของคนที่เป็น Nobody ในสังคมสักเท่าไหร่

โดยรวมถ้าจะถามว่า เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ สนุกมั้ย…สนุกมาก ให้ First Impression ที่ดีมาก สนุกทันทีแบบไม่ต้องคิดเยอะ ออกโรงมาอย่างมีความสุด แต่เพราะประเด็นหลักของเรื่องมันดันไม่หนักแน่นพอนี่แหละ ทำให้ไม่แน่ใจว่าเวลาผ่านไปแล้วเราจะยังจดจำหนังเรื่องนี้ได้มากแค่ไหน เพราะอย่าง Suckseed ดูครั้งแรกไม่ตลกหรือสนุกเท่าเมย์ไหนนะ แต่ประเด็น Loser และการเล่นกับการย้อนความหลังของมันโดนใจใครหลายคนมาก เลยทำให้ Suckseed ยังเป็นหนังที่น่าจดจำมาจนถึงปัจจุบัน

ป.ล. ชอบน้องฟรังในเรื่องนี้มาก น่ารักเลย ผมทรงนี้แหละดีแล้ว
 

ความชอบส่วนตัว: 8/10

 

mink

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here