[Review+Analyze] Enemy – เพศ ตัวตน และการควบคุม (Spoil)

7
40
views

ENEMYwall

 

ความรู้สึกหลังจากดู “Enemy” อาจไม่ต่างจากการทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย แน่นอนมันต้องเป็นข้อสอบที่ยากกว่าปกติอยู่แล้ว แต่ด้วยความอยากเข้ามหาลัยนั้นให้ได้ ทำให้เราตั้งใจ ขยัน และเตรียมตัวมากขึ้นไปด้วย ซึ่งพอเข้าไปในห้องสอบจริงๆ เราก็พบว่าข้อสอบมันยากอย่างที่คาดไว้ แต่เพราะเราเตรียมตัวมาดี เราเลยพอจะทำมันได้ และเริ่มมีความมั่นใจว่าเราน่าจะสอบผ่าน แต่แล้วในข้อสุดท้ายซึ่งดันเป็นข้อที่คะแนนมากที่สุด คนออกดันใส่คำถามระดับปริญญาเอกเข้ามา เรารู้ว่าข้อสอบจะยาก แต่เราก็คิดว่ามันคงยากในระดับการสอบเข้าปริญญาตรี ไม่ใช่ในระดับปริญญาเอกแบบนี้ ในขณะที่เรากำลังอึ้งและคิดใคร่ครวญว่าจะทำยังไงกับข้อนั้นดี อยู่ๆ เสียงกริ่งก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่า “หมดเวลาทำข้อสอบ” การเตรียมตัวและความมั่นใจที่ผ่านมาแทบพังสลายลงไปในพริบตา

ถ้าคิดว่า Under the Skin ที่เพิ่งเข้าฉายก่อนหน้านั้นไม่นานเป็นหนังที่ดูเข้าใจยาก Enemy กลับยากยิ่งกว่า กลับยากยิ่งกว่าและแทบจะทำให้เรื่องกลายเป็นหนังสำหรับเด็กไปเลย แต่ภายใต้ความงงงวยและสัญลักษณ์มากมายที่หนังสาดใส่เราตลอดทั้งเรื่อง Enemy ก็ยังสามารถดึงเราให้ “สนุก” ไปกับตัวหนังได้ เพียงแต่ความสนุกที่ว่านั้นไม่ใช่ความสนุกบันเทิงที่เน้นกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของเราแบบหนังตลาดเรื่องอื่นๆ หากแต่เป็นความสนุกที่เกิดจากการได้ “ขบคิด” ค้นหาคำตอบ หาความหมายที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราว ยิ่งเมื่อรวมกับบรรยากาศเหลืองหม่นๆ ดนตรีประกอบที่เนิบๆ แต่ฟังแล้วอึดอัดปนหลอนๆ และที่สำคัญคือการแสดง “Jake Gyllenhaal” ทำให้ถ้าเราไม่หลับไปเลยตั้งแต่ 10 นาทีแรก เราก็จะเป็นกลุ่มที่สนุกขบคิดเรื่องราวในหนังเรื่องนี้

เพียงแต่โจทย์ที่ “Denis Villeneuve” วางไว้ให้เราขบคิดค่อนข้างเป็นโจทย์ที่ยาก โดยเฉพาะโจทย์ข้อสุดท้ายที่มาแบบอย่างไม่คาดคิด นั่นทำให้การขบคิดของเราไม่ได้หยุดเพียงแต่ชั่วระยะเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งของหนังเท่านั้น แต่ลากยาวมาถึงหลังหนังจบด้วย และเริ่มกลายเป็นสิ่งรบกวนจิตใจไม่น้อย เมื่อพบว่าจากที่เคยคิดตัวเองเข้าใจ สุดท้ายกลับไม่เข้าใจอะไรเลย จะสลัดหรือทำเป็นลืมไปก็ไม่ได้ เพราะเราดันหลวมตัวขบคิดเรื่องราวไปตามที่หนังชักนำตลอดทั้งเรื่องแล้ว

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่หนังต้องการสื่อได้ทั้งหมด ทั้งที่ระหว่างดูก็คิดตามตลอด แต่เจอฉากจบเข้าไปก็เหวอ…ได้เหมือนกัน สุดท้ายต้องพึ่งอ่านบทวิเคราะห์คนอื่น อ่านเรื่องย่อนิยายต้นฉบับ The Double เพิ่มเติม ถึงจะพอเริ่มเห็นเค้าว่าอะไรคือประเด็นของเรื่อง แม้ว่ามันจะไม่ทั้งหมด เพราะแต่ละบทวิเคราะห์ก็มีความแตกต่างกันไป แต่อย่างน้อยมันช่วยให้เราสามารถสร้างชุดคำตอบในแบบของเราสำหรับตอบคำถามเรื่องราวในหนังได้ และเมื่อมองย้อนกลับไปดูอีกทีก็พบว่า จริงๆ Enemy ก็ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราพอสมควร เพียงแต่มันเป็นร่องรอยที่ซับซ้อนจนเราไม่คิดว่ามันเป็นร่องรอย และไม่คาดคิดว่าตอนจบหนังกล้าที่จะพลิกมาในทางนี้

