[Review] ต้มยำกุ้ง 2 – หม้อนี้ไม่ “แซ่บ”

1
21
views

82131121_n

ถ้าเทียบกับต้มยำกุ้งหม้อก่อน ที่แม้จะแซ่บแต่ก็ถูกวิจารณ์เยอะว่าไร้ซึ่งสารอาหาร มาหม้อนี้ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ผู้กำกับ คงอยากแก้มือเลยพยายามใส่คุณค่าทางโภชนาการต่างๆ เข้าไปจำนวนมาก เราเลยได้บทที่ดูเป็นเนื้อเป็นหนังมากขึ้น มากกว่าแค่การตามทวงหาช้างอย่างเดียว (แต่ก็ยังตามหาอยู่นะ) ส่วนการแสดงของ “จา พนม” ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการแสดงสีหน้า แววตา อารมณ์ต่างๆ ไม่ใช่แค่เอาแต่พูดว่า “ช้างกูอยู่ไหน” นอกจากนี้ต้มยำกุ้ง 2 หม้อนี้ยังเพิ่มวัตถุดิบและส่วนผสมใหม่ๆ เข้าไปอย่าง “จีจ้า ญาณิน” หรือ “ญาญ่าญิ๋ง รฐา โพธิ์งาม” รวมถึงยังได้ศิลปิน Hip-Hop จากอเมริกันอย่าง “RZA” มาเป็นบอสหลักของเรื่อง แต่ของกินนั้น นอกจากส่วนผสมจะดีแล้ว ฝีมือการปรุงของพ่อครัวก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสำหรับต้มยำกุ้ง 2 แล้วล้มเหลวในเรื่องการปรุงอย่างรุนแรง เพราะแม้จะมีสารอาหารและโภชนาการที่เพิ่มขึ้น แต่ทำเสร็จแล้วรสชาติกลับไม่เข้ากันอย่างแรง แถมยังขาดสิ่งที่เป็นหัวใจหลักของต้มยำกุ้งอย่างหนึ่งไปด้วยนั่นก็คือ “ความแซ่บ”

ต้นเหตุของความไม่เข้ากัน เกิดจากการที่ผู้สร้างพยายามยัดทุกอย่างเข้าไปในหนังเรื่องนี้ ไม่รู้เพื่อเป็นการประชดนักวิจารณ์ที่บอกว่าภาคก่อนบทแย่หรือเปล่า ภาคนี้เลยเต็มไปด้วยสารพัดบทใหญ่ บทย่อย ตั้งแต่การเมืองภายในประเทศสมมติ การก่อการร้าย สันติภาพและสงคราม การตามหาช้าง การตามแก้แค้นให้ลุงของฝาแฝด (หรือพี่น้องกันหว่า) ตัวร้ายผู้ชื่นชอบการต่อสู้ ความสัมพันธ์ระหว่างบอสตัวร้ายกับลูกน้องสาวสวย ฯลฯ ซึ่งถ้าปรุงดีๆ ก็อาจออกมาเป็นหนังเรื่องเยี่ยม แต่ถ้าฝีมือยังไม่ถึงมันก็จะเห็นเด่นชัดถึงรอยตะเข็บ รอยต่อ อย่างที่เกิดขึ้นกับต้มยำกุ้ง 2

หลายคนอาจว่า หนัง Action อาจไม่ต้องคำนึงเรื่องบทมากก็ได้มั้ง ซึ่งก็พอจะเข้าใจได้ แต่กับในส่วนของฉาก Action ที่ควรจะเป็นหัวใจหลัก ต้มยำกุ้งภาคนี้ก็ยังทำได้ค่อนข้างน่าผิดหวังและเป็นผลสำคัญที่ทำให้ภาคนี้ไม่แซ่บเหมือนเคย ภาคที่แล้วแม้บทจะไม่เยี่ยม แต่ในส่วนของการต่อสู้ก็มีอะไรหลายอย่างให้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นฉากต่อสู้แบบ Long Take ซึ่งภาคนี้ผู้กำกับก็บอกนะว่ามีถ่ายแบบ Long Take ด้วย แต่ตัดออกมาให้ดูแบบธรรมดาแทน (แล้วจะถ่ายเพื่อ?) หรือคู่ต่อสู้ภาคก่อนก็แซ่บและดูหลากหลายมาก มีตั้งแต่มวยไทย มวยสากลร่างยักษ์ นักสู้วูซู นักดาบ ไปจนถึงนักสู้แบบคาโปเอล่าจากบราซิล การมีศิลปะการต่อสู้ที่หลากหลายอยู่ในเรื่อง เปิดโอกาสให้ต้มยำกุ้งภาคแรกได้ดีไซน์ฉากการต่อสู้และท่าทางมวยหลายๆ อย่างเพื่อใช้ในหนัง ภาพที่ออกมาจึงดูน่าทึ่งและสดใหม่ไม่น้อย นี่ไม่รวมถึงภาคแรกยังใช้รูปแบบการดำเนินเรื่องแบบตะลุยด่าน ฟาดฟัดลูกน้องที่ Lv. สูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปพบกับบอสใหญ่ ทำให้แม้บทโดยรวมจะไม่ดี แต่ก็ยังดูสนุกไม่น้อย

