[Review] Solo: A Star Wars Story – ก้าวถอยหลังในวันที่ทุกอย่างกำลังเดินไปข้างหน้า

0
127
views

เมื่อแรกได้ยินว่าจะมีการสร้างภาคแยกของ “Han Solo” โดยโฟกัสไปที่ “วัยหนุ่ม” ของหนึ่งในตัวละครที่เป็นไอคอนของ Star Wars คนนี้ สิ่งแรกที่นึกขึ้นมา “ตอนที่ Han Solo ปรากฎตัวครั้งแรกในก็หนุ่มอยู่แล้วนี่หว่า” แต่โอเค อันนี้คงอยากได้หนุ่มกว่านั้น เพราะใน EP.4 แม้จะหนุ่มแต่ก็เป็นวัย 30 กลางๆ ละ ให้อันนี้เป็นภาคต้นกำเนิดไป แถมปู่ Harrison Ford ก็คงไม่สามารถกลับมารับบทหนุ่มได้อีกแล้ว (จริงๆ ด้วยเทคโนโลยีก็ทำได้แหละ แต่แพง และปู่แกก็คงพอกับบทนี้ละ) ก็แคสท์ใหม่ไปละกัน

กระนั้น การเข็นหนัง Han Solo ออกมาในช่วงนี้ ก็ชักจะผิดที่ผิดทางอยู่เหมือนกัน มันคงง่ายกว่านี้ ถ้า Star Wars ยุคใหม่ จะไม่ได้เดินในทางล้างบางของเก่า เลือกเล่าในสิ่งใหม่ๆ ทั้ง EP. 7-8 แล้วก็ภาคแยกอย่าง Rouge One และมันคงง่ายขึ้นไปอีกถ้า Han Solo จะไม่ได้เดินไปมีจุดจบแบบ… ใน EP.7 แล้วด้วย มันทำให้ Han Solo สำหรับหลายคนจบตำนานของตัวเองไปแล้ว หนัง “Solo: A Star Wars Story” มันเลยดูเหมือนการกลับไปหากินกับสิ่งเดิมๆ ในขณะที่อย่างอื่นกำลังเดินไปหาสิ่งใหม่ๆ แล้วแท้ๆ

ผมไม่ใช่แฟน Star Wars ดูภาคเก่าๆ แล้วค่อนข้างหลับเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็สนุกสนานกับ EP. 7-8 พอควร เมื่อไม่ได้เป็นแฟนหนังชุดนี้นัก เลยไม่ได้รู้สึกผูกพันกับตัวละคร หรือตื่นเต้นกับ Easter Eggs อะไรในเรื่องมากมายนัก (เพราะบางอย่างก็จำไม่ได้ว่ามันเป็น Easter Eggs หรือเปล่า) สิ่งที่คาดหวังเลยเป็นเรื่องเนื้อเรื่องแทนว่ามันจะน่าสนใจแค่ไหน และในเมื่อหนังพยายามวางตัวเองเป็นหนังต้นกำเนิด สิ่งที่อยากเห็นจึงเป็นเรื่องของพัฒนาการตัวละครว่า ผู้ชายคนหนึ่งกลายมาเป็นพ่อค้าของเถื่อนผู้แพรวพราวใน Star Wars ที่เรารู้จักได้อยางไร

สิ่งที่เบาใจได้คือ หนังไม่ได้ถึงขั้นย่ำแย่ แต่ปัญหาคือ “มันไม่มีอะไรเลย” เหมือนตัวหนังพยายาม Play-safe ไว้ก่อน ประคองตัวไปให้จบ โดยที่ไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลย

หนังอาจทำให้เราที่มาของ Han Solo มากขึ้นนิดหน่อย แต่ถามว่ารู้แล้วได้อะไรขึ้นมามั้ย…ก็ไม่ เพราะเรื่องราวที่นำเสนอมันไม่ได้น่าสนใจไปกว่าการพูดย้อนความหลังในภาคหลักเท่าไหร่ ที่สำคัญหนังไม่สามารถทำให้เราสัมผัสได้ถึง “ความผูกพัน” ที่ตัว Han Solo มีต่างๆ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาได้อย่างไร

เราอาจรู้ว่า Han เจอกับ Chewbacca ได้ยังไง…แต่เราไม่รู้สึกว่าการเจอกันครั้งนั้น จะทำให้ทั้ง 2 กลายเป็นเพื่อนร่วมตายกันในเวลาต่อมาได้ขนาดนั้น

เราอาจรู้ว่า Han ได้ยาน Millenium Falcon มายังไง… แต่เราไม่รู้สึกว่าทำไม Han ถึงผูกพันกับยานลำนี้มากถึงขนาดอยากได้เป็นของตัวเองขนาดนั้น (ขอเทียบหน่อยละกัน ตรงนี้ Star Trek ยุคใหม่ทำได้ดีกว่า อย่างน้อยก็คือทำให้เราเชื่อเลยว่า สำหรับ Kirk ต้องยาน Enterprise)

เราอาจรู้ว่า Han รักการบิน… แต่เราไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรักการบินหรืออยากเป็นนักบินขนาดนั้น เหตุผลการเข้าเป็นนักบินในเรื่องก็อ่อนจริงๆ ซึ่งมันก็โยงไปว่าทำไมเราถึงไม่เชื่อว่า Han จะรักยาน Millenium ขนาดนั้น คิดว่าปัญหาส่วนหนึ่งคือหนังเลือกจะ Skip ช่วงเวลาที่ Han ฝึกหรือเริ่มบินไปเลย

และสำคัญที่สุดคือ แม้หนังจะพยายามโชว์ความแพรวพราวของ Han สักเท่าไหร่ ก็เชื่อไม่ลงว่า ผู้ชายที่เห็นตรงหน้าจะกลายเป็น Han Solo ที่เรารู้จักได้จริงๆ รุ่นพี่ที่รู้จักคนหนึ่งเคยบอกว่า สเน่ห์ของ Han Solo คือความแพรวพราว ความด้นสด ไม่ว่าสถานการณ์จะคับขัน หรือเหมือนไร้ความหวังเพียงใด Han ก็จะหาทางเอาตัวรอดได้เสมอ แต่ Han ใน Solo เหมือนแค่อวดเก่งว่าตัวเองแน่ แล้วพอทำไม่ได้ ก็เดินกลับมาจ๋องๆ ให้คนอื่นช่วยจัดการต่อ

“Alden Enrenreich” ในบท Han Solo วัยหนุ่ม ไม่ได้ถึงขั้นแย่หรือแข็งโป๊กแบบที่กระแสข่าวออกมา (อย่างน้อยก็ในหน้าฉาก ส่วนเบื้องหลังคงมีแต่ทีจะรู้) แต่กระนั้น Alden ก็ไม่ได้มีเสน่ห์ที่จะทำให้จดจำขนาดนั้น อาจเพราะบทไม่ส่งด้วย ยิ่งเวลาเข้าฉากกับคนอื่น Alden จมลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นอีกครั้งที่นึกถึงคำกล่าวของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน

“ไม่มีใครเป็น Han Solo วัยหนุ่ม ได้ดีไปกว่า Harrison Ford วัยหนุ่มหรอก”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.