[Review] Pacific Rim – ไคจูลายตัวนั้น ฉันเห็นมันอยู่ริมทะเล

2
57
views

pacific_rim_2013_movie-wide

ความสุขอย่างหนึ่งในวัยเด็ก (เมื่อนานมาแล้ว) ก็คือการนั่งเฝ้าหน้าจอ “ช่อง 9 การ์ตูน” ตอนสายๆ วันอาทิตย์เพื่อเฝ้ารอดูหนังขบวนการ 5 สี (เซนไท) ที่โครตดังในยุคนั้นอย่าง “จูเรนเจอร์” ดูเสร็จก็เก็บตังค์ซื้อขนมเพื่อหวังของแถมเป็นโมเดลหุ่นต่างๆ กะเก็บให้ครบเพื่อมาประกอบร่างกัน บางครั้งจินตนาการไปอยากสร้างขบวนการของตัวเองขึ้น วาดฝันเรื่องหุ่นยนต์ต่างๆ ไว้อย่างเสร็จสรรพ แม้มองจากสายตาผู้ใหญ่ในสมัยนั้น (หรือแม้แต่เรามองกลับไป) จะบอกว่าไร้สาระเพียงใดก็ตาม มันสนุกตรงไหน เนื้อเรื่องก็ซ้ำเดิมๆ ทุกตอน มีความไร้เหตุผลอยู่ในหลายจุด หลอกขายของเล่นให้เด็ก ฯลฯ แต่สำหรับเด็กอายุ 5-6 ขวบตอนนั้น การได้เห็นหุ่นสัตว์ต่างๆ มาประกอบร่างเป็นหุ่นยักษ์ มันคือความเท่ห์สุดๆ

“จูเรนเจอร์” ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ติดตามหนังฮีโร่คนแสดงของญี่ปุ่นอื่นๆ ทั้งส่วนของขบวนการ 5 สี โดยเฉพาะ “ไดเรนเจอร์” ที่โครตชอบสุดๆ แต่ในแง่คอนเซปท์ชอบ “คาคุเรนเจอร์” มากสุด ไล่ไปจนถึงพวกพี่น้องอุลตร้าแมน ที่ต้องรีบกลับจากโรงเรียนเพื่อรอดู “Ultraman A” ให้ทัน ส่วนพวกหนังสัตว์ประหลาด อย่าง Godzilla Gamera Monthra ฯลฯ นี่ก็จำได้เลยว่าช่อง 7 ชอบเอามาฉายบ่อยๆ ช่วงหนังรอบเช้า แม้ว่าตัวเราจะไม่ถึงขั้นแฟนพันธุ์แท้ด้านนี้ แต่ทั้งหมดนี้มันคือความสุข ความฟินในวัยเด็ก ที่ย้อนกลับไปนึกทีไรก็สุขใจทุกครั้ง

เพ้อมาหลายบรรทัด แค่อยากจะบอกว่า ผู้กำกับ “Guillermo del Toro” ก็คงรู้สึกไม่ต่างไปจากเราเท่าไหร่ และในกรณีของ Guillermo ดูจะคลั่งไคล้หนังซุปเปอร์ฮีโร่ญี่ปุ่นแนวนี้เข้าเส้นด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็สะท้อนออกมาผลงานหนังเรื่องล่าสุดของอย่าง “Pacific Rim” ที่ดูแล้วได้กลิ่นอายของหนังสัตว์ประหลาด ขบวนการ 5 สี Ultraman รวมไปถึงหนังหุ่นยนต์เรื่องอื่นๆ ของญี่ปุ่นแบบชัดเจน แต่ขณะเดียวกัน กลิ่นของ Pacific Rim ก็ไม่ใช่กลิ่นที่เลียนแบบต้นฉบับแบบเป๊ะๆ แต่เป็นกลิ่นอายที่แฝงไปด้วยความเคารพต่อต้นฉบับ นั่นทำให้ Pacific Rim แตกต่างจากหนัง Hollywood ที่เอาต้นฉบับมาจากซุปเปอร์ฮีโร่/มังงะญีุ่ปุ่นเรื่องอื่น ที่พยายามใ่ส่ความเป็นฝรั่งมากเกินไปจนหนังพังอย่าง Godzilla 1998 หรือ Dragonball Evolution

