[Review] The Wolverine – ก้าวข้าม “Mutant” สู่วิถี “บุชิโด”

1
47
views

the-wolverine-cover-creator

จุดเด่นของ X-Men ก็คือการมีตัวละครที่หลากหลาย พลังพิเศษที่แตกต่างกันออกไป ทำให้มีเรื่องราวเอามาเล่นได้เยอะ ประเด็นความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กลายพันธุ์กับมนุษย์ปกติยังมีความน่าสนใจ และสะท้อนภาพความขัดแย้งทางสังคมได้เป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกันการที่หนัง X-Men ทั้งหมดมุ่งไปที่ประเด็นความขัดแย้งนี้เพียงอย่างเดียว ก็ทำให้เกิดความซ้ำ จนน่าเบื่อหน่ายได้ จะอาศัยเพียงแค่การขายคาแรกเตอร์ใหม่ๆ ก็ไม่น่าจะพอ การพยายามหาแนวทางใหม่ให้กับแฟรนไชส์ X-Men จึงน่าจะเป็นทางออกที่น่าสนใจ และนั่นน่าจะเป็นแนวคิดตั้งต้นของการสร้าง “The Wolverine”

ความล้มเหลวของ “X-Men Origin: Wolverine” หนังภาคแยกเรื่องแรกของ X-Men ที่แม้จะเล่าเรื่อง Wolverine คาแรกเตอร์ที่แข็งแรงและเด่นที่สุดในแฟรนไชส์ X-Men (ถึงขนาดล้อกันว่า X-Men = Wolverine with Friends) แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนัก สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากจงใจขายพลังพิเศษของ Wolverine และเหล่า Mutant เิกินไป จนในแง่เนื้อเรื่องไม่มีแก่นสารอะไรอยู่เลย ใน The Wolverine เราจึงได้เห็นความพยายามหลายอย่างในการแก้ไขความผิดพลาดในภาคก่อน สร้างแนวทางใหม่ๆ ให้กับตัวละคร ไปจนถึงการร่วมสร้างจักรวาล Marvel ในแบบ 20th Century Fox ขึ้นมา ที่นอกจากเหล่า X-Men แล้วยังสามารถต่อยอดไปสู่ Fantastic 4 และ Spider-Man ได้ ทั้งนี้ เพราะความสำเร็จที่เห็นจากจักรวาล Marvel โดย Marvel (The Avengers) มันหอมหวานเหลือเกิน (ตัวละครเหล่านี้มาจากฝั่ง Marvel แต่ลิขสิทธิ์ในการสร้างหนังจะอยู่ที่ Fox หลายตัวละคร)

ความพยายามในการหาแนวทางใหม่ๆ เริ่มตั้งแต่ภาคนี้เป็นภาคแรกที่ไม่มีคำว่า “X-Men” อยู่ในชื่อเรื่อง ซึ่งนั่นหมายความว่า ภาคนี้จะไม่เน้นไปที่ประเด็นเดิมที่เคยเล่นกันอย่าง Mutant vs. Human เราจึงเห็นได้ว่าในเรื่องนี้มี Mutant โผล่มาให้เห็นแค่ 3 คนเท่านั้น (ไม่นับ End Credit) คือ “Logan” หรือ “Wolverine” (Hugh Jackman) ที่เรารู้จักกันดี “Viper” (Svetlana Khodchenkova) สาวสารพัดพิษ และ “Yukio” (Rila Fukushima) สาวน้อยหน้าแปลกผู้มองเห็นอนาคตได้ แต่เอาเข้าจริงตัว Viper กับ Yukio ก็แทบไม่ได้โชว์พลังพิเศษอะไรเลย ขณะที่ตัวละครที่มีพลังพิเศษใน Comic อย่าง Silver Samurai ก็ถูกตีความใหม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ใครที่จะเข้าไปดูเหล่า Mutant อัดพลังใส่กัน คงต้องทำใจไว้สักเล็กน้อย (ถึงมากทีเดียว)

