[Review] Under the Skin – สวยสยองใต้ร่มผ้า (Spoil)

1
72
views

Under the Skin - Official UK Poster

 

หมายเหตุ: มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (Spoil)

 

Under the Skin… ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งดู Only God Forgive แล้วชื่นชอบในสไตล์การดำเนินเรื่องแบบนั้น คุณจะรู้สึกสนุกสนานกับ Under the Skin และถ้าคุณคือแฟนพันธุ์แท้ของหนังไซไฟอย่าง 2001: A Space Odyssey ด้วยแล้วละก็ มั่นใจว่าคุณจะหลงรัก Under the Skin เลยละ แต่ถ้าสมมติคุณไม่ปลื้มกับ Only God Forgive หรือหลับตั้งแต่ 15 นาทีแรกกับหนังอย่าง 2001: Space Odyssey และคาดหวังว่าหนังเรื่องนี้จะสนุกสนานแบบเดียวกับที่รู้สึกใน Captain America: The Winter Soldier หนังอีกหนึ่งเรื่องที่ Scarlet Johansson แสดงนำเช่นกัน และเข้าฉายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน บางที Under the Skin อาจไม่ใช่แนวหนังที่คุณจะรู้สึกสนุกด้วยเท่าไหร่

หนังอาร์ต… หลายคนนิยาม Under the Skin สั้นๆ ว่ามันคือ “หนังอาร์ืต” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คำว่า หนังอาร์ต ถูกนำมาใช้เรียกหนังที่มีเนื้อหาเข้าใจยาก เข้าไม่ถึง และต้องปีนบันไดดูสำหรับผู้ชมทั่วไป ทั้งที่คำว่า ศิลปะ (Art) ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องเป็นเรื่องที่เข้าถึงยากเสมอไป และจะว่าไป Under the Skin ก็ไม่ได้มีเนื้อหาที่ซับซ้อนหรือเป็นนามธรรมจนจับต้องไม่ได้ ตรงกันข้ามเนื้อเรื่องของหนังเรื่องกลับดูเรียบง่ายด้วยซ้ำ แต่จุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่ Mass นัก ก็คือวิธีการการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง ใช้สัญลักษณ์ มุมมองด้านภาพและเสียง สื่อสิ่งต่างๆ แทนบทพูด และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตีความไปในทิศทางต่างๆ ตามความเข้าใจของตัวเอง ซึ่งก็จะมีบางกลุ่มที่สนุกกับการตีความ ขณะที่ก็จะมีบางกลุ่มอีกเช่นกันที่รู้สึกงงว่าหนังต้องการสื่ออะไรกันแน่

2001: A Space Odyssey… และอย่างที่กล่าวไว้ตอนต้นที่ว่า ถ้าชอบ 2001: A Space Odyssey ก็จะหลงรัก Under the Skin ด้วย ไม่ใช่แค่ว่าเพราะมันออกแนวงงๆ เหมือนกัน แต่ทั้งสไตล์การเล่าเรื่องที่เน้นความเนิบช้า การถ่ายภาพที่เน้นภาพกว้าง และดนตรีประกอบที่หลอนและช่วยดึงอารมณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้บทพูด มันให้ความรู้สึกของ 2001: A Space Odyssey มาก ราวกับว่า Under the Skin คืองานที่สร้างขึ้นเพื่อคารวะ “Stanley Kubrick” (ผู้กำกับ 2001: A Space Odyssey) อย่างไรก็ตาม เทียบกันแล้ว Under the Skin ยังถือว่าเป็นงานที่ดูง่ายกว่าพอควร

