[Review] Red 2 – รุ่นดึกขอลุย (อีกสักตั้ง)

5
39
views

red 2

ว่ากันตามตรง ส่วนตัวก็ไม่ได้ประทับใจอะไรกับ Red ภาคแรกนัก เป็นหนักที่ดูพอขำๆ มีมุมให้สนุกบ้าง แต่จบแล้วก็จบไป ไม่ได้ติดค้างอะไรในความรู้สึกมากมาย แต่อย่างน้อย Red ก็ยังพอมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ด้วยการเป็นหนังพูดถึงสายลับ “รุ่นดึก” ที่ต้องมาออกภาคสนามอีกครั้งในวัยใกล้ฝั่ง การดำเนินเรื่องที่ไม่ได้เน้น Action อย่างเดียว และมีการล้อเรื่อง “ความแก่” ของตัวเองไว้อยู่ตลอด ทำให้ Red แตกต่างจาก The Expendables ที่เน้น Action เป็นหลัก และไม่ค่อยรู้สึกถึงความแก่นัก แม้จะเป็นเรื่องที่ใช้บริการนักแสดงรุ่นเก่าเหมือนกัน

ถึงภาคแรกจะไม่ได้ประทับใจอะไรนัก แต่ในเมื่อหนังมันทำเงิน ภาค 2 เลยตามมากับ “Red 2” หนังยังยกทีมแสดงจากภาคก่อนมาเกือบยกชุด เสริมด้วยอีก 3 นักแสดงใหม่ในภาคนี้อย่าง Anthony HopkinsCatherine Zeta-Jones และ Byung-hun Lee (ลีบยองฮุน) เรื่องราวดำเนินต่อจากภาคแรก เมื่อ Frank (Bruce Willis) อดีตสายลัย CIA ต้องร่วมมือกับเพื่อนๆ สายลับรุ่นดึกตามหาตัวจุดระเบิดนิวเคลียร์แบบพกพาก่อนที่มันจะตกอยู่ในผู้ร้าย

Red 2 ยังเดินตามสูตรหนังสายลับทั่วไปและแทรกด้วยความเป็น Comedy อย่างเช่นในภาคแรก แต่จุดต่างที่เห็นได้ชัดจากภาคก่อนคือ การขยาย Scale ให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้น ในภาคนี้ Frank และเพื่อนๆ ต้องเดินทางไปในหลายประเทศทั้งอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ประเด็นของหนังก็ขยายไปเป็นอาวุธทำลายล้างระดับโลก จากที่ในภาคแรกเป็นแค่การตามล่า Frank เท่านั้น นอกจากนี้ การที่หนังเสริมทัพด้วยนักแสดงชั้นนำอย่าง Hopkins และ Zeta-Jones ก็ชวนให้คิดว่า Red 2 น่าจะทำได้ดีกว่าภาคแรกหรือป่าว?

แต่ก็ได้แค่คิดละ… Red 2 มีขอบเขตของหนังที่ดูยิ่งใหญ่ขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ช่วยให้เราสนุกกับหนังเท่าไหร่ มุขตลกที่ใส่มาก็ได้เพียงแค่ขำ หึ..หึ.. แต่ไม่ได้หัวเราะอะไรมากมาย ฉาก Action ก็ไม่ได้ดูตื่นเต้นอะไรมากนัก การที่หนังพาเราไปหลายประเทศ ก็อดคิดไม่ได้ว่า แค่เอาภาพเมืองมาใส่ให้พอกล้อมแกล้มว่าเราจะพูดถึงประเทศนี้นะ แต่ถ่ายจริงก็ถ่ายกันในโรงถ่ายนั่นแหละ หลายฉากนี่ CG ฉากหลังไม่เนียน และบางฉากดูออกเลยว่าถ่ายใน Studio แน่ๆ (หนังส่วนใหญ่ถ่ายใน Studio แต่เรื่องนี้ดูออกเกินไป) ขณะที่ตัวละครที่ใส่มาใหม่ก็ไม่ค่อยมีอะไรให้เล่นนัก อย่างลีบยองฮุนนี่แม้ว่าจะแสดงเป็นนักฆ่าได้น่ากลัว แต่ก็ดูโดดไปจากเรื่อง เพราะตัวละครอื่นเขาแก่กันหมด พี่แกมาหนุ่มอยู่คนเดียว

