[Review] Oblivion – ความจริงอยู่หนใด? [Spoil]

1
26
views
Oblivion_movie

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (Spoil)

Oblivion คือผลงานหนัง Sci-fi เรื่องล่าสุดจากผู้กำกับ ที่ได้ มาแสดงนำ (และเป็นตัวชูโรง) เนื้อหาเล่าถึงโลกในปี ค.ศ.2072 ที่เสียหายยับเยินจากการทำสงครามกับมนุษย์ต่างดาวผู้รุกรานและไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป มนุษย์ที่เหลือรอดส่วนใหญ่อพยพไปอยู่ดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ หรือไว้เพียง Jack (Tom Cruise) และ Victoria (Andrea Riseborough) ทีมงาน “ดูแล” แหล่งพลังงานสำหรับส่งไปใช้ที่ดาวดวงใหม่ ให้ปลอดภัยจากกลุ่มเอเลี่ยนที่ยังเหลือรอดอยู่ เพื่อความปลอดภัยทั้ง Jack และ Victoria ต่างต้องผ่านกระบวนการลบความจำก่อนทำงานทั้งคู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหลือในสมองของ Jack ก็คือภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาฝันเห็นอยู่ตลอด และแล้ววันหนึ่งก็มีวัตถุุประหลาดตกลงมาบนโลก และสิ่งที่อยู่ในนั้นก็คือ Julia (Olga Kurylenko) หญิงสาวที่ Jack ฝันถึงนั่นเอง

 
สำหรับใครที่เป็นคอหนัง Sci-fi จะพบว่า แนวคิดที่แทรกอยู่ใน Oblivion ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างไร ดูไปประมาณกลางเรื่องก็พอจะเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป (อันที่จริงพอจะเดาออกตั้งแต่ แล้ว ตัวหนังยังหยิบเอาส่วนประกอบจากหนัง Sci-fi หลายๆ เรื่องมายำรวมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น โลกหลังการสูญสิ้นอารยธรรม การลบความจำ กองทัพต่างดาว การเดินทางในอวกาศ การค้นหาความจริง ฯลฯ ซึ่งแม้จะยังไม่ถึงขั้นสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเองได้ แต่อย่างน้อยการยำครั้งนี้ก็ได้รสชาติเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว

(ส่วนนี้มีการ Spoil เนื้อหา)

จุดเด่นอย่างหนึ่งของหนังแนว Sci-fi ก็คือ นอกจากจะใส่แนวคิดและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เข้าไปประกอบ หนัง Sci-fi ส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามเชิงปรัญชาให้เราเก็บไปคิดมากมาย Oblivion ก็เช่นกัน แม้ประเด็นจะไม่ถึงกับใหม่ แต่คำถามเกี่ยวกับ “ความจริง” ที่หนังตั้งก็น่าสนใจไม่น้อย หนังเริ่มจากการให้ Jack ตั้งขอสงสัยว่า “หากเราเป็นฝ่ายชนะ ใยเราต้องเป็นฝ่ายอพยพ” นำไปสู่การปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าหลายคนน่าจะพอเดา “ความจริง” นี้กันออกตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว แต่หนังก็เก่งพอที่ไม่ทำให้หลังจากนั้นกลายเป็นความเบื่อหน่าย ด้วยการเสริมประเด็นเกี่ยวกับ “ความจริง” เข้าไปอีกขั้น ด้วยการถามว่า หากเราพบความจริงว่าเราไม่ใช่ “ความจริง” เราจะทำยังไงดี
 

ความจริงที่ Jack พบก็คือ เขาไม่ใช่ Jack ตัวจริง แต่เป็นเพียงร่างโคลนของ Jack เท่านั้น และมีหลายร่างโคลนหลายคนเสียด้วย มันน่าสนใจตรงที่ เราจะได้เห็นความพยายามของ Jack ในการเข้าไปแทนที่ “ตัวจริง” โดยกระทำผ่านการพัฒนาความสัมพันธ์กับ Julia ภรรยาของ Jack ตัวจริง ชวนให้คิดว่า สุดท้ายแล้วไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร โลกที่เป็นอยู่จะจริงใจหรือหลอกลวงก็ตาม เราก็สามารถสร้าง “ความจริง” ในแบบฉบับของเราขึ้นมาได้เอง น่าเสียดายที่แม้ประเด็นนี้น่าสนใจ และการก้าวเป็น “ตัวจริง” ของ Jack ใกล้จะเป็นไปได้ด้วยดี Julia ก็ยอมรับ Jack ในฐานะตัวจริงขึ้นเรื่อยๆ แต่เพราะหนังต้องการจบแบบ Happy Ending มากเกินไป ทำให้ตอนจบกลายเป็นการทำลายสิ่งที่ตัวหนังและ Jack พยายามสร้างมาลงไปไม่น้อย

ส่วนที่ชอบอีกอย่างในหนังเรื่องนี้คือ การเป็น Sci-fi ภาคกลางวัน เพราะในขณะที่หนัง Sci-fi เรื่องอื่น มักมีฉากในอวกาศหรือกลางคืนค่อนข้างเยอะ แต่เหตุการณ์ส่วนใหญ่ใน Oblivion เกิดขึ้นในกลางวันเป็นหลัก ซึ่งยอมรับเลยว่าหนังให้ภาพโลกในยุคหลังอารยธรรมได้อย่างลึบลับ ภายนอกดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ก็มีความไม่ปลอดภัยซ่อนอยู่ได้เป็นอย่างดี หนังยังถ่ายภาพได้สวยทีเดียว เมื่อรวมกับความสวยของ Victoria และ Julia ก็เลยช่วยชดเชยช่วงครึ่งแรกของเรื่องที่เสียเวลาปูเรื่องนานไปจนอาจเกิดความเบื่อหน่ายไปได้

โดยรวมแม้ Oblivion จะไม่ใช่งานหนัง Sci-fi ที่ถึงขั้นสุดยอด แถมยังมีช่วงครึ่งแรกที่ออกไปในทางน่าเบื่อและตอนจบที่น่าผิดหวัง แต่เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว Oblivion ก็ยังถือเป็นงาน Sci-fi ที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ใครที่เป็นคอ Sci-fi น่าจะชอบกัน เพราะช่วงหลังๆ นี่ขาดแคลนหนัง Sci-fi ดีๆ เยอะเหมือนกัน แต่ถ้าใครอยากเข้าไปดูเพราะคิดว่าจะเป็นหนัง Action ก็อาจผิดหวังนิดหน่อย เพราะสู้กันจริงๆ ก็แค่ช่วงท้ายเรื่องเท่านั้นเอง

ความชอบส่วนตัว: 7/10

oblivion

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here