[Review] Monsters University – วิชาที่มหา’ลัยไม่ได้สอน [Spoil]

1
289
views

Monster-University-Wallpaper-Free-Download

 

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (Spoil)

 

12 ปีก่อน Pixar เคยสร้างความประทับใจให้กับคนทั่วโลกกับหนึ่งใน Animation ขึ้นหิ้งของค่ายอย่าง “Monsters Incs.” เรื่องราวความสัมพันธ์ของสัตว์ประหลาดกับเด็กหญิงตัวน้อย และส่งให้ 2 ตัวละครหลักอย่าง “James P. Sullivan” สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ขนปุย กับ “Mike Wazowski” เพื่อนซี้ตัวเขียวตาเดียว กลายเป็นที่รักของทุกคน หนังประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม และมีความพยายามจะเข็นภาคต่อออกมา แต่ก็ติดปัญหาต่างๆ จนกระทั่งปีนี้จึงได้ออกมาให้เห็นกัน แต่ไม่ต้องห่วงว่าหากไม่เคยดูภาคแรกหรือลืมไปแล้ว (เพราะทิ้งช่วงนานเหลือเกิน) จะดูภาคนี้รู้เรื่องหรือป่าว? เ้พราะ “Monsters University” ไม่ใช่ภาคต่อ แต่เป็นภาคต้น

Monsters University พาเราย้อนไปดูชีวิตวัยมหาลัยของทั้ง James และ Mike ที่ก่อนจะมาเป็นเพื่อนซี้กันใน Monsters Incs. พวกเขาเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน เพราะพวกเขากำลังพยายามแข่งกันว่าใครคือนักเขย่าขวัญที่เก่งที่สุด ตัว Mike เองยังไม่ชอบหน้า James ที่อาศัยชื่อตระกูล Sullivan ที่เป็นตระกูลนักเขย่าขวัญที่มีชื่อเสียง คอยอวดตัวเองรวมถึงแย่งผลงานของเขาไป แต่แล้วการแข่งขันของทั้งสองก็บานปลายจนไปทำข้าวของในการสอบพัง คณบดีเลยลงโทษด้วยไล่พวกเขาออกจากคณะเขย่าขวัญ Mike และ James เลยต้องจับมือกันพร้อมดึงเพื่อนๆ บ้าน “Oozma Kappa” ที่ใครๆ ต่างพากันเมินหน้า มารวมเป็นทีมเดียวกัน เพื่อเข้าแข่งขันหาสุดยอดนักเขย่าขวัญของมหาวิทยาลัย โดยมีเดิมพันกับคณบดีว่า “ถ้าพวกเขาชนะ ต้องรับพวกเขากลับเข้าคณะเขย่าขวัญ”

ประเด็นหลักของเรื่องก็คงหนีไม่พ้น การแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการความสัมพันธ์ของ “Mike” และ “James” ที่กว่าจะมาเป็นเพื่อนสนิทกันต้องผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งจุดนี้ Monsters University ก็นำเสนอได้ตามมาตรฐาน ไม่แย่แต่ก็ไม่ได้ประทับใจหรืออินอะไรมากกมาย เพราะจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Mike กับ James หันมาดีกันในเรื่อง ยังค่อนข้างเบาไปหน่อยในความรู้สึกส่วนตัว แต่กระนั้น หนังก็มีประเด็นที่น่าพูดถึง และเรียกว่าเป็นจุดเด่นของเรื่องได้เลย ก็คือเรื่อง “วิชาที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน”

Monster University ใช้ตัวละคร Mike Wazowski เป็นตัวเดินเรื่องหลัก ซึ่งต่างจาก Monster Incs. ที่จะเน้นไปในทาง James P. Sullivan มากกว่า ตัวหนังเผยว่า Mike เป็นมอนส์เตอร์ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขย่าขวัญมาตั้งแต่เด็ก แม้จะโดนค่อนขอดจากคนรอบข้างว่า “ไม่มีทาง” เพราะว่ากันตรงๆ Mike แทบไม่มีความน่ากลัวอะไรเลย อย่างไรก็ตาม Mike ก็มุมานะ่จนกระทั่งมาเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมอนส์เตอร์แห่งนี้ได้ ปัญหาคือในขณะที่ Mike พยายามจนกระทั่งรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการเขย่าขวัญ แต่ความรู้ที่เขามีนั้นเป็นเพียงแค่ความรู้ทาง “ทฤษฎี” ซึ่งนั่นอาจไม่เพียงพอต่อการเป็นนักเขย่าขวัญเสียแล้ว ขณะเดียวกันตัวละครของ James เองก็สะท้อนถึงมอนส์เตอร์ที่ไม่สนใจเรื่องเรียนหนังสือ และคิดว่าลำพังแค่เสียงคำรามของเขาบวกด้วยความเป็น Sullivan ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่นั่นใช่หรือป่าว?

