[Review] The Intern – แก่อย่างมีคุณค่าและสไตล์

0
123
views

Lo-stagista-inaspettato-3
 
เวลาพูดถึงคนแก่ ภาพหนึ่งที่เรานึกถึงคืออาการเจ็บป่วยต่างๆ เริ่มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องการคนมาดูแล กังวลว่าลูกหลานจะไม่รัก และใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อรอวันตาย นั่นเป็นสภาวะที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่ จึงเป็นสาเหตุที่เราไม่ค่อยอยากแก่เท่าไหร่ แต่ภาพเหล่านี้ไม่ใช่ทั้งหมดของคนแก่ โดยเฉพาะเมื่อเราเข้าสู่ยุค “สังคมผู้สูงอายุ” ที่คนแก่จำนวนหนึ่ง เคยเป็นคนหนุ่มสาวที่ประสบความสำเร็จมาก่อน พวกเขามีเงินทองเก็บไว้พอควรจนทำให้ไม่มีปัญหากับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ลูกหลานก็ให้ความเคารพอย่างดี ฟังดูเป็นชีวิตที่ดี แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิต เพียงแต่ปัญหาที่พวกเขาเผชิญไม่ใช่โรคภัย หากแต่เป็นความรู้สึกไร้ค่าของตัวเอง

“Ben Whittaker” (Robert De Niro) คือคนแก่ประเภทนั้น ภายนอกเขาดูเป็นคุณตาอารมณ์ดี แต่ภายใน Ben เบื่อกับชีวิตที่ไม่มีอะไรทำ ยิ่งต้องใช้ชีวิตคนเดียว ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกนี้สั่งสมมากขึ้นอีก ดังนั้น เมื่อ Ben เหลือบไปเห็นประกาศรับสมัครพนักงานฝึกหัดสูงวัยของ “Fit” บริษัท E-commerce เสื้อผ้าแนว Startup ที่กำลังมาแรง จึงตัดสินใจสมัครทันที สำหรับ Fit การรับสมัครพนักงานฝึกหัดครั้งนี้อาจเป็นเพียงโครงการเพื่อสังคมเท่านั้น แต่สำหรับ Ben มันคือโอกาสพิสูจน์ว่าถึงจะแก่แต่ก็ยังมีคุณค่า ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่คนแก่ที่ใครๆ มองว่าไร้ค่าและรอวันตายเท่านั้น

ความน่าสนใจของ “The Intern” ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่ใช้คนแก่เป็นตัวละครนำ หากแต่ยังเป็นหนังที่มีความสมัยใหม่มาก เพราะได้สะท้อนสภาพสังคมสมัยใหม่ในหลายๆ ด้าน ทั้งสังคมผู้สูงอายุ ที่ทำให้เกิดคนแก่อยากทำงานแบบ “Ben” ขึ้นมา หรือสังคมที่ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหน้า จากกรณีของ “Jules Ostin” (Anne Hathaway) CEO ของ Fit และยังเป็นเจ้านายโดยตรงของ Ben เธอเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังสาว และทำหน้าที่เป็นผู้เลี้ยงดูครอบครัว ขณะที่สามีของเธอ “Matt” (Anders Holm) ลาออกจากงานมาเป็น “พ่อบ้าน” เต็มตัว เพื่อเปิดทางให้ Jules ทุ่มความสนใจกับงานได้เต็มที่ มันเป็นเรื่องใหม่มากเพราะที่ผ่านมาเราคุ้นกับการที่ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้ามาตลอด นอกจากนี้ แม้แต่ธุรกิจ Fit เอง ก็สะท้อนลักษณะการทำธุรกิจสมัยใหม่ในยุคดิจิตอล ที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่สไตล์การทำงานก็เน้นความคล่องตัวและยืดหยุ่น แตกต่างจากงานเก่าของ Ben ทั้งในแง่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งของ Ben เป็นบริษัทสมุดหน้าเหลือง สิ่งของที่ตกยุคและแทบไม่มีใครใช้แล้ว และในแง่สไตล์การทำงาน ที่บริษัท Ben เน้นความเป็นระเบียบ แบ่งงานอย่างชัดเจน สังเกตได้จากสไตล์การแต่งตัวของ Ben ที่ต้องเนี้ยบเสมอ รวมไปถึงคติการทำงานที่ใดที่หนึ่งอย่างยาวนานแบบ Ben ที่ทำงานบริษัทเก่ามากว่า 40 ปี ก็ดูไม่ใช่คติที่คนทำงานปัจจุบันยึดถือสักเท่าไหร่

