[Review] เปรมิกาป่าราบ – คาราโอเกะคือการปลดปล่อย

0
631
views

“สิ่งที่ทำให้ผู้คนเรียนรู้ที่จะอดทนซึ่งกันและกัน” นี่คือเหตุผลที่เวที Ig Nobel (รางวัลที่มอบให้กับงานวิจัยที่ไม่น่าเป็นไปได้หรือทำไปเพื่ออะไร นัยหนึ่งเป็นการล้อเลียนรางวัล Nobel) มอบรางวัลสาขาสันติภาพให้กับ “ไดสุเกะ อิโนะอุเอะ” ผู้คิดค้น “คาราโอเกะ” ซึ่งแรกเริ่มนั้นใช้เพื่อแก้ปัญหาการที่เขาไม่สามารถไปเล่นดนตรียังบาร์บางแห่งได้ เนื่องจากติดงานอื่น จนถึงตอนนี้คาราโอเกะกลายเป็นแหล่งความบันเทิงของคนทุกเพศทุกวัยทั่วทั้งโลก และยิ่งไปกว่านั้นคาราโอเกะยังกลายเป็นพื้นที่ในการปลดปล่อยตัวตนของหลายๆ คนไปด้วยแล้ว

ว่ากันว่า (ผมว่าเองนี่แหละ) ตัวช่วยที่จะทำให้เรารู้จักตัวตนของแต่ละคนได้มากขึ้น นอกจากความเมาแล้วก็คาราโอเกะนี่แหละ หลายคนพอจับไมค์แล้วเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน เพลงที่เลือกร้อง ท่าทาง วิธีการที่ใช้ สามารถสะท้อนนิสัย ความชอบ หรือความรู้สึกของคนนั้นออกมาได้ อาจเพราะบรรยากาศพาไป รวมถึงธรรมชาติของคาราโอเกะที่จะถึงจะร้องไม่ดีบ้าง ร้องเพียนบ้าง คนก็ไม่ว่าอะไร เพราะหลายๆ คนก็เป็นกัน นั่นทำให้คนร้องรู้คลายความกังวลและเปิดตัวเองมากขึ้น

ที่ว่าคาราโอเกะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนเรียนรู้ที่จะอดทนซึ่งกันและกัน นั่นก็อาจเพราะพอเผยตัวเองมากเข้า มันก็อาจมีบางสิ่งที่เราจะไม่ชอบในตัวคนนั้น เบื้องต้นสุดเช่น ร้องเพี้ยน ร้องไม่ได้เรื่อง แต่เราก็ต้องเรียนรู้และเลือกจะมีความสุขกับด้านดีๆ เช่น ความสนุกสนานของการร้องคาราโอเกะด้วยกัน ยกเว้นว่าเผยมากๆ เข้าแล้วมันไม่ไหวรับไม่ได้จริงๆ

แนวคิดที่ว่าคาราโอเกะคือการปลดปล่อย ถูกนำมาผนวกกับเรื่องผีกลายเป็น “เปรมิกาป่าราบ” หนังผีที่มี Theme หลักว่า ผีบ้าคาราโอเกะ ใครร้องได้ ร้องดีรอด ใครร้องเพี้ยน ร้องไม่ดี หรือไม่ยอมร้อง ตาย!!! กลายเป็นไอเดียที่สดใหม่และเต็มไปด้วยลูกบ้ามาก ทำให้นึกถึงหนังไทยสมัยก่อนที่จะมีหนังกลุ่มหนึ่งที่คุณภาพอาจดีบ้างแย่บ้างแต่มีไอเดียแปลกใหม่มานำเสนออย่างพวกผีไม้จิ้มฟัน ขุนกระบี่ผีระบาด หรือผู้หญิง 5 บาปนั่นก็อาจใช่

น่าเสียดายที่แม้จะไอเดียดีแต่ภาพรวมของหนังดันออกมาไม่โอเคเท่าที่ควร ถ้าตัดครึ่งแรกของหนังที่เป็นการยัดสารพัดมุขที่ทั้งเสื่อม หยาบ เหยียด และจัญไร ที่ส่วนใหญ่แป๊กเข้า ซึ่งอันที่จริงการที่จะหนังจะมาเล่นมุขแนวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะหนังออกตัวมาในทางนี้อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือมุขเหล่านี้มีลักษณะเป็นการคิดมุขก่อน หาเรื่องใส่ทีหลัง ทำให้ขาดความลื่นไหลปะติดปะต่อ และมันไม่ได้ส่งไปถึงเนื้อหาหลักที่ต้องการสื่อจริงๆ อย่าง Sasauge Party หนัง Anitmation Rate R ของอเมริกา นั่นก็จัญไรสุดขั้วเหมือนกันยิ่งกว่าเปรมิกาอีก แต่สุดท้ายเราจะเห็นว่าความหลาดและเหยียดเหล่านั้นถูกใช้เพื่อ Support แนวคิดบางอย่างของหนัง

แต่เปรมิกาป่าราบไม่ได้เป็นอย่างนั้น พลังจากครึ่งแรกไม่ส่งไปยังครึ่งหลังเท่าที่ควร ทั้งที่ครึ่งหลังของเรื่องซึ่งเข้าสู่ Part คาราโอเกะนั้นคือดีมาก คัลท์มาก การร้องเพลงแต่ละเพลงถูกใช้เพื่อถ่ายทอดตัวตนของคนร้อง ซึ่งยังโยงพาเราไปดูอดีตของคนร้องได้ดีอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าจอมกักขฬะและเหยียดเพศ ที่เพลง “เพราะฉะนั้น” เผยให้เห็นว่าเขาเคยโดนเหยียดหยามมาก่อน จนเปลี่ยนให้เขาต้องเหยียดและหยาบคนอื่นแทน นัยว่าเพื่อป้องกันตัวเองโดนเหยียดก่อน หรือสามีจอมไม่ได้เรื่องที่เพลง “ฝากรัก” เผยให้เห็นว่าเขาเป็นคนหน้าหม้อแค่ไหนและมันทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง นักร้องนำวงดนตรีชื่อดังก็ได้ร้องเพลง “นาทีที่ยิ่งใหญ่” ที่เป็นการเผยความรู้สึกจริงๆ ต่อคนที่เขารัก และพีคสุดคือเพลงของผีเปรมิกาเอง ที่เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้เธอต้องมาติดในนี้

ชอบซีนการร้องคาราโอเกะแต่ละเพลงมาก มากจนเสียดายที่ครึ่งแรกของหนังมันไม่ส่งเต็มที่เท่าไหร่ แถมยังรู้สึกว่ายังร้องได้ไม่หนำใจ เพราะยังมีอีกหลายๆ ตัวละครในเรื่องที่ยังไม่ได้ร้องคาราโอเกะ ถ้าลดมุกแป๊กๆ ในครึ่งแรกลง หรือทำให้ลื่นไหลกว่านี้ เปรมิกาป่าราบน่าจะเป็นอีกหนึ่งตำนานหนังคัลท์ของไทยได้เลย แต่ตอนนี้คือได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ จะคัลท์ก็คัลท์ไม่สุดสักที

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.