และถัดจากนี้คือ บทวิเคราะห์คำตอบของ Enemy ในแบบฉบับของผม ซึ่งแน่นอนว่า Spoil เต็มเปี่ยม

 

img_17390

 

Enemy เริ่มต้นด้วยเรื่องราวของ “Adam Bell” ครูสอนประวัติศาสตร์ที่ใช้ชีวิตอย่างเป็นแบบแผน และดูเป็นคนตายซากที่ไร้แรงบันดาลใจในการมีชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีเพื่อนอาจารย์แนะนำหนังเรื่องให้ดู แต่สิ่งที่ Adam พบคือมีนักแสดงตัวประกอบคนหนึ่งในหนังที่มีหน้าตาเหมือนกับเขาราวฝาแฝด Adam เริ่มสืบหาชายคนนั้นจนพบว่าเขาคือ “Anthony St. Claire” ซึ่งตอนนี้อาศัยอยู่กับ “Helen” ภรรยาที่กำลังตั้งท้องได้ 6 เดือน Adam กับ Anthony นัดเจอกัน จากความตื่นเต้นสงสัย กลายเป็นความหวาดกลัวและสับสนเมื่อทั้ง 2 พบว่า พวกเขาเหมือนกันเกินไป!!! หนังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าทั้ง 2 เป็นอะไรกัน และเลือกจบด้วยฉากที่ทำเอาทุกคนเงิบทั้งโรง เมื่อ Adam ที่ตอนนั้นสวมรอยแทน Anthony พบว่า Helen ได้กลายร่างเป็น “แมงมุมยักษ์” ไปเสียแล้ว

ก่อนจะไปหาคำตอบว่าตกลง Adam กับ Anthony เป็นอะไรกัน สิ่งแรกที่น่าคิดก็คือเรื่องของ “แมงมุม” เพราะตลอดทั้งเรื่อง มีแมงมุมปรากฎอยู่เป็นระยะๆ ทั้งในรูปแบบแมงมุมปกติ หญิงสาวที่มีศีรษะเป็นแมงมุม แมงมุมยักษ์ที่กำลังเดินอยู่บนเมือง และสุดท้ายของ Helen ที่กลายร่างเป็นแมงมุม ประเด็นคือ “แมงมุมสื่อถึงอะไร”

สิ่งแรกที่คิดออกคือ “การควบคุม” สิ่งหนึ่งที่เป็นความสามารถของแมงมุมคือการสร้าง “ใย” ซึ่งนอกจากใช้เป็นที่อยู่แล้ว ใยแมงมุมยังสามารถใช้ดักจับเหยื่อและศัตรู และด้วยคุณสมบัติความเหนียวทำให้ยากที่จะสลัดใยเหล่านั้นให้หลุดโดยง่าย ในแมงมุมจึงเป็นเสมือนสิ่งที่ตัวแมงมุมใช้ควบคุมฝ่ายตรงข้าม ซึ่งใน Enemy ก็จะเห็นว่ามีช่วงหนึ่งที่ Adam บรรยายเกี่ยวกับเรื่องการควบคุม ซึ่งเผด็จการมักใช้วิธีำการต่างๆ ซึ่งมีทั้งแบบใช้สื่อบันเทิงมอมเมา รวมถึงการเซนเซอร์ข้อมูลต่างๆ หนังยังมีช่วงที่เล่นกับภาพของสายไฟภายในเมือง ที่ชวนให้นึกถึงใยแมงมุมที่กำลังครอบเมืองเอาไว้ จากประเด็นนี้ชวนให้คิดว่าชีวิตของ Adam รวมถึง Anthony และการที่ทั้งสองมีหน้าตาเหมือนกัน อาจไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มีบางคนคอยควบคุมและ “ชักใย” ให้เป็นไปในทางนั้น คำถามถัดไปแล้วใครคือแมงมุมและควบคุมไปเพื่ออะไร