เมื่อถอดประเด็น Mutant vs. Human ไปแล้ว จะเหลืออะไรให้เล่นละ The Wolverine เลือกจะหันกลับมาเล่นประเด็นใกล้ตัว “Wolverine” อย่าง “ความเป็นอมตะ” ของเขา ที่ตอนนี้กลายเป็นฝันร้ายของเขาไปเสียแล้ว หนังเลือกดำเนินเรื่องต่อจากภาค 3 “X-Men: The Last Stand” ที่แม้จะเป็นภาคที่ไม่น่าจดจำนัก แต่ประเด็นที่ Logan เป็นคนฆ่า “Jean” (Famake Janssen) คนรักด้วยมือของเขาเอง ก็ถูกใช้ต่อยอดให้ในภาคนี้ Logan ยังคงฝันเห็น Jean ตลอดเวลา ยิ่งกระำหน่ำความรู้สึกผิดของเขาไปอีก อยากตายก็ตายไม่ได้ ใช้ชีวิตไปอย่างไม่มีจุดหมาย ความรู้สึกเหล่านี้จึงไม่แปลกที่หนังจะเลือก “ญี่ปุ่น” เป็นสถานที่ของเรื่องราว เพราะประเทศนี้มีวิถีชีวิตอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “บุชิโด” ซึ่งเป็นวิถีของซามูไรที่เน้นเรื่องศักดิ์ศรีและจงรักภักดี ชีวิตอยู่เพื่อปกป้องเจ้านาย แม้จะตายก็เป็น “การตายอย่างมีเกียรติ” การพา Wolverine มาที่ญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เพียงการหาสถานที่ใหม่ๆ หรือต้องการตลาดใหม่ๆ ในการทำเงินเท่านั้น แต่ที่ญี่ปุ่นนี้เองที่ Wolverine อาจสามารถค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่และสลายปมเรื่อง Jean ที่ค้างคาลงได้

Logan เดินทางมาญี่ปุ่นตามคำเชิญของ “Ichiro Yashisa” (Haruhiko Yamanouchi) ทหารญี่ปุ่นที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้ช่วงท้ายสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในภาวะใกล้ตาย และยื่นขอเสนอจะย้ายพลังรักษาชีวิตของ Logan มาไว้ที่ตัวเอง เพื่อที่ Logan จะไม่ต้องทนทุกข์กับความทรมาน ขณะที่ยาชิดะเองก็จะรอดพ้นความตายไปได้ แน่นอนว่า Logan ปฏิเสธ ยาชิดะตาย แต่เรื่องราวกลับยุ่งเหยิงมากขึ้น เมื่อ Logan พบว่า จู่ๆ พลังรักษาตัวเองของตนได้หายไป และเขาต้องเข้าไปทำหน้าที่ปกป้อง “Mariko Yashida” (Tao Okamoto) หลานสาวของยาชิดะ จากเหล่าแก๊งค์ยากูซ่า ซึ่งมีพ่อของเธอเอง “Shingen Yashida” (Hiroyuki Sanada) อยู่เบื้องหลัง แต่ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่แท้จริงอาจไม่ใช่ Mariko แต่คือตัวเขาเอง

หนัง ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า องค์ประกอบฉากหลายอย่างในหนังที่สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นมีอยู่อย่างครบถ้วน ทั้งแสงสียามราตรี ปาจิงโกะ รถไฟความเร็วสูง กิโมโน ชาญี่ปุ่น ฯลฯ แต่เหนือสิ่งอื่นใด หนังดึงเอาจิตวิญญาณความเป็นบุชิโดมาใส่ไว้ในตัว Logan แม้จะไม่ถึงขั้นแนบเนียนแต่ก็ทำได้อย่างน่าชื่นชม การยึดถือการแสวงหาเกียรติเป็นหมุดหลักในการดำรงชีวิต ทำให้ Logan เลือกที่จะปกป้อง Mariko ทั้งที่เขาเลือกจะไม่ทำก็ได้ เพราะสภาพเขาในขณะนั้นเองก็แทบจะไม่อยู่ในสภาพที่ปกป้องใครได้ การทำเพื่อสิ่งที่เชื่อ เพื่อสิ่งที่ดีงามนี่เอง ที่จะเป็นแรงผลักดันให้เขามีชีวิตต่อไปและขจัดปมในอดีตได้