สูบ… เรื่องราวใน Under the Skin ว่าด้วย “Laura” (Scarlett Johansson) เอเลี่ยน/สัตว์ประหลาด/มนุษย์กลายพันธุ์ หรืออะไรก็แล้วแต่จะคิด เพราะในหนังไม่ได้บอกไว้ตรงๆ แต่ที่แน่ๆ คือเธอใช้ชีวิตในร่างกายมนุษย์ และหน้าที่ในแต่ละวันของเธอก็คือขับรถไปตามที่ต่างๆ และหาเหยื่อเป็นชายหนุ่มโสด ไม่มีพันธะ หลอกลวงว่าจะพาไปกินตับ แต่จริงๆ พาไปให้เธอ “สูบ” เป็นอาหารแทน (ใช้คำว่า สูบ นี่แหละตรงที่สุด) เรื่องราวเป็นประเด็นขึ้นเมื่อ Laura สูบมนุษย์ไปเรื่อยๆ จนเธอเริ่มรู้สึกที่อยากจะเป็นมนุษย์เสียเอง

Scarlett Johansson… Under the Skin ยังเป็นงานที่ Scarlett Johansson ได้โชว์ฝีมือสุดๆ เพราะเรื่องราวกว่า 90% ของเรื่องคือตัว Laura ซึ่งด้วยฝีมือของ Scarlett ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างไร เธอแบกเรื่องได้อย่างสมบูรณ์ แถมเรื่องนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ Scarlett ยอม “เปลือย” เป็นครั้งแรก และเป็นแบบทั้งตัว แต่ถ้าคิดว่าจะดูแค่ฉากนั้น ก็อย่าเลย เพราะฉากเปลือยมีไม่เยอะ และไม่ได้ก่อให้เกิดอารมณ์อะไร นอกเหนือไปจากความหดหู่ ซึ่งหนังประสบความสำเร็จที่ทำให้เราคิดได้ว่า ไม่ว่าหุ่นจะ Sexy เพียงไร สุดท้ายมันก็เพียงแค่ “เปลือก” เท่านั้น

เพศ… ว่ากันที่เนื้อเรื่องแม้โดยรวมจะไม่ยากเกินเข้าใจ แต่ด้วยวิธีการถ่ายทอด ทำให้เราสามารถคิดต่อยอดไปล้านแปด ประเด็นน่าคิดอย่างแรกก็คือ “เพศ” ผมไม่แน่ใจว่าตัวจริงของ Laura มีเพศหรือเปล่า แต่ที่แน่เธอเลือกจะเข้าไปอยู่ในร่างผู้หญิง และอาหารของเธอก็คือผู้ชาย ไม่แน่ใจว่าผู้สร้างตั้งใจหรือป่าว แต่ส่วนตัวรู้สึกเหมือนผู้สร้างกำลังเล่นกับค่านิยมของสังคม ที่มองผู้ชายเป็นผู้ล่า ขณะที่ผู้หญิงเป็นผู้ถูกล่าที่ต้องอยู่ใต้อาณัติ แต่ในเรื่องนี้กลับตาลปัตรเมื่อผู้หญิงต่างหากที่เป็นคนล่า แต่น่าคิดไปอีกก็คือขณะที่เป็นฝ่ายล่า Laura กลับอยู่ใต้ควบคุมอีกชั้นหนึ่งจาก “สิงห์มอเตอร์ไซค์” ที่เป็นคนคอยหาเหยื่อและเก็บกวาดงานให้กับ Laura ซึ่งสิงห์มอเตอร์ไซค์นี้ใช้ร่างเป็น “ผู้ชาย” อีกอันหนึ่งที่น่าคิดคือ ในขณะที่ Laura เริ่มรู้สึกอยากเป็นมนุษย์มากขึ้น แต่สิงห์มอเตอร์ไซค์ไม่มีทีท่าอย่างนั้น ทำให้คิดไปถึงแนวคิดของไบเบิลที่มองว่า ผู้หญิงเป็นส่วนที่แยกมาจากผู้ชาย (แค่คำว่า Women ก็สื่อถึง Men อยู่แล้ว) เป็นไปได้หรือเปล่าว่ามันเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งที่ทำให้ Laura เกิดอยากเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากขึ้น เป็นการเสียดสีเรื่องอดัม-อีฟในทางหนึ่ง 

