[Review] Ted 2 – หมีหยาบอยากเป็นคน

0
22
views

Ted-2-2015-Stills-Wallpapers

 

“Ted” ภาคแรกนั้นแม้จะประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และเสียงวิจารณ์ แต่โดยส่วนตัวแล้วกลับรู้สึกฝืดเสียเป็นส่วนใหญ่ มีที่สนุกก็ตรงการได้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ของตุ๊กตาหมีผู้น่ารัก กลายเป็นหมีเกรียนจิตใจต่ำแทน ความฝืดของ Ted ภาคแรกนั้นจะว่าเป็นความผิดของหนังก็คงไม่ใช่.. แต่เป็นเพราะมุขตลกของ Ted ภาคแรกนั้นมีความเฉพาะสำหรับสังคมอเมริกันสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ชาวอเมริกันที่เติบโตมาในยุค 80-90’s ในภาคแรกจะมีการอ้างอิงทั้งหนัง ซีรีส์ ตัวละคร เพลงที่เกี่ยวกับยุค 90’s จำนวนมาก ซึ่งบางอย่างมันดังเฉพาะในอเมริกา เราที่เป็นคนไทยเลยไม่ค่อยมีความรู้สึกร่วมกับสิ่งเหล่านั้นเท่าไหร่ บางมุขที่ฝรั่งขำกัน เราก็ได้แต่ฝืดๆ ในใจ

แต่กับ “Ted 2” นั้นแตกต่างไป แม้ภาคนี้จะยังคงมุขหยาบ ต่ำ เหล้า ยา ปาร์ตี้ Sex ซึ่งเป็นแนวมุขที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่อยู่ แต่ปัจจัยที่ทำให้รู้สึกสนุกและตลกกับภาคนี้ขึ้น ก็คือการลดระดับของมุขเฉพาะสังคมอเมริกัน มาเป็นมุขที่เป็นรับรู้กันในระดับสากลมากขึ้น ตัวละครหรือเรื่องราวที่อ้างถึงในภาคนี้ก็เป็นที่รู้จักของคนนอกสังคมอเมริกันมากขึ้น อาทิ ภาคแรกจะให้ความสำคัญกับ “Flash Gordon” ที่เป็นตัวละครฮิตยุค 80-90’s ของอเมริกัน แต่คนไทยอาจไม่รู้จัก ขณะที่ภาคสองจะอ้างถึง “Samuel L. Jackson” “Star Wars” “นินจาเต่า” ฯลฯ ซึ่งคนไทยรู้จักมากกว่า เลยอินได้มากกว่า ตลกได้มากกว่า

ความสนุกของ “Ted 2” ยังต้องขอขอบคุณซับไทยที่แปลได้ฮามาก ซับ Ted 2 ไม่ได้เน้นแปลตรง แต่เน้นเปลี่ยนมุขบางอย่างที่เป็นเฉพาะสังคมอเมริกัน ให้กลายเป็นมุขจิกกัดสังคม/วงการบันเทิงของไทยแทน อย่างคืนความสุขหรือโรฮิงญา แน่นอนว่าไม่มีในต้นฉบับอยู่แล้ว ยกเว้นมุขบางอย่างที่เป็นที่รับรู้ในระดับสากลอยู่แล้ว ก็จะคงความหมายเดิมไว้เอาไว้ ส่วนตัวรับกับการแปลซับแบบนี้ได้ เพราะไม่ได้ไปทำให้เส้นเรื่องเสีย แต่เพิ่มความสนุกได้มาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่คุ้นกับสังคมอเมริกัน อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าการแปลแบบนี้อีกกลุ่มหนึ่งก็อาจมองได้ว่าเป็นการแปลที่ “แย่” มาก และทำให้ขาดความเป็น Original ของตัวหนัง ซับควรแค่แปล แต่ไม่ควรไปเพิ่มหรือลดอารมณ์ความรู้สึกของหนัง อันนี้ก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถมองได้เช่นกัน

สิ่งที่ทำให้ “Ted 2” แตกต่างจาก Ted 1 ยังรวมไปถึงการเปลี่ยนประเด็นหลักของเรื่อง จากที่ภาคแรกนำเสนอเรื่องราวของ “John Bennett” (Mark Wahlberg) เป็นแกนหลัก นำเสนอประเด็นผู้ใหญ่ไม่รู้จักโต มาภาคนี้ได้เน้นไปที่ “Ted” อย่างเต็มตัว Ted กลายเป็นตัวเดินเรื่อง ประเด็นหลักของเรื่องก็เกี่ยวกับตัว Ted โดยตรง ซึ่งก็คือประเด็น “สถานะความเป็นคน” ของ Ted ที่แม้ตัวหนังจะไม่ได้ลงลึกอะไรมากมาย แต่มันก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาว่าอะไรคือสิ่งที่แบ่งแยก “คน” ออกจากสิ่งอื่น ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา ต้นกำเนิด แต่รวมไปถึงความสามารถตระหนักรู้ในตนเอง และการเป็นบุคคลที่หวังดีต่อผู้อื่น ซึ่งประเด็นหลังหนังได้เน้นค่อนข้างมาก เพราะมันคือขั้วตรงข้ามของ Ted หมีแสบ ที่ตลอดชีวิตใช้ชีวิตเสเพลมาโดยตลอด

คำถามเรื่องความเป็นคนทำให้ Ted ภาคนี้ดูหนักแน่นขึ้น และเนื่องจากมันเป็นประเด็นที่เข้าใจกันได้ในระดับสากล บวกกับมุขและซับไทยที่่ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ทำให้ส่วนตัวอินและตลกกับ Ted 2 มากกว่าภาคแรก แต่สำหรับคนอเมริกันที่ชอบ Ted ภาคแรกเพราะมุขแบบอเมริกันและความทรงจำวัยเด็ก ก็อาจไม่ชอบภาคนี้ก็ได้

 

ความชอบส่วนตัว: 7/10 

 

amanda-seyfried1-1940x1023

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here