[Review] Monster Hunt – ก้าวที่ใหญ่ของจีนใหญ่

0
45
views

13196724_1200x1000_0

 

ตลาดจีนปัจจุบันกำลังเป็นที่หมายใหม่ของ Hollywood ในฐานะแหล่งรายได้แห่งใหม่ หนังบางเรื่องลืมตาอ้าปากได้ก็เพราะตลาดจีน แต่ก็ใช่ว่าตลาดจีนจะง่ายให้ Hollywood เสมอไป เพราะนอกจากการจำกัดโควต้าหนังต่างประเทศแล้ว วงการหนังจีนเองก็พยายามพัฒนาตัวเองให้สามารถต่อสู้กับฝั่งตะวันตกด้วยเช่นกัน ซึ่งด้วยความที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ ทุนเยอะ การพัฒนาส่วนหนึ่งจึงเป็นการพัฒนางานสร้างให้ดูยิ่งใหญ่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดึงนักแสดงจากฝั่งตะวันตกเข้ามาแสดงด้วย หรือการพัฒนา CG ต่างๆ ให้ไม่แพ้ Hollywood แบบเช่น “Monster Hunt”

“Monster Hunt” เป็นหนังจีนซึ่งปัจจุบันขึ้นแท่นเป็นหนังจีนทำเงินสูงสุดในจีน (แต่ถ้านับหนังต่างประเทศด้วยยังแพ้ Fast & Furious 7 อยู่) ความพิเศษของเรื่องนี้คือเป็นหนังจีนที่ชู CG เป็นตัวเอก และสร้างสรรค์ตัวละครจาก CG ให้เป็นตัวนำ อันที่จริงการขาย CG ของหนังจากจีนแผ่นดินใหญ่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา วงการบันเทิงจีนทั้งหนังและซีรีส์ค่อนข้างบ้า CG เป็นอย่างมาก ขอให้ได้ใส่ CG ไว้ก่อนเป็นอันสบายใจ หนังทำเงินของจีนเรื่องก่อนหน้านั้นอย่าง “Journey to the West: Conquering the Demons” (ไซอิ๋ว ver. โจวซิงฉือ กำกับ) และ “The Monkey King” (ไซอิ๋ว ver. เจิ้นจื่อตัน เป็นหงอคง) ก็เน้นขาย CG เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม หนังขาย CG เรื่องก่อนๆ ของจีนนั้น แม้จะเน้นหนักด้าน CG แต่ก็ออกมาไม่เนียนนัก บางเรื่องออกมาแนวการ์ตูนมากไปด้วยซ้ำ แต่ “Monster Hunt” ต่างออกไป ทั้งในแง่คุณภาพ CG ที่เนียนขึ้นมาก การร่วมเฟรมของเหล่าตัวอสูรที่คอมสร้างขึ้นกับมนุษย์จริงๆ ดูสมจริง เข้ากันได้ดี ซึ่งน่าจะเป็นเพราะลักษณะของตัวอสูรที่ไม่ได้ซับซ้อนจนยากแก่การทำ CG และโทนของหนังเรื่องนี้ที่ออกมาแนวสนุกสนาน ทำให้ดูไปด้วยกันได้ดีกับ CG ของเรื่อง เรียกว่า CG ใน “Monster Hunt” นั้นก้าวล้ำหน้าหนัง Hollywood หลายเรื่องไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับทุนสร้าง ที่ Monster Hunt ใช้เพียงประมาณ 1 ใน 3 ของหนัง Hollywood ฟอร์มใหญ่เท่านั้น

ความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งคือที่ผ่านมา CG ในหนังจีนมักเน้นไปที่แนว Action อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่ยังผูกกับความเป็นจีนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทพ วรรณกรรมจีน หรือกำลังภายใน แต่การออกแบบตัวละครอสูรใน “Monster Hunt” แทบจะเป็นแนวทางใหม่ของจีนเลย เพราะมีเนื้อเรื่องหลักพุ่งไปที่อสูรบนโลกมนุษย์ ซึ่งอสูรเหล่านี้โดยปกติจะกินเลือดเป็นอาหาร ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของมนุษย์ จนมีคนกลุ่มหนึ่งยึดอาชีพล่าอสูรเป็นการเฉพาะ

แม้ว่าอาจมีบางอย่างที่ยังดูเป็นจีนอยู่เช่น การใช้ยันต์ แต่โดยรวมเหล่าอสูรในเรื่องให้ความรู้สึกตัวละครสัตว์่น่ารักฝั่ง Hollywood มากกว่าจะเป็นอสูรหรือสัตว์ร้ายตามความเชื่อเก่าของจีน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะผู้กำกับของ Monster Hunt คือ “รามัน ฮุย” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานสร้าง Shrek ทุกภาค รวมไปถึงยังมีเครดิตใน Animation ฝั่งตะวันหลายเรื่อง รามันได้นำเอาประสบการณ์ด้าน CG จาก Hollywood (รวมถึงดึงทีมงานบางส่วนมาด้วย) มาใช้ในการทำหนังเรื่องนี้มาก และผลักดันวงการ CG ของจีนให้ก้าวล้ำหน้าไปมากทีเดียว

แต่แม้ภายนอกจะล้ำไปไกล “Monster Hunt” แต่ภายในก็ยังคงสไตล์การดำเนินเรื่องแบบหนังตลกจีนใหญ่อยู่ คือเน้นความเว่อร์วัง Over-acting เป็นหลัก เนื้อเรื่องเหมือนเดินไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีจุดหมายเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็ตบเข้ามาเข้าแกนหลักเรื่องได้ในช่วงท้าย บางฉากใส่มาโดยแทบไม่มีความจำเป็นต่อเนื้อเรื่องเลย แต่ใส่มาเพื่อต้องการขายความตลก หรือไม่ก็ขายดารารับเชิญ เอาเป็นว่าถ้ารับสไตล์หนังตลกจีนใหญ่แบบนี้ได้ ก็จะสนุกกับ Monster Hunt ได้ไม่ยาก

ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของหนังจีนแผ่นดินใหญ่ แต่จะก้าวไปได้ไกลกว่านี้อีกหรือเปล่าคงต้องดูกันอีกที Production ไม่มีปัญหาแล้ว แต่บทบางที่ก็ยังเน้นเฉพาะกลุ่มชาวจีนเกินไป

 

ความชอบส่วนตัว: 6/10

 

e6e9822f

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here