เปลือก… จุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องคือการที่ Laura ได้พบกับชายที่มีใบหน้าประหลาดคนหนึ่ง Laura ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการล่อลวงเขา เพราะเขาไม่ได้แสดงทีท่าว่าจะสนใจเธอและออกจะกลัวกับการพูดคุยกับคนอื่นด้วยซ้ำ เหตุการณ์นี้จบลงด้วยการที่ Laura ปล่อยชายคนนี้ไป (แม้ว่าสุดท้ายจะโดนสิงห์มอเตอร์ไซค์มาจัดการอีกทีนึง) อะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Laura ตัดสินใจเช่นนั้น เพราะความเป็นชายประหลาดไม่สมบูรณ์เหรอ? ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่ แต่มองว่าเพราะ Laura เริ่มตระหนักแล้วว่า แม้เธอจะมีร่างกายเป็นมนุษย์แต่มันก็เพียงแค่ “เปลือก” เท่านั้น ในขณะที่ชายพิการแม้จะมีรูปร่างที่ดูเป็นสัตว์ประหลาด แต่ภายในกลับทำให้รู้สึกถึง “ความเป็นมนุษย์” ได้มากกว่าเสียอีก ความรู้สึกเช่นนี้จึงทำให้ Laura เริ่มมองมนุษย์เปลี่ยนไป และอยากเป็นมนุษย์มากขึ้นไปกว่าแค่เปลือกนอก หลังเหตุการณ์นั้นเราจึงได้เห็นเธอพยายามลองกินอาหารในแบบมนุษย์ รวมไปถึงการให้ความไว้ใจกับชายคนหนึ่งที่ช่วยเหลือเธอ เพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ที่มากกว่าแค่เปลือกนอก

ชายพิการ… มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับชายพิการในเรื่อง ตรงที่หน้าตาประหลาดของเขาไม่ได้เกิดจากเมคอัพ แต่เพราะคือชีวิตจริงของเขา ผู้ชายคนนี้มีชื่อว่า “Adam Pearsons” ซึ่งต้นเหตุของใบหน้าแบบนั้นเกิดจากโรค Neurofibromatosis (ภาษาไทยรู้สึกจะเรียกโรคท้าวแสนปม) ด้วยใบหน้าแบบนี้้ Adam ประสบความยากลำบากในการใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก โดนรังเกียจ หวาดกลัว และกลั่นแกล้งจากสังคม แต่นั่นไม่เคยทำให้เขาย่อท้อ Adam  ยังเป็นผู้ชายที่มองโลกในแง่ดีเสมอ และเขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่า เขาสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปกติ ใบหน้าที่ประหลาดไม่ใช่สิ่งที่จะบอกว่าจิตใจเขาประหลาดไปด้วย มีที่น่าสนใจอีกอย่างคือใน Under the Skin บทสนทนาของ Adam และ Scarlett บนรถ ส่วนใหญ่เกิดจากการคิดบทกันเองของทั้ง 2 คน รวมทั้งบทสนทนาเกี่ยวกับ “มือ” ก็เอามาจากชีวิตจริงของ Adam ที่แม่ของเขามักจะชมอยู่เสมอว่า “มือของเขาสวย”

Human Being… การเป็นมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย น่าจะเป็นสิ่งที่ Laura ค้นพบในช่วงท้ายเรื่อง ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน จะมีร่างกายเหมือนมนุษย์เพียงไร และเริ่มรู้สึกเหมือนมนุษย์แค่ไหน ความรู้สึกรักตัวกลัวตายและพยายามปกป้องร่างกายตัวเองในแบบที่มนุษย์ทำ โดยไม่อาศัยพลังพิเศษแต่อย่างไร ทำให้เผลอคิดไปว่าเธอเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ไปมากขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว “เธอก็ยังคงไม่ใช่มนุษย์” เมื่อเปลือกนอกถูกฉีกออก เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงของเธอ ไม่แน่ใจว่า Laura เข้าใจความเป็นมนุษย์มากแค่ไหน แต่ส่วนตัวคิดว่าคงไม่จำเป็น เพราะ Laura อาจคิดว่าจะเข้าใจ จะพยายามเป็นไปทำไม ในเมื่อสุดท้ายเธอก็ไม่ใช่อยู่ดี 

 

ความชอบส่วนตัว: 8/10

 

tumblr_n48senitYO1qz7wfjo1_1280

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here