ถ้า เทียบกับ X-Men ภาคอื่นๆ The Wolverine มีฉากต่อสู้ค่อนข้างน้อย และที่มีก็ไม่ได้แพรวพราวหรือน่าตื่นตาตื่นใจอะไรมากนัก แต่การได้เห็น Woloverine ปะทะกับเหล่ายากูซ่า ซามูไร และนินจา ก็ถือเป็นรสชาติที่แตกต่าง ที่เราคงไม่สามารถหาได้จากภาคอื่นๆ แต่ถึงแม้ Action จะน้อย แต่หนังก็นำเสนอดราม่าในแบบ Woloverine ได้อย่างน่าชื่นชม แม้จะไม่ใช่ดราม่าที่หนักอะไรก็ตาม น่าเสียดายที่ช่วงท้ายของหนัง ยังทำได้ไม่พีคเท่าที่ควร ไม่ใช่เพราะไม่ค่อยมี Mutant แต่ยังรู้สึกว่าประเด็น “ความอยากเป็นอมตะของ Ichiro กับ ความไม่อยากเป็นอมตะของ Logan” ยังสามารถขยี้ได้กว่านี้ โดยเฉพาะในตัวของ  Ichiro ที่แม้เป็นคนญี่ปุ่นสืบทอดบุชิโดแต่กลับไม่พร้อมที่จะตาย ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน

ในส่วน ของนักแสดงญี่ปุ่นถือว่าแต่ละคนทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐาน แม้จะไม่ถึงกับโดดเด่นก็ตาม เพราะความโดดเด่นไปอยู่ที่ Logan หมดแล้ว ที่ประทับใจสุดๆ ก็ Tao Okamoto แบบว่าเธอสวยจริงๆ สวยมากด้วย และถ่ายทอดความเป็นลูกสาวผู้มีอิทธิพลที่บอบบางแต่ไม่อ่อนแอได้อย่างดี อีกคนก็ Rila Fukushima แม่สาวผมแดงที่แสดงให้เราเชื่อได้ว่า ถ้า Logan คิดจะมีเพื่อนสักคน ก็คือเธอนี่แหละ ที่น่าผิดหวังคงเป็นบท “Harada” (Will Yun Lee) องครักษ์ของบ้าน Yashida ที่คิดว่าน่าจะมีอะไรให้เล่นกว่านี้

The Wolverine อาจไม่ใช่หนัง X-Men ที่เหมาะนักกับคนที่ชื่นชอบ Action หรืออยากดูเหล่า Mutant เยอะๆ แต่สำหรับใครที่อยากดู X-Men ในวิถีทางใหม่ที่ไม่ซ้ำเก่า มีแง่มุมทางจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นให้สัมผัส เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์เลยทีเดียว ซึ่งส่วนตัวก็จัดอยู่ในประเภทหลัง เลยประทับใจเรื่องนี้พอควร แม้จะยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้างก็ต่าง ที่สำคัญนอกจาก The Wolverine จะสร้างเส้นทางใหม่ให้กับตัวเองได้แล้ว หนังยังเปิดประตูสู่แผนการสร้างจักรวาล Marvel ในแบบ Fox ได้อย่างน่าชื่นชม สิ่งที่ Logan เก็บเกี่ยวจากญี่ปุ่น มันทำให้เขารู้ว่าเป้าหมายในชีวิตอะไร และสิ่งนั้นก็คือการกลับไปในโลกที่เขาหลีกหนีมา ฉาก End Credit ท้ายเรื่องสร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้กับเราได้เป็นอย่างมาก และแทบจะรอการมาถึงของ X-Men: Days of Future Past ไม่ไหว

ความชอบส่วนตัว: 7/10

??????????????????????????????????????

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here