[Review] The Big Short – คุยไรกันอะ

0
103
views


3053661-poster-p-1-ruff-selena-gomez-meets-collateralized-debt-obligations-in-the-big-short

 

เคยดูหนังแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น “คนโง่” มั้ย ถ้ายังแนะนำ “The Big Short” หนังที่ว่าด้วยวิกฤตการเงินซับไพร์มในสหรัฐอเมริกาช่วงปี 2008 ซึ่งในหนังจะเต็มไปด้วยศัพท์แสง ธุรกรรม และการต่อสู้ขับเคี่ยวกันทาง “การเงิน” แค่คำว่า “สัญญาเครดิตอนุพันธ์” ก็ชวนงงแล้ว นี่ยังลามไปถึงธุรกรรมทางการเงินที่ซับซ้อนอย่าง “CDO” และ “ซินเธติก CDO” อีก

สำหรับใครที่เรียนมาหรือทำงานสายการเงิน ก็อาจจะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ จะเกิดอาการแบบ “พวกเอ็งกำลังคุยอะไรกัน” แม้ในหนังมีความพยายามที่จะอธิบายศัพท์แสงบางอย่างให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่มันก็ยังยากอยู่ดีสำหรับที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และออกจากโรงมาอย่างไม่รู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงินเหมือนเดิม อันที่จริงสมองผมเริ่มปิดรับตั้งแต่ได้ยินคำว่า “พันธบัตร” แล้ว

แต่ก็น่าแปลกอีกเช่นกัน…ทั้งที่เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเงินเลย แต่กลับดูหนังที่เกี่ยวกับการเงิน 100% เรื่องนี้สนุกซะงั้น มันเหมือนกับการเราเข้าไปอยู่ในวงสนทนาที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คนในวงกำลังคุยเรื่องไรกัน แต่เราก็ยังชอบจะนั่งอยู่ในวงนั้น เพราะเราชอบท่าทาง ปฏิสัมพันธ์ Reaction ของคนในวงที่มีต่อกันระหว่างกำลังคุย มันเหมือนไม่ใช่แค่นั่งเฉยๆ แล้วอ้าว…วันนี้เราจะคุยเรื่องซับไพร์มกัน แต่ระหว่างคุยไปก็ต่อยไป ร้องเพลงไป แหกปากใส่กัน คือรู้ตัวอีกทีก็นั่งในวงสนทนานี้จนจบ แม้จะไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่คุยก็ตาม

ดังนั้น จุดเด่นของ “The Big Short” การเล่าเรื่อง ที่ผสานการเล่าเรื่องแบบสารคดี ผสมด้วยการล้อเลียนตัวเอง และเทคนิคแบบ “Break the Fourth Wall” หรือก็คือการให้ตัวละครหันมาคุยกับคนดูเสียเลย โดยเฉพาะเวลาที่ในหนังกำลังคุยศัพท์เทคนิคยาก หนังก็ล้อเลียนตัวเองด้วยการหันมาถามว่า “เอ็งกำลังงงอยู่ใช่ปะ?” มุขแบบนี้ใช้หลายจังหวะมากในเรื่อง แต่ก็เป็นจังหวะพอเหมาะตลอด เหมือนรู้ตลอดว่าคนดูกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็หันมาเล่นกับคนดูเสียเลย ยิ่งเมื่อรวมกับการตัดต่อและดนตรีประกอบที่ตัดมาได้มันส์แถมกวนตีนมาก ยิ่งแสดงฝีมือการเล่าเรื่องของผู้กำกับเข้าไปอีก น่าคิดว่า ด้วยบทแบบเดียวกัน ถ้าไปอยู่ในมือผู้กำกับคนอื่น ที่ไม่ได้มีเทคนิคการเล่าเรื่องที่แพรวพราวแบบนี้ หนังเรื่องนี้จะกลายเป็นยานอนหลับชั้นดีแน่ๆ

 

Christian Bale plays Michael Burry in The Big Short from Paramount Pictures and Regency Enterprises

 

“The Big Short” ชูจุดขายอย่างหนึ่งคือการรวมดาราตัวพ่อ 4 คนไว้ในเรื่องเดียว ได้แก่ “Christian Bale” “Brad Pitt” “Steve Carell” และ “Ryan Gosling” แต่อย่าไปคาดหวังว่าจะได้เห็น 4 คนปะทะฝีมือกันมากนัก เพราะที่เข้าฉากด้วยกันมีแค่ Steve กับ Ryan เท่านั้น ขณะที่ Christian กับ Brad นั้นถ่ายแยกต่างหาก ไม่มีซีนร่วมด้วย (คงเพราะคิวไม่ได้ด้วย) อย่างไรก็ตาม แต่ละคนก็มีซีนให้โชว์ฝีมืออยู่ ที่ประทับใจสุดก็คงหนีไม่พ้น Steve Carell กับบทผู้จัดการกองทุนโลกไม่สวย ปากร้าย และพร้อมปรี๊ดแตกได้ตลอด และอีกคนก็คือ Ryan Gosling ที่เรื่องนี้จะว่าพลิกบทบาทก็ได้ มาเป็นแนวยียวนกวนประสาท พูดเยอะ พลิกภาพหล่อนิ่งๆ พูดน้อยแบบในเรื่องก่อนๆ ของเขา

ป.ล. แม้ “The Big Short” จะอ้างว่าสร้างจากเหตุการณ์จริง แต่ใน 4 ตัวละครนำ มีแค่บท “Michael Burry” ของ Christian Bale เท่านั้นมีตัวตนจริง ส่วนอีก 3 คนนั้น เป็นการดัดแปลงจากบุคลิกของบุคคลจริง แต่แต่งเสริมเข้าไปบางส่วน และไม่ได้ใช้ชื่อบุคคลจริงในหนัง

 

Scale-8
 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here