ถ้าดูจากตอนจบ “แมงมุม” ก็คือ “Helen” แต่ถ้าลองวิเคราะห์ในมุมกว้างกว่านั้น แมงมุมอาจใช้แทนเพศ “หญิง” เพราะในเรื่องจะเห็นว่า แมงมุมจะปรากฎกายพร้อมๆ หรือมีความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงเกือบทุกครั้ง และข้อมูลอย่างหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับแมงมุมก็คือ มีแมงมุมบางพันธุ์เช่น แมงมุมแม่ม่ายดำ ที่ตัวเมียจะจับตัวผู้กินหลังจากผสมพันธุ์เสร็จ บางสายพันธุ์ตัวเมียยังสามารถเก็บน้ำเชื้อจากแมงมุมตัวผุ้ได้หลายตัวและเลือกได้ว่าจะให้น้ำเชื้อจากตัวไหนผสมกับไข่ของเธอ นั่นหมายความว่าในโลกของแมงมุม ตัวเมียมีอำนาจเหนือตัวผู้ ซึ่งแตกต่างจากโลกมนุษย์ ที่มักมองกันว่าฝ่ายชายมีอำนาจเหนือกว่า

การร่วมเพศในแมงมุมนั้นเป็นไปเพื่อการสืบทอดเผ่าพันธุ์และจบลงด้วยการตายของเพศผู้ ขณะที่การร่วมเพศในมนุษย์นั้นมีเรื่องของความสนุกและความกระหายเข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะจากผู้ชาย ในหนังเราจะเห็นว่าความกระหายนี้สะท้อนผ่านตัวของ Anthony ที่สวมรอยเป็น Adam เพื่อที่จะได้มีโอกาสมีอะไรกับ “Mary” แฟนสาวของ Adam ทั้งที่ตัว Anthony นั้นมีภรรยาอยู่แล้วคือ Helen แต่อาจเพราะ Helen กำลังตั้งครรภ์ Anthony จึงไม่สามารถมีอะไรด้วยได้ (หรืออาจไม่อยากมีขณะตั้งครรภ์) ความเก็บกดในเรื่องเพศทำให้ Anthony มุ่งเป้าหมายไปที่ Mary แทน เป็นการสื่อว่า Sex สำหรับ Anthony มีแค่เรื่องความกระหายเท่านั้น

ตรงกันข้ามกับ Helen ที่ต้องการมากกว่านั้น เธอต้องการความรัก การดูแล การเอาใจใส่ ในฐานะสามีและคนที่กำลังจะเป็นพ่อคน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้จาก Anthony แต่กลับรู้สึกได้จาก Adam ในช่วงท้ายเรื่องเมื่อ Adam และ Anthony สลับตัวตนกัน Helen รู้ว่าผู้ชายที่เธอกำลังนอนด้วยไม่ใช้สามีคนเดิมของเธอ แต่เธอก็รับรู้ถึงคุณสมบัติที่จะเป็นพ่อคนได้จาก Adam สุดท้ายเธอจึงมีอะไรกับเขาแม้จะอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ก็ตาม ตรงนี้อาจวิเคราะห์โดยเทียบกับธรรมชาติแมงมุมได้ว่า Helen คือแมงมุมตัวเมียที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง และ Adam ก็คือคนถูกเลือก และเมื่อเธอได้สิ่งที่ปรารถนาแล้ว ขั้นตอนต่อไปตามธรรมชาติก็คือตัวเมียจะเริ่มกินตัวผู้ ซึ่งในหนังถ่ายทอดมาในแบบการกลายเป็นแมงมุมของ Helen

ซึ่งจุดนี้ไปประจวบเหมาะพอดีกับตอนที่ Adam ได้รับ “กุญแจ” ทำให้คิดได้ว่า บางทีความหมายของกุญแจและห้องลึกลับที่มีหญิงสาวโชว์เปลือยอยู่ในนั้นแล้ว มันอาจเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนการไขความลับต่างๆ เมื่อ Adam ได้รับกุญแจและคิดจะเดินทางไปยังห้องนั้น จึงสามารถเห็นความลับร่างแมงมุมในตัว Helen ได้ และถ้าลองคิดว่่านี้ไม่ใช่กุญแจดอกแรก เพราะตามข้อมูลจากยามในคอนโดของ Anthony ระบุว่าเขาและ Anthony เคยเข้าไปในห้องนั้นครั้งหนึ่งแล้ว ก็เป็นไปได้ว่า Anthony เข้าใจและรู้ถึงความลับของ Helen แล้ว และอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาเลือกถอยห่างจาก Helen แล้วมุ่งไปหา Mary แทน เพราะความสุขที่ Anthony จะได้รับจาก Helen คงไม่ต่างจากการนั่งดุสาวเปลือยในห้องนั้น ไม่สามารถแตะต้องได้ เพราะอาจมีอันตรายถึงชีวิต น่าสนใจอีกตรงที่ว่าสุดท้าย Mary ก็ปฏิเสธที่จะร่วมรักกับเขา เมื่อพบว่าเขาไม่ใช้ Adam เป็นการตอกย้ำอีกครั้งในสิทธิอำนาจที่เหนือกว่าของเพศหญิง 