ตัวละครของ Mike ที่อ่านหนังสือทุกเล่ม รู้ทุกทฤษฎีของการเขย่าขวัญ แต่กลับไม่สามารถหลอกให้คนอื่นกลัวได้ และแม้แต่คณบดีเองก็ยอมรับว่า “ความน่ากลัว” ไม่ใช่สิ่งที่สามารถสอนกันได้ หนังชวนให้เรากลับมาย้อนคิดว่า “เราเรียนมหาวิทยาลัยไปทำไมกัน?” หรือถ้าขยายให้ใหญ่กว่านั้น “เราเรียนหนังสือไปทำไมกัน?” 

คำถามประเภทเรียนไปทำไมเชื่อว่าต้องเกิดขึ้นกับคนจำนวนไม่น้อย แม้แต่ส่วนตัวเองก็เคยคิด ยิ่งคณะที่เรียนมาก็เป็นคณะทางสังคมศาสตร์ ที่เน้นวิชาการมากกว่าวิชาชีพ มีทฤษฎีมากมายไปหมด ที่บางครั้งก็อดคิดว่าเอาไปใช้ประโยชน์ได้แค่ไหน หรือใช้แค่คุยโม้ในวงสนทนา (โดยเฉพาะวงเหล้า) เท่านั้น ขณะเดียวกันเราก็มักเคยได้ยินที่พูดว่า “คนดัง” “คนรวย” หลายคนก็ไม่ได้จบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน

แต่มหาวิทยาลัยไม่มีประโยชน์เลยเหรอ ถ้ามองอีกด้าน ถึงมหาวิทยาลัยมอนส์เตอร์จะไม่สามารถทำให้ Mike และ James เป็นนักเขย่าขวัญได้ แต่สิ่งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยให้คือ “พื้นฐาน” วิชาความรู้โดยเฉพาะทฤษฎีอาจไม่ทำให้พวกเขาเป็นนักเขย่าขวัญได้เลย แต่อย่างน้อยก็เป็นพื้นฐานที่ทำให้เขาได้รู้ว่า “ตัวเองยังขาดอะไร” ซึ่งสำหรับ Mike ก็คือการทำให้เขารู้ว่า “ทฤษฎีไม่ใช่ทุกอย่าง” ขณะที่ “James” ก็ตระหนักว่า “นักคำรามกับนักเขย่าขวัญนั้นไม่เหมือนกัน”

Monsters University จบลงด้วยการที่ Mike และ James ต้องออกจากมหาวิทยาลัย เพราะความผิดที่ก่อไว้ แม้จะผิดหวัง โดยเฉพาะกับ Mike ที่ใฝ่ฝันเข้าเรียนที่นี้มานาน แต่ก็ไม่ใช่ชีวิตที่หยุดลง เพราะถึงจะโดนให้ออก แต่สิ่งที่พวกเขาเก็บเกี่ยวได้มาตอนเรียนไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ทำให้พวกเขารู้ว่าตัวเองควรจะเดินไปในทิศทางไหน และอะไรคือสิ่งที่พวกเขายังขาด มหาิวิทยาลัยคือสถานที่เรียนรู้ แต่ใช่ว่าการเรียนรู้จะมีแค่ในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อพวกเขาเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยมามากพอจนรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองยังขาดไม่สามารถหาภายในรั้วได้ การก้าวเดินบนเส้นทางนอกรั้วก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป ท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้เป็นนักเขย่าขวัญใน Monsters Incs. สมใจ แม้ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยมอนส์เตอร์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีส่วนให้พวกเขาพบทางเดินของตัวเอง

มหาวิทยาลัยใน Monsters University ทำหน้าที่เหมือนเป็น “ผู้ช่วยเหลือ” หรือ “ผู้ชี้ทาง” ไม่ใช่ “ผู้สร้าง” แบบที่คาดหวังกัน มหาวิทยาลัยไม่สามารถทำให้เราเป็นในสิ่งที่เราต้องการได้เลย แต่ทำหน้าที่ได้เพียงช่วยเหลือเราเท่านั้น จะเป็นได้มั้ย ก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสได้เรียนก็ทำมันให้ดีที่สุด ยกเว้นว่าเราจะเก็บเกี่ยวความรู้ได้มากพอแล้ว และคิดว่าหาตัวเองเจอแล้ว เมื่อนั้นการเดินออกมาก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เราจะรู้ว่าวิชาไหนที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน ก็ต่อเมื่อเรารู้ว่ามีวิชาไหนที่มหาวิทยาลัยสอนไปแล้ว หนัง Monsters University นอกเหนือจะให้ความสนุกได้ในระดับหนึ่งแล้ว สารในเรื่องก็น่าสนใจทีเดียว และแนะนำให้ไปเปิดให้เด็กมหาวิทยาลัยได้ดูกัน

ความชอบส่วนตัว: 7/10

 

monster-university-trailer

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here