[Review] The Huntsman: Winter’s War – สามแม่ไม่ช่วยอะไร

0
102
views

kinopoisk.ru

 

เรื่องมีอยู่ว่า “Snow White and the Huntsman” หนังเกี่ยวกับ Snow White ฉบับตีความใหม่ในโทนเรื่องที่จริงจังและ Epic มากขึ้น ออกฉายเมื่อปี 2012 แม้คำวิจารณ์จะออกมากลางๆ ค่อนไปทางไม่ค่อยดี แต่รายรับนั้นน่าพึงพอใจมาก จนเกิดความคิดกันว่า “งั้นเรามาทำภาคสองต่อกันเถอะ” อย่างไรก็ตาม ก็ดันเกิดเรื่องฉาวโฉ่ขึ้นมาว่า “Kristen Stewart” เจ้าของบท Snow White ดันมีข่าวไปกุ๊กกิ๊กกับ “Rupert Sanders” ทั้งที่ขณะนั้น Kristen ก็มีแฟนอยู่แล้ว ส่วน Rupert ก็มีลูกมีเมียเช่นกัน นั่นทำให้อนาคตหนังภาคต่อสั่นคลอนทันที เมื่อเมียผู้กินกับ ยื่นคำขาดว่า ถ้าจะทำหนังต่อ ก็ต้องไม่มี Kristen อยู่ในหนังอีกต่อไป

สุดท้ายเพื่อตัดปัญหาทั้งหมดออก Universal เจ้าของหนัง เลยอัญเชิญทั้ง Kristen และ Rupert ออกจากหนังไปทั้งคู่ (แต่จะตลอดไปมั้ยไม่แน่ใจ) ทั้งยังเปลี่ยนโครงการหนังภาคต่อให้กลายเป็นหนังภาคแยก ที่เน้นไปที่บทบาทของตัว “The Huntsman” แทน คงเพราะเชื่อว่า แค่ “Chris Hemworth” ก็น่าจะพอขายได้อยู่ ยิ่งกว่านั้น Universal ยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวหนังด้วยการดึงเอา 2 ตัวแม่อย่าง “Emily Blunt” กับ “Jessica Chastain” มาเล่นด้วย สมทบด้วย “Charlize Theron” ตัวแม่จากภาคหลัก ที่กลับมารับบทราชินีใจร้ายเหมือนเดิม

เรื่องราวของ “The Huntsman: Winter’s War” เป็นทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนและหลังเหตุการณ์ใน Snow White and the Huntsman โดยเปิดเผยว่าตัวราชินี “Ravenna” (Charize Theron) มีน้องสาวอยู่คนหนึ่งชื่อว่า “Freya” (Emily Blunt) ซึ่งผิดหวังจากความรัก จน….Let it Go…Let it Go….กลายเป็น Elsa….ไม่ใช่ละ กลายเป็นราชินีน้ำแข็งต่างหาก Freya ย้ายไปครอบครองแผ่นดินทางเหนือ จับเด็กมาฝึกเป็นทหารของตน โดยหนึ่งในนั้นก็คือ “Eric” หรือ “The Huntsman” (Chris Hemsworth) ตัว Freya นั้นตั้งกฎไว้ว่า ห้ามคนในอาณาจักรของเธอมีความรัก แต่กฎก็ถูกแหกโดยตัว Eric นั่นเอง เมื่อเขาผูกสมัครรักใคร่กับ “Sara” (Jessica Chastain) เพื่อนทหารที่เติบโตมาด้วยกัน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Eric กลายเป็น The Huntsman แบบที่เห็นในภาคหลัก

ขณะที่ในส่วนเรื่องราวหลังเหตุการณ์ในภาคหลักนั้น เกิดขึ้นเมื่อกระจกวิเศษยังคงแผลงฤทธิ์จนกระทั่ง Snow White เริ่มเป็นบ้า (แต่ทั้งเรื่องเราก็ไม่ได้เห็นหน้า Snow White หรอกนะ) จนต้องมีการย้ายกระจกวิเศษไปที่อื่น แต่ก็ดันโดนขโมยระหว่างทาง จน Eric ต้องรับหน้าที่มาเป็นผู้ตามหากระจกวิเศษและนำไปไว้ในที่ที่ควรอยู่ ซึ่งเหตุการณ์นี้นี่เองที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับโจทก์เก่า Freya อีกครั้ง