ส่วนสำคัญที่ทำให้ส่วนตัวรู้สึกว่า Red 2 ด้อยกว่า Red 1 ก็คือ เสน่ห์เรื่อง “ความแก่” ที่หายไป ในภาคแรกเราจะได้เห็นการปะทะกันระหว่างวัยหนุ่มกับวัยแก่ ชีวิตของสายลับวัยเกษียณที่ต้องเผชิญโรคต่างๆ อาศัยอยู่บ้านพักคนชราบ้าง ใช้เงินประกันสังคมในการดำรงชีวิต ฯลฯ แต่ในภาคสองนี่แทบไม่เห็นเสน่ห์เหล่านั้นเลย หนังแทบไม่ต่างจากหนังสายลับทั่วไป เพียงแค่มีตัวละครเป็นคุณปู่คุณย่าเท่านั้น องค์ประกอบเรื่อง “ความแก่แต่เก๋า” ไม่ค่อยถูกนำมาพูดถึงเท่าไหร่ในภาคนี้ ยิ่งมาเจอกับการตัดต่อที่พยายามเน้นความฉับไว แต่ไม่ลื่นไหล หลายช่วงยังรู้สึกว่าจะรีบตัดไปไหน

ส่วนที่ชอบที่สุดใน Red 2 ก็คือบทบาทของ Marvin (John Malkovich) เพื่อนสายลับของ Frank ที่แย่งซีนได้เยอะ เป็นตัวยิงมุขหลักของหนัก ขำบ้าง แป๊กบ้าง ผสมกันไป เรียกได้ว่าถ้าไม่มีลุงแก หนังอาจจืดชืดกว่านี้ อีกคนก็ Sarah (Mary-Louise Parker) ภรรยาของ Frank ที่แม้จะดูน่ารำคาญไปสักหน่อย แต่บทบาทเพี้ยนๆ ของเธอก็ช่วยเพิ่มความสนุกของหนังได้พอควร โดยเฉพาะการเล่นรับส่งมุขต่างๆ กับ Marvin

โดยรวม Red 2 ไม่ใช่หนังที่น่าประทับใจอะไรมากนัก ภาคแรกออกจะเฉยๆ ภาคนี้เฉยๆ ยิ่งกว่า แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีมุมให้ขำบ้าง แม้จะแค่..หึ..หึ ก็ตาม แต่ถ้าใครอยากดูนักแสดงรุ่นเก๋า (ที่หลายคนเป็นสาย Drama) มาเล่นหนัง Action-Comedy ร่วมกัน เรื่องนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้นะ

ป.ล. ไม่แน่ใจว่า Soundtrack เป็นไง เพราะตอนดูดูพากย์ไทย ซึ่งก็พากย์กันได้ดีนะ บทที่พากย์เพิ่มเข้าไปก็ช่วยหนังให้สนุกขึ้น (บ้าง) 

ความชอบส่วนตัว: 5/10

 

RED 2

 

5 COMMENTS

  1. หนังไปเนือยกับฮอปกินส์ซะเยอะเลย แต่ที่ผมชอบนะ ป้าเฮเลนที่ฝีมือบู๊เยี่ยมจริงๆ ส่วนบรูซผมว่าเค้าน่าจะไปได้สวยกับการเล่นเป็นสายลับแก่ มากกว่าจะไปเป็นตำรวจตายยากมากกว่าละนะครับ

  2. ทำไมตูดูแล้วสนุกวะ คนรีวิวปวดขี้เปล่า

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here