[Review] White House Down – ถล่มรังพญาอินทรี (กันอีกรอบ)

1
78
views
WhiteHouse-Down-06-HD-Wallpaper

หนังคู่แฝดที่เนื้อเรื่องใกล้เคียงกันออกฉายช่วงใกล้ๆ กันยังมีมาให้เห็นเรื่อยๆ หลังจากปีก่อนมี 2 หนังสไนโวท์ ปีนี้ก็มี 2 หนังถล่มทำเนียบขาวออกมา แบบไม่รู้นัดกันมาหรือป่าว หลังจากต้นปีทำเนียบขาวโดนถล่มรอบนึงแล้วใน Olympus has Fallen มาเดือนนี้ทำเนียบขาวก็พร้อมที่จะถล่มอีกครั้งกับ White House Down ผลงานกำกับล่าสุดของ Roland Emmerich ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอลังการจากผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น ID4, The Day After Tomorrow หรือ 2012 ที่คราวนี้แม้จะฉายทีหลังแต่ก็ไม่หวั่น เพราะเชื่อมั่นจุดเด่นตรงความอลังการและพลังดาราที่มากกว่า

แน่นอนมีหนังคู่แฝดแบบนี้ คำถามที่จะเกิดขึ้นในใจก็คือ “มันต่างกันแค่ไหน?” และ “เรื่องไหนสนุกกว่า?” ในแง่เนื้อเรื่องแล้ว White House Down แทบจะไม่แตกต่างจาก Olympus has Fallen มากนัก หนังมีโครงเรื่องใหญ่ว่าด้วย ทำเนียบขาวโดนยึด ประธานาธิบดีถูกจับ และพระเอกคือคนเดียวที่จะช่วยประธานาธิบดีได้ แม้ว่าตัวเองจะไม่มีหน้าที่โดยตรงก็ตาม ที่สำคัญหนังทั้ง 2 เรื่องยังเหมือนตรงที่มีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แถมเป้าหมายสูงสุดของผู้ร้ายทั้ง 2 เรื่องก็คือ ให้ประธานาธิบดีปลดล็อกรหัสนิวเคลียร์เหมือนกันอีก จะต่างกันบ้างก็ตรงรายละเอียด อาทิ เรื่องก่อนพระเอกเป็นอดีตหน่วยอารักขา เรื่องนี้พระเอกเป็นคนสมัครงานอารักขา เรื่องก่อนประธานาธิบดีผิวขาว เรื่องนี้ผิวสีแถมมีบทบู๊ด้วย เด็กในเรื่องก่อนที่พระเอกต้องหาทางช่วยคือลูกชายประธานาธิบดี แต่เรื่องนี้เป็นลูกสาวพระเอกเอง และผู้ร้ายที่ใน Olympus has Fallen ยกหน้าที่ให้เกาหลีเหนือ แต่ White House Down ยกให้เป็นแผนการของหัวหน้าหน่วยอารักขาที่ไม่พอใจนโยบายรักสันติของเจ้านายตัวเอง

การให้ศัตรูมาจากภายใน ดูจะเป็นประเด็นที่น่าสนใที่่ทำให้แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ซึ่งเน้นแต่ศัตรูภายนอก ตัวหนังเองก็พยายามใส่เรื่องการเมืองภายใน แต่ก็ได้แค่หยอดๆ เลยไม่ค่อยอินไปกับปมความขัดแย้งที่เป็นต้นเหตุสักเท่าไหร่ ช่วงท้ายเรื่องหนังก็ยังทำหน้าที่ในการเชิดชูอเมริกาเช่นเดียวกับหนังแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆ แต่อาจจะในแง่มุมที่แตกต่างออกไปบ้าง โดยใน Olympus has Fallen หนังบอกกับเราว่า อเมริกาจะยังคงยิ่งใหญ่เสมอ แม้จะมีศัตรูมาบุกบ้างแต่เราก็จะชนะได้ ส่วนใน White House Down หนังทั้งเชิดชูและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศไปพร้อมๆ กันว่า สหรัฐฯ อาจเคยถูกมองว่าเป็นตัวการสงคราม แต่วันนี้สหรัฐฯ คือผู้นำ “สันติภาพ” โลก อาจมีขวากหนามบ้างทั้งจากภายในและภายนอก แต่สุดท้ายเราก็ผ่านไปได้

ตัวเรื่องอาจไม่มีอะไรแตกต่างกันมาก เพราะมันก็ดำเนินตามสูตร American Hero ทั้ง 2 เรื่อง ผู้สร้างก็คงทราบข้อนี้ดี จึงพยายามโปรโมตเรื่องความอลังการ ระเบิดตูมตาม ขึ้นมาแทน ซึ่งก็อลังการจริงดูได้สนุกเพลินๆ แต่ในแง่ความมันส์แล้วกลับรู้สึกว่า Olympus has Fallen ทำได้ดีกว่า อาจเพราะดูเรื่องนั้นก่อนเลยติดหัวมา หรือไม่ก็เพราะเหตุการณ์ส่วนใหญ่ใน Olympus has Fallen เกิดขึ้นช่วงกลางคืน ทำให้บรรยากาศดูกดดันกว่า บวกกับที่พระเอกเรื่องนั้นสู้กันแบบถึงเนื้อถึงตัว ขณะที่ White House Down เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงกลางวัน ตัวร้ายก็ไม่ได้ดูน่ากลัวเท่าไร่ แถมเน้นยิงปืนมากกว่าต่อยกัน ระดับความมันส์สะใจเลยยังไม่เท่า

แต่สิ่งหนึ่งที่ White House Down ทำได้ดี และเป็นสิ่งที่ Olympus has Fallen ไม่มี ก็คือ “อารมณ์ขัน” ซึ่งในเรื่องนี้มาให้ตลอดทั้งเรื่อง แม้มุขต่างๆ จะไม่ถึงกับขำจนต้องหัวเราะ แต่ก็พอทำให้อมยิ่มได้เรื่อยๆ เลยทำให้ White House Down แม้จะไม่ใช่หนังที่สุดยอดอะไร แต่ก็ยังเป็นความบันเทิงที่ดูสนุกอยู่ ส่วนตัวให้คะแนนทั้ง Olympus has Fallen และ White House Down เท่ากัน แต่แอบเทใจให้เรื่องแรกมากกว่าหน่อยนึง

 

ความชอบส่วนตัว: 7/10

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Olympus has Fallen – เมื่อ “ความยิ่งใหญ่” โดนสั่นคลอน

 

white-house-down-tatum-foxxjpg-47395c68d1e4561b

 

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here