จุดต่างสำคัญระหว่าง Snow White and the Huntsman กับ The Huntsman: Winter’s War ก็คือ เรื่องแรกนั้นเป็นงานดัดแปลงจากเทพนิยายที่มีอยุ่แล้ว ขณะที่เรื่องสองเป็นการแต่งเรื่องใหม่ขึ้นมา ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวนั้น เป็นการแต่งเพิ่มเพื่อหวังภาคต่ออย่างเดียว อะไรที่คิดได้ก็ใส่ๆ เข้าไป เพื่อให้มีเรื่องให้เล่าต่อเท่านั้น โดยไม่ได้ใส่ใจว่าเรื่องที่แต่งมาจะมีความหนักแน่นหรือไปส่งเสริมแกนหลักของหนังชุดนี้แค่ไหน ผลที่ได้คือการออกทะเล และเล่าเรื่องในส่วนที่เป็นน้ำมากกว่าเนื้อ

 

69704739

 

ในขณะที่หนังภาคนี้พยายามพร่ำบอกว่า “ความรักชนะทุกสิ่ง” เพื่อคัดคานกับความคิดของ Freya ที่มองว่า “ความรักเป็นแค่คำหลอกลวง” เรากลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความรักในเรื่องนี้ Eric กับ Sara รักกันง่ายมาก โอเคเราอาจจะบอกว่า เพราะ Eric กับ Sara อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่หนังก็เพิ่งมาเน้นความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ตอนโตแล้วเท่านั้น ขณะที่ตัว Freya นั้นเราก็ไม่ค่อยเข้าใจในความเจ็บแค้นความรักขนาดนั้น เพราะความรักของ Freya นั้นตัดมาเร็วและไปเร็ว จนเราไม่เข้าถึงอารมณ์นางเท่าที่ควร

หนังพยายามใส่ความตลกเข้าไป ด้วยการใส่คนแคระชายคนแคระหญิงเข้าไป แบบเดียวกับภาคหลัก แต่คนแคระภาคนี้กลับมากันแค่ 4 คน (ชาย 2 หญิง 2) มุขต่างๆ ก็แป๊กเสียเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญ คนแคระในภาคนี้กลับดูเป็นคนไร้ประโยชน์ไปซะงั้น ต่างจากภาคแรกที่คนแคระเป็นผู้ช่วยชั้นดีในการช่วยให้ Snow White สามารถเอาชนะราชินี้ได้

พูดถึงราชินี้ ต้องบอกว่าตัว Charlize ยังคงความเป็นแม่เหมือนเดิม ออกน้อยลง แต่ทุกฉายที่ออกยังคงสะกดเราไว้ได้ จะว่าเป็นหนึ่งจุดเด่นไม่กี่จุดของภาคนี้ก็ได้ นอกเหนือจากงาน CG และเสื้อผ้าที่อลังการดาวล้านดวงมากเช่นกัน กระนั้น การที่หนังได้ 3 ตัวแม่มาไว้ในเรื่องนี้ เราก็คาดหวังว่าหนังจะเปิดโอกาสให้มีการโชว์ของและปะทะกันระหว่างตัวแม่มากกว่านี้ แต่เท่าที่มีในหนังก็แค่อยู่ในระดับเฉยๆ เท่านั้น ยิ่งตัว Jessica นั้นยิ่งค่อนข้างไม่เด่นเลยในเรื่องนี้

จะว่าไปอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหนังยังมี Snow White ในภาคนี้ หลายอย่างอาจดูลงตัวมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เพราะว่าภาคต้นเป็นเรื่องของ Snow White หรอกนะ แต่เพราะหาก Snow White มีบทในภาคนี้ มันจะทำให้เกิดเส้นเรื่องความรักระหว่าง Eric, Sara และ Snowwhite เกิดการลังเลระหว่างรักครั้งเก่ากับครั้งใหม่ของ Eric ความขัดแย้งนี้จะยิ่งทำให้แนวคิดของ Freya ที่ว่า ความรักเป็นแค่คำลวง เป็นจริงยิ่งขึ้น และหนังคงเล่นกับประเด็นนี้ได้อย่างสนุกยิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า Eric ลืมความผูกผันของเขากับ Snow White ไปหมดแล้ว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วจุมพิตตื่นจากนิทราในภาคก่อนมันจะมีความหมายอะไร

 

Scale-3

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here