[Review] Patriots Day – จะทำหนังขายความรักชาติ มันต้องให้ได้แบบนี้

0
229
views

 

“Peter Berg + Mark Wahlberg + Base on True Story” กลายเป็นสูตรประกันความสำเร็จของ “หนังตลาดขายความรักชาติ” ไปแล้ว พิสูจน์ได้จากความสำเร็จต่อเนื่อง (อย่างน้อยก็ในแง่คุณภาพและเสียงวิจารณ์) ทั้งจาก Lone Survivor, Deepwater Horizon และล่าสุด Patriots Day ที่ทั้งสนุกและลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เห็นว่าหนังแนวนี้ก็มาพร้อมกับคุณภาพคับแก้ได้เช่นกัน

ในยุคที่สหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นมหาอำนาจเดี่ยวและไม่ได้ Cool ในสายตาชาวโลกอีกต่อไป ยุคที่หนัง Action ขายความชาตินิยมแบบโต้งๆ อย่างของ “Michael Bay” หรือ “Roland Emmerich” กลายเป็นที่ส่ายหน้าของคนดูและนักวิจารณ์ “Peter Berg” ถือเป็นความหวังใหม่ของหนังแนวนี้ เขาเป็นผู้กำกับที่มีความรักชาติ และชอบจะสอดแทรกประเด็นชาตินิยมอยู่ในหนังของเขาอยู่เสมอ แต่แทนที่จะตะบี้ตะบันยัดความรักชาติเข้ามาในหนัง สิ่งที่เขาให้ความสำคัญสุดคือความสมเหตุสมผลของบทและความสนุกของการเล่าเรื่อง ซึ่งถ้าทำ 2 อย่างนี้สำเร็จ คนดูก็จะรับรู้ถึงแนวคิดชาตินิยมที่อยู่ในเรื่องไปได้เอง ตรงกันข้ามกับการขายตรงเกินไป เช่น ซูมรูปธงชาติอยู่อย่างนั้นแหละ หรืออยู่ๆ ก็ให้เด็กมาโบกธงชาติ หลายครั้งแทนที่จะทำให้คนดูเปิดรับ มันกลับทำให้คนดู (โดยเฉพาะที่ไม่ใช่อเมริกันชน) เกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาแทน

ตอนแรกกังวลว่า “Patriots Day” จะออกมาเป็น “Deepwater Horizon” เวอร์ชั่นวิ่งมาราธอนมากเกินไป เพราะเข้าฉายในช่วงไล่เลี่ยกัน แถมตัวอย่างยังทำออกมาคล้ายๆ กันอีก คือเริ่มจากตัวละครของ Mark Wahlberg ลาเมียไปทำงาน แล้วสักพักระหว่างทำงานก็ระเบิดตู้ม !!! ขึ้นมา แต่พอได้ดูตัวหนังจริงแล้ว Patriots Day ไม่ใช่ Deepwater Horizon Ver.2 มีหลายอย่างที่แตกต่างกัน และหลายอย่างที่ Patriots Day ทำได้ดีกว่าเสียอีก

ในขณะที่ “Deepwater Horizon” ยังเน้นความเป็น “American Hero” โดยเฉพาะฉากท้ายๆ ที่เน้นความเป็นฮีโร่ในตัวละครของ Mark Wahlberg อย่างชัดเจน แต่ใน “Patriots Day” เปลี่ยนมาเน้นความเป็น “American Heroes แทน Mark Wahlberg อาจยังเป็นตัวละครสำคัญก็จริง แต่ก็เขาไม่ได้สำคัญหรือมี Air-time มากไปกว่าตัวละครอื่นๆ เพราะฮีโร่ไม่ได้มีเพียงคนเดียว หรืออีกทางหนึ่งก็คือทุกคนในบอสตันล้วนเป็นฮีโร่ด้วยกันทั้งสิ้น

 

 

หนังฉายภาพให้เห็นเรื่องราวของตัวละครหลากหลายชีวิต ทั้งตำรวจ FBI นายกเทศมนตรี ผู้ว่าการรัฐ คู่รักหนุ่มสาว พ่อที่พาลูกน้อยมาดูงานมาราธอน คนร้ายที่ลอบวางระเบิด นายตำรวจเล็กๆ ที่หลงรักสาว MIT ไปจนถึงหนุ่มจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองบอสตัน ทั้งหมดมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันด้วยเหตุ “ระเบิดงานบอสตันมาราธอน 2013” บางคนอาจเกี่ยวข้องโดยตรงมากหน่อย ขณะที่บางคนอาจเกี่ยวข้องน้อย แต่การกระจายบท กระจายซีนให้อย่างทั่วถึง ทำให้เราเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นใครล้วนมีส่วนสำคัญในเหตุการณนี้ด้วยกันทั้งสิ้น เหตุการณ์นี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของรัฐบาล ของตำรวจ หรือแค่ของ FBI แต่มันคือเรื่องราวของทุกคนในบอสตันที่จะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

ฉากระเบิดใน Patriots Day อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่สุดๆ เหมือนฉากระเบิดเรือขุดเจาะน้ำมันใน “Deepwater Horizon” แต่สิ่งที่เกิดหลังจากนั้นคือที่สุดของความระทึกเท่าที่หนังแนวนี้จะให้กับเราได้ หนังทำให้เราลุ้นไปกับกระบวนการสืบหาคนร้ายได้ตลอด ถึงแม้หนังจะเฉลยมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าคนร้ายคือใคร แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราสนุกน้อยลงเลย หนังทำให้เราเหมือนเป็นชาวเมืองบอสตันคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์นี้จริงๆ และการที่หนังมีภูมิหลังให้กับแทบทุกตัวละคร ก็ทำให้เราอินกับทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องไม่ว่าจะเหตุการณ์น้อยใหญ่ก็ตาม

“Patriots Day” เป็นหนังขายความรักชาติที่ดูน่าจะเหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันมากที่สุด เป้าหมายของหนังคือความรักชาติ แต่ไม่ได้ขายความรักชาติอย่างพร่ำเพรื่อ ที่สำคัญไม่ผูกขาดความรักชาติไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว แต่ทำให้เห็นว่า ชาติคือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการประกอบรวมของคนในชาติ และทุกคนในสังคมล้วนสำคัญต่อชาติไม่ต่างกัน

 

 

ป.ล.

ข้อมูลเบื้องต้นเหตุการณ์ระเบิดบอสตันมาราธอน (น่าจะ Spoil)

“บอสตันมาราธอน” เป็นหนึ่งในการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ในการแข่งขันบอสตันมาราธอน เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2013 ซึ่งตรงกับวันชาติสหรัฐฯ ด้วย ได้เกิดเหตุมีผู้ลอบวางระเบิด ณ บริเวณเส้นชัย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 100 คน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับมลรัฐ และรัฐบาล ร่วมกันสืบหาตัวคนร้าย จนนำไปสู่ปฏิบัติการปิดเมืองล่าโจร โดยได้ระงับบริการสาธารณะ และขอให้ประชาชนอาศัยอยู่ในบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกเคาะประตูบ้านในพื้นที่ต้องสงสัยทีละหลัง เพื่อหาตัวมือวางระเบิด จนจับตัวได้ในที่สุด ความน่าสนใจของเหตุการณ์นี้มีทั้งในมุมของความสูญเสีย การก่อการร้ายในพื้นที่สหรัฐฯ และปฏิบัติการของตำรวจ ที่อาศัยความร่วมมือของประชาชน จนนำไปสู่การจับกุมได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here