[Review] The Killing of a Sacred Deer – เรายอมแลกบางสิ่งกับบางสิ่งได้แค่ไหน (Spoil)

0
531
views

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (Spoil)

 

ศัลยแพทย์หนุ่มใหญ่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อเด็กหนุ่ม ลูกชายอดีตคนไข้ของเขา กลับมาทวงความยุติธรรม โทษฐานที่ศัลยแพทย์ที่ต้นเหตุที่ทำให้พ่อของเขาเสียชีวิต ฟังดูเป็นพล็อตล้างแค้นที่เราอาจพบเห็นได้ทั่วไป แต่มันคงไม่ธรรมดาเมื่อมาอยู่ในมือของ “Yorgos Lanthimos” ผู้กำกับที่เคยพาเราไปสำรวจโลกที่ความโสดเป็นสิ่งต้องห้ามใน “The Lobster” มาแล้ว

เมื่อเทียบกับ The Lobster โลกใน The Killing of a Sacred Deer ดูจะเป็นอะไรที่ยากจะเข้าใจหรือยอมรับได้มากกว่า เพราะโลกใน The Lobster แม้จะประหลาด แต่หนังก็ Set up และพาเราไปรู้จักกฎเกณฑ์ต่างๆ ในโลกที่ความโสดเป็นสิ่งต้องห้ามตั้งแต่ต้นเรื่อง นั่นทำให้เราใช้เวลาไม่นานในการทำความคุ้นเคยกับโลกนั้น แต่กับโลกใน The Killing of a Sacred Deer นั้น เริ่มต้นมาอย่างกับโลกธรรมดาสามัญทั่วไป แต่พอเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ มันก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นโลกแบบอื่นซึ่งมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่อาจขัดกับสามัญสำนึกเรา

เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราจึงต้องเลือกว่าควรจะยังใช้เหตุผลปกติหรือไม่ เพราะถ้าเรายังใช้ตรรกะโลกมนุษย์อยู่จะรู้สึก The Killing of a Sacred Deer เป็น “หนังเชรี่ยไรวะ” ทันที แต่การที่หนังปูเรื่องมาโดยอิงกับความเป็นจริงมาตลอด ยิ่งทำให้เราตะขิดตะขวงใจเมื่อต้องเลือกทิ้งตรรกะแบบเดิม นี่จึงเป็นหนังที่เราต้องอาศัยการเปิดใจอย่างมากเลยทีเดียว

แล้วอะไรคือจุดนั้น ตรงนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง Spoil ละกัน ใครยังไม่อยากรู้ ก็จบตรงนี้ได้เลยนะครับ

….

..

.


เมื่อ “Martin Lang” (Barry Keoghan) เริ่มลงมือแก้แค้นศัลยแพทย์หนุ่มใหม่ “Steven Murphy” (Colin Farrell) ด้วยการทำให้คนในครอบครัวของเขาต้องเจ็บ เริ่มจากแค่เป็นอัมพาต ไม่กินอาหาร ไปจนถึงเลือดออกจากตา ซึ่ง Steven จะต้องเลือกให้ใครสักคนหนึงในครอบครัว เพื่อยุติวังวนความแค้นนี้

ตามสไตล์หนังทั่วไป เมื่อการล้างแค้นเริ่ม สิ่งที่เรามักจะโฟกัส นอกจากการลุ้นว่าตัวเอกจะรอดมั้ยแล้ว เรายังอยากรู้ว่าคนร้ายจะใช้วิธีไหนแก้แค้น ทำยังไงให้คนอื่นเป็นอัมพาตได้ แล้วหมอทั้งโรงพยาบาลตรวจหาสาเหตุไม่เจอเลย ซึ่งหนังก็หักหลังเราด้วยการที่สุดท้ายก็ไม่ยอมเฉลยว่า Marin ใช้วิธีการใดทำร้ายครอบครัว Murphy กันแน่