พอถึงจุดนี้ ทำให้ส่วนตัวคิดไปว่า ตัว Adam กับ Anthony นั้นน่าจะเป็น “คนเดียวกัน” แต่ถูกแยกออกเป็น 2 บุคลิก โดยที่ Helen อาจเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ในช่วงแรกตัวตนหลักก็คือ Anthony ที่ออกแนวรักสนุก มีความมั่นใจในตัวเอง และรักที่จะแสดงหนัง แต่อาชีพนักแสดงก็ไม่ใช่อาชีพที่มั่นคงนัก ทำให้เขาอาจตัดสินเปลี่ยนงานไปเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ที่มั่นคงกว่า (ข้อมูลตรงนี้ได้จากการที่ รปภ.เอเยนซี่ของ Anthony บอกว่าเขาหายไปถึง 6 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนเดือนตั้งครรภ์ของเฮเลนพอดี) แต่แล้วในช่วงเดือนที่ 6 ตัวตนแบบ Anthony คนเดิมก็กลับมาอีกครั้ง ซึ่งตัวตนแบบนี้ไม่น่าจะใช่ตัวตนที่ Helen ชอบนัก ดังนั้น เธอจึงจัดการแยกเขาออกเป็น 2 คนคือ Adam และ Anthony เพื่อให้เกิดการแข่งขันและคัดเลือกให้เหลือเพียงตัวตนเดียว ตัวตนที่เหมาะจะเป็นพ่อของลูก Helen ต่อไป ถามว่า Helen ทำแบบนั้นได้อย่างไร เอาเข้าจริงคือ ไม่รู้เหมือนกัน แต่อย่าลืมว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานตรรกะแบบปกติอยู่แล้ว และในเมื่อแมงมุมสามารถมีพิษได้ Helen ก็อาจมีพิษได้เช่นกัน และอาจเป็นพิษหลอนประสาทก็เป็นได้

ในธรรมชาติ ถ้าแมงมุมตัวเมียต้องเลือกตัวผู้ที่ดีสุดเพื่อผสมกับไข่ของตน วิธีที่จะสามารถหาตัวที่ดีที่สุดได้ ก็คือต้องมีมาให้เลือกหลายตัว หากมีตัวเดียว ตัวเมียก็ไม่สามารถที่จะเลือกได้ การแยกตัวตนอีกฝ่ายออกเป็น 2 และสร้างความเป็นศัตรูระหว่างกัน ทำให้เธอสามารถเลือกคนตัวตนที่เหมาะ และตัดตนที่ไม่เหมาะออกไปได้ ในธรรมชาติมีแมงมุมพันธุ์หนึ่งคือ แมงมุมหลังคาแดง ซึ่งตัวผู้ต้องใช้เวลาในการเกี้ยวพาราสีเพื่อขอผสมพันธุ์ด้วยกว่า 4.5 ชั่วโมง แต่ในกรณีที่มีตัวผู้หลายตัว ตั้งผุ้เหล่านั้นต้องต่อสู้กันเพื่อแย่งสิทธิในการผสมพันธุ์ ตัวผู้ที่ชนะจะใช้เวลาเกี้ยวพาราสีตัวเมียเพียง 50 นาที นั่นแสดงว่า ตัวเมียพอที่จะให้มีการแข่งขัน

ดังนั้น คำว่า Enemy (ศัตรู) จึงหมายถึง Adam กับ Anthony แต่ความเป็นศัตรูของทั้งสองนั้นถูกชักใยโดย Helen อีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การบอกว่า Helen คือแมงมุม ไม่ได้หมายความว่าเธอคือแมงมุมจริงๆ แต่เป็นการเปรียบเทียบในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งเอาเข้าจริงก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังคิดไม่ตกจนถึงตอนนี้ หลายประเด็นที่เหมือนจะคิดออกแล้ว พอลองคิดดูอีกทีก็ยังงงๆ อยู่ แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นการได้ลับสมองไปในตัว

 

ความชอบส่วนตัว: 7/10

 

ENEMY_DAY25-0078.NEF

 

7 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here