การเข้าสู่สังคมแบบใหม่นี้ แน่นอนว่าย่อมต้องมีปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็น Ben ที่เกิดความรู้สึกไร้ค่า จนอยากกลับไปทำงาน Jules ที่กลายเป็นช้างเท้าหน้าจนทำให้สามีเกิดความรู้สึกด้อยกว่าและสั่งสมกลายเป็นปัญหาชีวิตคู่ กระทั่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Fit ก็กลายเป็นปัญหาจนมีการเสนอให้หา CEO ระดับมืออาชีพมาบริหารแทน Jules ที่อาจดูแลไม่ไหว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ The Intern ให้ความสำคัญไม่ใช่ปัญหา แต่คือการแก้ปัญหา นั่นทำให้ The Intern กลายเป็นหนังมองโลกในแง่ดี (จะว่าโลกสวยก็ได้) ที่สื่อว่าการเปลี่ยนผ่านจากสังคมสมัยเก่าสู่สมัยใหม่ แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ก็ไม่ยากเกินจะปรับตัว จริงๆ หนังสามารถพัฒนาความแตกต่างระหว่างเก่ากับใหม่ให้กลายเป็นดราม่าความขัดแย้งได้ โดยเฉพาะกรณีของ Ben กับ Jules ที่แตกต่างกันสุดขั้วทั้งเพศ ครอบครัว อายุ นิสัย ฯลฯ แต่เพราะ The Intern เลือกจะมาในสาย Feel Good แทนที่ความแตกต่างจะเป็นปัญหา เรากลับได้เห็น Ben กับ Jules พยายามปรับตัวเข้าหากัน และใช้จุดเด่นของแต่ละฝ่าย ประสบการณ์ของ Ben ความสมัยใหม่ของ Jules เต็มเต็มกันและกัน นั่นทำให้ The Intern เป็นหนังอารมณ์ดี ที่ทำให้เรายิ้มไปได้ตลอดเรื่อง

ที่สำคัญยังชอบมากที่หนังเลือกจัดวางความสัมพันธ์ระหว่าง Ben กับ Jules บนพื้นฐานของมิตรภาพ เป็นเพื่อนต่างวัยที่มีความปารถนาดีต่อกัน ไม่ใช่แบบผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก และไม่ใช่แบบคู่รักกัน แม้ว่าเคมีของ Robert กับ Ann จะดูเข้ากันดีก็ตาม แต่ถ้าหนังเลือกเดินไปด้านรักต่างวัย มันก็ไม่ต่างอะไรจากหนังโรแมนติกเรื่องอื่นๆ แถมยังอาจจะไปกลบประเด็นอื่นๆ ในเรื่องอีก ความสัมพันธ์แบบเพื่อนนี้ยังพิสูจน์ว่าผู้ชายสามารถเป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้ โดยไม่มีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง และอายุไม่ใช่อุปสรรคของมิตรภาพ

สุดท้ายสิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างคือ หนังทำให้นักแสดงแต่ละคนดูดีจริงๆ Robert De Nero กลายเป็นคุณตาในอุดมคติ เป็นเป้าหมายในชีวิตว่าเราจะแก่ไปเป็นแบบนี้ ขณะที่ Ann Hathaway นั้นสวยเด่นทั้งหน้าทั้งชุด เหมาะแล้วกับบท CEO บริษัทเสื้อผ้าแฟชั่น

 

ความชอบส่วนตัว: 7/10  

 
1443505915_stazher-1

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here