[Review] Side Effects – ยิ่งรู้น้อย ยิ่งสนุก [Spoil]

3
109
views
side-effects-film

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (Spoil)

Side Effects คือ งานแนวระทึกขวัญจิตวิทยาเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ Steven Soderberg ซึ่งเล่าเรื่องของ Emily Taylor (Rooney Mara) และสามี Martin Taylor (Channing Tatum) ที่ชีวิตคู่ดูจะกลับมาดำเนินไปด้วยความปกติสุข และเป็นที่น่าอิจฉาแก่คนรอบข้าง จนกระทั่งเมื่อ Emily ตัดสินใจรับยา Ablixa จากจิตแพทย์ Jonathan Banks (Jude law)เพื่อรักษาภาวะโรคซึมเศร้าที่เธอกำลังเผชิญอยู่ จนนำไปสู่ผลข้างเคียงที่เปลี่ยนชีวิตเธอและคนรอบข้างอย่างไม่เคยคาดคิด

เนื้อหาข้างต้นคือเรื่องย่ออย่างเป็นทางการของ Side Effects ซึ่งสำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้และกำลังคิดจะไปดู คำแนะนำที่ดีที่สุดที่เราจะให้ได้คือ อ่านแค่ย่อหน้าข้างต้นแล้วไปดูเถอะครับ ยืนยันว่าหนังสนุกและดี แต่ Side Effects เป็นหนังประเภทว่า “รู้ให้น้อยที่สุด” จะเป็นการดี และซึมซับความสนุกได้มากที่สุด

แต่ถ้าใครที่ดูมาแล้วหรือไม่กลัว Spoil ก็อ่านต่อข้างล่างได้เลยครับ แต่ถ้าอ่านแล้วไปดูหนังจนสนุกน้อยลง อันนี้ก็ไม่รับผิดชอบนะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ในทางการแพทย์ “ผลข้างเคียง” (Side Effects) หมายถึง ผลจากฤทธ์ของยาซึ่งไม่ได้ตั้งใจและต้องการให้เกิดขึ้น แต่จำเป็นต้องเกิดขึ้น หากต้องการรักษาอาการหลักให้หาย แต่อย่าเพิ่งนึกว่า หนังเรื่อง Side Effects จะเป็นหนังเกี่ยวกับคนติดยา หรือตีแผ่วงการยาอะไร แม้ว่าจากตัวอย่างและเรื่องย่อของหนังจะทำให้เราคิดแบบนั้นก็ตาม เพราะเอาเข้าจริง หนังใช้เพียงยาเป็นตัวที่นำเข้าสู่เรื่อง และใช้หลอกล่อเราเสียจนหัวปั่น เสมือนเมายา ก่อนจะค่อยๆ เผยเนื้อแท้ให้เรารู้ว่า ภายใต้หน้ากากหนักระทึกขวัญจิตวิทยา นี่คือ “หนังระทึกขวัญหักมุม” ชั้นดีเรื่องหนึ่ง

จุดสำคัญของหนังแนวนี้คือ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้คนดูรู้สึกว่า “มันจะหักมุม” ในตอนท้าย ซึ่ง Side Effects ทำสิ่งนั้นได้ประสบความสำเร็จ แม้การหักมุมของเรื่องจะไม่ได้ถึงต้องร้อง Wow หรือเดาไม่ได้ได้ เพราะตลอดรายทาง หนังก็ค่อยๆ เผยรายละเอียดและคำใบ้ต่างๆ มาโดยตลอด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเก็บได้หรือไม่ แต่สิ่งที่หนังทำกับเราคือ “การหลอกล่อ” ในขณะที่เราเหมือนจะรู้เส้นทางต่อไปแล้ว หนังก็พลิกไปอีกทาง ทำให้คำตอบที่เราเคยคิดว่าใช่ กลายเป็นไม่แน่ใจโดยทันที หนังเริ่มต้นด้วยหนังแนวจิตวิทยา ก่อนที่กลางเรื่องจะพลิกกลายเป็นหนังแนวกฎหมาย และพลิกอีกทีในท้ายเรื่องเป็นหนังแนวแก้แค้นไป

สาเหตุสำคัญที่ทำให้หนังหลอกเราได้สำเร็จก็คือ การเลือกให้ “ตัวละครหลัก” เป็นคนหลอกเราเอง การเลือกเล่าเรื่องผ่าน “ตัวละครหลัก” ทำให้ในขณะที่หนังชวนเราเข้าไปร่วมกันค้นหาว่าใครคือต้นเหตุหรือเรื่องราวที่แท้จริงของเรื่อง เราจะไม่ไว้ใจทุกคน ยกเว้นตัวละครหลักซึ่งเป็นผู้เล่าเรื่องนั่นเอง เปิดโอกาสให้เราโดนหนังหลอกล่อได้มากขึ้น ซึ่งก็สำเร็จ เพราะส่วนตัวช่วงแรกของเรื่องไม่ได้นึกเลยว่า “เธอ” กำลังหลอกเราอยู่ แต่มันไปจับผิดกับตัวละครอื่นรอบข้างแทน จนกระทั่งเมื่อ “ตัวละครหลัก” ตัวหนึ่งตายอย่างไม่คาดคิด และหนังเปลี่ยนมาเน้นที่ตัวละครอีกคนนั่นแหละ ถึงค่อยเริ่มระแคะระคาย และเริ่มรู้สึกว่า Side Effects มีอะไรที่มากกว่าแค่หน้าหนังบอกเราแน่นอน

อาจเพราะว่าก่อนเข้าไปดูเรื่องนี้ ไม่ได้คาดหวัง และรับรู้ว่าเป็นเพียงหนังดราม่าบวกระทึกขวัญเกี่ยวกับการใช้ยาเท่านั้น เลยทำให้เรารู้สึกสนุกกับหนังได้อย่างเต็มที่ หนังยังทำให้เราคิดได้ว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ “ผลข้างเคียง” จาก “ยา” แต่มันคือ “ผลข้างเคียง” จาก “ความคาดหวังในชีวิต” เมื่อชีวิตที่แสนสุขและโรยด้วยกลีบกุหลาบถูกทำลายลงอย่างสิ้นซาก นอกเหนือจากความเศร้า ผลข้างเคียงของมันคือการไม่อยากกลับไปอยู่จุดนั้นอีก ซึ่งในกรณีของ ผลข้างเคียงนี้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด และอย่างที่บอกไป นี่คือ “หนังที่ควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับหนังให้น้อยที่สุดก่อนจะไปดู” แต่ถ้าอ่านมาถึงขั้นนี้ก็คงรู้ไปไม่น้อยแล้วละ 555 ^^

 
ความชอบส่วนตัว: 8/10

side-effects-movie

3 COMMENTS

  1. เพิ่งไปดูมาเลยค่ะ หักกันหลายตลบจริงๆ ทำให้ต้องคิดตามไปด้วยมันส์มากๆๆ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here