กลายเป็นว่ามันทำให้เราอาจต้องยอมรับสมมติฐานอย่างหนึ่งที่ว่า “Martin มีพลังวิเศษ” จะด้วยในรูปแบบไหนหรือะไรก็ตาม แต่ไม่ใช่วิธีที่วิทยาศาสตร์อธิบายได้แน่นอน ยิ่งเมื่อรวมกับที่ช่วงท้ายมีฉากหนึ่งที่ “Anna Murphy” (Nicole Kidman) ภรรยาของ Steven ก้มลงจูบเท้าของ Martin ยิ่งทำให้เขาดูมีสถานะเป็นผู้วิเศษมากเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม ถ้าสมมติเรายอมรับได้กับสมมติฐานนั้น ก็จะพบว่าหลายๆ อย่างมันล็อกเลยทีเดียว และมันก็ทำให้ The Killing of a Sacred Deer กลายเป็นหนังเสียดสีประชดประชันชนชั้นกลางอย่างร้ายกาจด้วย

ครอบครัว Murphy เป็นครอบครัวในฝันของชนชั้นกลาง มีฐานะดี อาชีพมั่นคงและได้รับการยกย่องนับถือ สามีเป็นศัลยแพทย์ชื่อดังในโรงพยาบาลใหญ่ ขณะที่ภรรยาก็เป็นจักษุแพทย์ที่มีคลินิกของตัวเอง ทั้ง 2 ยังมีลูกสาวลูกชายที่น่ารัก ฉลาด และสามารถเป็นความหวังของครอบครัวได้ ทุกอย่างแทบจะดู Perfect สำหรับครอบครัวนี้ และพวกเขาก็พยายามรักษาความ Perfect นี้ไว้ ด้วยการวางกฎระเบียบ แบ่งหน้าที่ ความรับผิดชอบคนในบ้านอย่างชัดเจน เพื่อประกันว่าชีวิตพวกเขาจะเป็นเช่นนี้ต่อไป

แต่การเข้ามาของ Martin ก็เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ยิ่งเมื่อสิ่งที่อธิบายไม่ได้เกิดขึ้นกับครอบครัว Murphy ยิ่งทำให้พวกเขาที่เชื่อมั่นในกฎเกณฑ์และแผนการที่วางไว้ ยิ่งไม่รู้จะรับมือกับมันยังไงอีก สุดท้ายพวกเขาก็ต้องเลือกว่าจะยอมเสียสละส่วนหนึ่งของครอบครัว เพื่อรักษาสถานภาพแบบเดิมไว้หรือเปล่า

มันเป็นการประชดประชันชนชั้นกลางว่ายอมแลกได้แค่ไหนกับการคงรักษาสถานะชนชั้นกลางของตัวเองไว้ เมื่อต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผนการชีวิตของพวกเขา ซึ่งในเรื่องพวกเขาเลือกที่จะยอมสูญเสียลูก พร้อมด้วยคำปลอบใจว่า ยังไงก็คงมีใหม่ได้

ก็เช่นเดียวกับ The Lobster ที่ Yorgos Lanthimos ยกคงเลือกที่จะประชดประชันบางสิ่่งผ่านโลกที่สุดขั้วของเขา แม้ส่วนตัวจะรู้สึกว่าโลกใน The Killing of a Sacred Deer จะไม่ได้น่าหลงใหลเท่าโลกใน The Lobster แต่ก็ยังเป็นความเขย่าขวัญสั่นประสาทที่ทำให้เราขนลุกขนชันได้ตลอดทั้งๆ ที่มันไม่ใช่หนังผี แถมการแสดงของแต่ละคนโดยเฉพาะ Barry Keoghan ก็น่าสะพรึงมาก (คำชม) หนังไม่ได้ดูยากด้วย แต่ก็นั่นแหละ มันต้องอาศัยความกล้าในการละวางตรรกะแบบปกติลงมากพอควร

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here