[Review] The Conjuring 2 – หลอกกันเล่นหรือเปล่า หรือว่าคิดจริงจะฆ่ากัน

0
77
views

the-conjuring-2-frances-oconnor-madison-wolfe-lauren-esposito
 
แต่ละคนจะมีหนังที่เป็นยาขมของตัวเองอยู่ อย่างกรณีผมก็คือหนังแนวสยองขวัญ โดยเฉพาะหนังที่เล่นกับความ “ตุ้งแช่” ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้กลัวผีหลอกนะ แต่กลัวจังหวะการหลอกของผี ที่ทำให้เราตกใจแบบฉับพลันมากกว่า ยิ่งการดูหนังแนวนี้ในโรงภาพยนตร์ที่มันเป็นการบังคับให้เราต้องจดจ่อกับหนัง มากกว่าการดูผ่านทีวีที่บ้านที่เราเลือกจะเปลี่ยนช่องหรือปิดไปเลยก็ได้ ก็เลยพยายามบอกตัวเองว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าไปดูหนังผีในโรงเลย กระนั้นส่วนตัวก็ชอบละเมิดกฎข้อนี้ และไปลองของอยู่บ่อยๆ โดย “The Conjuring 2” คือเป้าหมายการลองของครั้งล่าสุด เพราะกระแสดีเหลือเกิน

ผลก็คือ ไม่น่าเลย… ครึ่งแรกของเรื่อง เอามือบังหน้าจอไปเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่จะปิดตาก็ไม่ได้ เพราะภาษาอังกฤษไม่ค่อยกระดิก ปิดหมดก็อ่านซับไม่ได้ เลยต้องบังไว้บางส่วนให้พอเห็นซับ รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมชิงไหวชิงพริบกับเฮีย “James Wan” คือแกจะตุ้งแช่ใช่มะ เรารู้ทัน เราเอามือบังไว้ก่อน แต่หลายครั้งก็พ่ายแพ้ให้กับ James Wan บางช่วงคิดว่า เออ คงหลอกเสร็จละ เอามือออก ปรากฏเฮีย James จัดมาแบบคอมโบอีกติดๆ กัน หัวใจจะวาย นี่กะหลอกกันเล่นๆ หรือฆ่ากันจริงๆ

เรื่องของจังหวะนี่แหละที่กลายเป็นจุดเด่นของ The Conjuring 2 และเป็นเอกลักษณ์ของ James Wan ที่ทำให้หนังผีของแกมีความพิเศษแตกต่างจากหนังผีฝรั่งของคนอื่นๆ James เป็นคนที่เล่นกับจังหวะได้อย่างเก่งกาจ จากที่ตอนแรกเหมือนจะเดาทางง่าย แต่สุดท้ายเราเดาจังหวะของแกไม่ได้เลย ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่ผีจะออก และเมื่อไหร่ผีจะกลับไป มันเลยกลายเป็นบรรยากาศความไม่ไว้วางใจ จนกลายเป็นความกลัวในหนัง แล้วนอกจากจังหวะหลอกผี James ยังเล่นกับการพลิกอารมณ์ เปลี่ยนจากความสยองให้กลายเป็นมุขตลกร้ายได้ในทันที เพื่อเบรกอารมณ์ โดยที่ไม่รู้สึกติดขัดอะไร ไม่แปลกอะไรที่ James จะได้เครดิตจากเรื่องนี้ไปพอควร

 

maxresdefault

 

อย่างไรก็ตาม หนังผีฝรั่งก็คือหนังผีฝรั่ง The Conjuring 2 อาจโดดเด่นที่จังหวะ แต่ในแง่เนื้อหาก็ไม่ได้แตกต่างจากหนังฝรั่งเรื่องอื่นมากนัก และหนังก็ยังอยู่ในกรอบของผีฝรั่ง ซึ่งเป็นกึ่งผีกึ่งปีศาจ ที่บางทีเราก็ไม่ค่อยเข้าใจในเหตุผลมันเท่าไหร่ ว่าทำไมถึงแค้นถึงตามล่าคนนัก นอกเหนือจากความสะใจ ต้องการแสดงอำนาจ และลากไปลงนรกด้วยกัน อาจเพราะมีเวลาว่างเยอะ เนื่องจากยังไม่ไงก็ไม่ได้ไปเกิดใหม่ (คริสต์ไม่มีความเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด) ซึ่งมันค่อนข้างต่างจากผีฝั่งเอเชีย (โดยเฉพาะที่นับถือพุทธ) ซึ่งจะมีเหตุผลส่วนตัวในการกระทำ ต้องการล้างแค้น ต้องการทวงความยุติธรรมอะไรก็ว่าไป และถ้าทำสำเร็จแล้ว ผีนั้นก็มักจะไปเกิดใหม่

การดูเป็นผีที่ไม่ค่อยมีเหตุผลนี่แหละ ทำให้การผูกเรื่องของผีฝรั่งจะไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ดราม่ากระตุกอารมณ์มากเท่าผีเอเชีย แต่ข้อดีของมันก็คือ เปิดโอกาสให้ผีหลอกได้เต็มที่ ไม่ได้มาแบบวับๆ แวมๆ แบบผีเอเชีย ซึ่งใน The Conjuring 2 ก็มาแบบจัดเต็ม

แม้ตัวเนื้อเรื่องจะไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากมาย ยังคงยึดแนวทางภาคแรกที่เป็นเรื่องของผัวเมียจิตสัมผัส กับคดีปราบผีของพวกเขา แต่ด้วยความโดดเด่นเรื่องของจังหวะ ก็ยังพอทำให้หนังผีเรื่องนี้เหนือชั้นในการสร้างอารมณ์หลอกหลอนให้กับคนดู และทำให้แฟรนไชรส์หนังเรื่องนี้มีอนาคตไปได้อีกยาว

 

Scale-7

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here