582e01a3a1e16ed2f44caae8ba36f329

แต่กับภาคนี้ ไม่รู้ว่า “พันนา ฤทธิไกร” หมดมุขหรือเปล่า การออกแบบการต่อสู้ในภาคนี้จึงได้ออกมาแห้งแล้งและความมันส์ไปพอควร ศิลปะการต่อสู้ที่เคยหลากหลายในภาคแรก มาภาคนี้เหลือเพียงแค่การต่อยๆ แบบหมัดมวยเท่านั้น ไม่ค่อยแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เสียเท่าไหร่ ฉากจา พนม vs. เด็กแว๊นซ์ ที่ควรจะเป็นไคลแมกซ์ของเรื่องก็ดูยืดยาวไปจนขาดความลุ้นไป ส่วนตัวร้ายทั้งลูกน้องและบอสใหญ่ก็ยังดูไม่มีรังสีความน่ากลัวนัก โดยเฉพาะญาญ่าญิ๋งที่อดคิดไม่ว่าเป็นตัวละครที่อาจไม่จำเป็นต่อเรื่องก็ได้ เพราะแม้จะยอมรับว่าเธอสวยและ Sexy มาก ทุกครั้งที่เธอออกมาเรียกได้ว่าซีนนั้นเป็นของเธอ แต่พอลงมือต่อสู้ทีไรกลับดูไม่น่าเชื่อว่าฝีมือเธอจะร้ายกาจสักเท่าไหร่

นอกจากนี้ หนังยังเต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผลอีกหลายจุด แบบนึกอยากจะใส่อะไรก็ใส่ อย่างมอเตอร์ไซค์วิ่งชนรถไฟฟ้า หรือสู้กันอยู่ดีๆ ไปโผล่ในอุโมค์รถไฟใต้ดิน (แถมยังเป็นที่ภูเก็ต) เท่านั้นไม่พอแปลงร่างเป็นมนุษย์ไฟฟ้าสู้กันบนรางรถไฟแบบไม่กลัวไฟช๊อต พอรถไฟมาก็หลบอยู่ใต้ท้องรถไฟ เว่อร์ไปนะ… CG ก็ยังเป็นอีกหนึ่งจุดอ่อนสำคัญ หลายๆ ฉากเห็นได้ชัดว่าไม่เนียน อาจจะพออ้างได้ว่าทุนสร้างเราไม่ถึงฝั่งฮอลลีวู้ด แต่ระดับ 500 ล้านบาทนี่ก็ไม่น้อยแล้วนะ และเอาเข้าจริงหลายๆ ฉากไม่จำเป็นต้องใส่ CG ไปเลยก็ได้ เน้นสู้แบบดิบๆ สมจริงเหมือนสมัยองค์บากยังจะดีและเข้าถึงคนดูได้มากกว่าด้วยซ้ำ

พูดส่วนไม่ดีมาเยอะ ก็ใช่ว่าต้มยำกุ้ง 2 จะกินไม่ได้เสียทีเดียว ถึงยังไงต้มยำหม้อนี้ก็ยังพอกินได้ มีความสนุกอยู่บ้าง และเราก็ยังพอรับรู้ถึงความพยายามของพ่อครัวที่จะใส่อะไรใหม่ๆ ลงไป เพียงแต่ถึงจะกินได้แต่มันก็ไม่ได้อร่อย ยิ่งเมื่อเทียบกับราคาที่ดันแพงขึ้นสวนทางกับรสชาติ ดังนั้น ถ้าจะพลาดต้มยำกุ้งหม้อนี้ไปก็ไม่น่าเสียดายอะไร ส่วนจา พนม แม้ว่าเห็นได้ชัดความฟิตลดลงไปเมื่อเทียบกับสมัยองค์บาก แต่ฝีมือของเขาก็ยังถือว่าน่าประทับใจ และเมื่อรวมกับพัฒนาการด้านการแสดงไม่ว่าจะในฉากดราม่าหรือฉากขำๆ ช่วงต้นเรื่อง ก็ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจายังไปได้อีก ยิ่งถ้าได้บทดีๆ ที่เปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพได้มากกว่าที่เป็นอยู่ก็ไปได้ไกลแน่ๆ และดีใจทีจาตัดสินใจรับเล่น Fast & Furious 7 แม้อาจจะไม่ใช่บทใหญ่และทำให้ต้องแตกหักกับเสี่ยก็ตาม แต่เส้นทางเดิมมันถึงทางตัน (ดูได้จากต้มยำกุ้ง 2) การหาเส้นทางใหม่เพื่อก้าวต่อก็เป็นเรื่องสมควร  

ความชอบส่วนตัว: 5/10

tyg2-reader-review

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here