สิ่งที่สะท้อนของการเคารพ/คารวะต้นฉบับของ Guillermo เห็นจากการให้เนื้อเรื่องเกิดที่มหาสมุทรแปซิฟิค มีเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นในเรื่อง นางเอกก็เป็นคนญี่ปุ่น ชื่อสัตว์ประหลาดก็ใช้ชื่อว่า “ไคจู” (Kaiju) ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น แถมสัตว์ประหลาดยังขึ้นมาจากใต้ทะเลแบบ Godzilla อีก หุ่นยนต์ต่างๆ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต่อกรกับเหล่าไคจู ก็ชวนให้นึกถึงเหล่าหุ่นยนต์ในหนัง/อนิเม/มังงะของญี่ปุ่น การบังคับหุ่นที่ต้องใช้หลายคนร่วมกัน รวมไปถึงมุขต่างๆ ในหนัง ไม่ว่าจะอาวุธหนักต้องมาท้ายสุด หุ่นที่เก่งสุดไม่ใช่หุ่นรุ่นใหม่สุด เหล่าไคจูไม่ได้มาทีเดียวเป็นฝูงแต่ค่อยๆ มา พวกนี้คือวิธีการเดินเรื่องแบบสไตล์หนังยอดมนุษย์ที่เราคุ้นเคยเท่านั้น

ดังนั้น ถ้าเป็นคนที่ชื่นชอบพวกขบวนการ 5 สี Ultraman Godzilla ฯลฯ ก็สามารถฟินไปกับ Pacific Rim ได้ไม่ยาก เพราะมันเหมือนการได้หวนย้อนนึกถึงสมัยเด็กอีกครั้งนึง แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ชื่นชอบการ์ตูนญี่ปุ่นแนวนี้สักเท่าไหร่ ก็อาจต่อไม่ติดกับ Pacific Rim เท่าไหร่ และมองได้แค่ว่า Pacific Rim มีดีแค่เอาฉากทำลายล้าง และต่อยกันระหว่าง “เยเกอร์” (Jaeger) หรือหุ่นยนต์ยักษ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น กับเหล่าสัตว์ประหลาดไคจูเท่านั้น ซึ่งก็สามารถเข้าใจได้ เพราะแม้ Pacific Rim พยายามใส่เหตุผลมารองรับเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบุกของไคจู หรือทำไมมนุษย์ต้องสร้างหุ่นเยเกอร์แทนที่จะใ้ช้อาวุธอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้หนักแน่นหรือเป็นไปได้ในความเป็นจริงเท่าไหร่ แต่มองอีกแง่…ที่มันอุตส่าห์ใส่เหตุผลมาขนาดนี้ก็ถือว่ามากแล้ว เพราะจุดประสงค์เริ่มแรกคือตรูจะทำ “หนังหุ่นยนต์ซัดกับสัตว์ประหลาด” เรื่องอื่นแค่คิดมาใส่ตอนหลัง ถ้าย้อนกลับไปดูพวกหนังต้นฉบับ เหตุผลมันก็ไม่ได้เข็มแข็งอะไรมากมายสักเท่าไหร่

ส่วนตัวค่อนข้างสนุกกับ Pacific Rim พอควร โดยเฉพาะในฉาก Action เยเกอร์ปะทะไคจูที่จัดเต็มมากๆ แต่ก็ยังมีขัดใจบ้างที่หนังมักดำเนินเรื่องตอนกลางคืนเป็นหลัก ทำให้รายละเอียดบางอย่างสังเกตเห็นไม่ชัด และซีนดราม่าที่หนังพยายามใส่เข้ามา ยิ่งบทพูดปลุกใจของนายพลหัวหน้าหน่วยเยเกอร์ ก็ยังดูไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ที่อินสุดคงเป็นดราม่าของนางเอกตอนเด็ก ที่น้องนักแสดงเด็กเล่นได้ดีจริงๆ ส่วนเรื่องเหตุผลของเรื่องราว อย่างที่กล่าวไป มีไม่สมจริงหลายจุด แต่ก็ไม่ค่อยได้สนใจอยู่แล้ว ถ้าจะเอาให้สมจริง เผลอๆ หนังเรื่องนี้คงไม่มีวันได้เกิดด้วยซ้ำ เรียกได้ว่า ดูเอามันส์และดูเอาความหลังในวัยเด็กเป็นหลักพอ…แล้วจะฟิน

ความชอบสวนตัว: 7/10

pacific-rim-alien

 

2 COMMENTS

  1. นึกไปแล้วก็เสียดายนะครับ ถ้าหนังจะไม่ได้เกิด และอาจจะไม่มีภาค 2 ตามมา เพราะภาคแรกนี่ก็ถือว่าเรียกความทรงจำี่ที่เคยเลือนหายไปตอนสมัยเด็กกลับมาได้เยอะเลย
    ขนลุกมากๆกับฉากประกอบหัวหุ่นตอนต้นเรื่อง และหุ่นขยับ เดินออกมาลุย
    มันแบบว่า ตื่นเต้นบอกไม่ถูกจริงๆ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here